ตอนที่ 20
ตอนที่ 323
October 22, 2026
บทที่ 323 : ค่ายกลมรณะ เจ้างูเหลือมตัวน้อยที่เติบโตขึ้นมาได้ในวันนั้นเพราะเจ้าของกระบี่เล่มนี้ ในวันนี้กลับกลายเป็นงูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มหึมาทำหน้าที่พิทักษ์น้ำลายมังกร.. หลิงหยุนไม่ได้ดูผิดหรอกที่เห็นปุ่มเล็กๆสองปุ่มที่หัวของมัน ในวันข้างหน้ามันจะเติบโตและกลายร่างได้สมบูรณ์หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพลังชีวิตในน้ำลายมังกร ในนาทีที่ตู้กู่โม่กับกลุ่มของเขาพรวดพราดเข้ามาในถ้ำหินนั้น ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้างูมหึมาตัวนี้เช่นกัน เพราะนานมากแล้วที่มันไม่เคยพบเห็นมนุษย์เช่นเดียวกับเจ้านายของมัน และเพราะมันไม่ได้ติดตามเจ้านายของมันมาเป็นเวลานานมากแล้ว มันจึงไม่ค่อยมีท่าทีเป็นมิตรกับมนุษย์สักเท่าไหร่ อีกทั้งเมื่อชางกวนเจี๋วยเข้ามาพบงูเหลือมมหึมาตัวนี้เข้า ด้วยสัญชาติญาณทำให้เขาลงมือใช้ตะขอคู่ในมือฟันเข้าใส่ร่างของมันทันที ตอนที่หลิงหยุนได้ยินเสียงคนร้องตะโกนว่าเกล็ดของงูยักษ์นี้แข็งมากตัดไม่ขาดนั้น ความจริงแล้วก็คือเสียงของชางกวนเจี๋วยนี่เอง ส่วนตู้กู่โม่นั้น แม้จะมีวิทยายุทธที่เยี่ยมยอด แต่ความรู้เรื่องค่ายกลต่างๆนั้น หากจะเทียบกับหลิงหยุนแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับดินทีเดียว! คนจากตระกูลเก่าแก่และนิกายลับที่ลงมาพร้อมตู้กู่โม่นั้น บางคนก็มาด้วยกัน.. เช่นซีเหมินกังกับหนานกงเจี้ยน หรือบางคนก็มาคนเดียว.. เช่นตู้กู่โม่กับตงฟางถิง ในการลงมาสำรวจก้นหลุมยักษ์ครั้งสำคัญนี้.. พวกเขาต่างก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองวัน เพราะที่ก้นหลุมยักษ์แห่งนี้มีทั้งถ้ำหินและหลุมศพ อีกทั้งหนทางก็ค่อนข้างซับซ้อน อีกทั้งก่อนที่จะลงมาสำรวจก้นหลุมได้ ทั้งหมดก็ได้ปะทะกันหลายครั้งตั้งแต่อยู่ปากหลุมแล้ว วุ่นวายไม่ต่างจากฝูงแมลงวันเลยทีเดียว หลังจากที่ปะทะกันอยู่สองสามครั้ง ทั้งหมดจึงตกลงใจที่จะลงมาสำรวจพร้อมกันโดยมีตู้กู่โม่รวมอยู่ในกลุ่มด้วย ตู้กู่โม่นับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์อย่างมาก ความสามารถและกำลังภายในของเขานั้นก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากตู้กู่โม่จะมีกำลังภายในที่สูงส่งและเพลงกระบี่ที่ล้ำเลิศแล้ว ความคิดความอ่านของเขายังอยู่เหนือความคิดทางโลกอีกด้วย อีกทั้งยังมีความรู้เรื่องแผนผังแปดทิศ และการทำนายที่เป็นเลิศเช่นกัน ดังนั้นระหว่างที่ยืนสำรวจภูมิประเทศรอบๆอยู่บนเขาหยกด้านใต้ ตู้กู่โม่ก็สามารถบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือค่ายกลมังกรหยินหยาง ตู้กู่โม่เองก็ไม่ได้ต้องการจะเอาตัวเข้าไปวุ่นวายกับยอดฝีมือพวกนี้ แต่เขารู้ว่าที่ก้นหลุมยักษ์แห่งนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาคิด ไม่เพียงแค่มีค่ายกลที่ซับซ้อน แต่ยังมีสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายมากมายหลายประเภท หากเขาลงมาสำรวจที่นี่เพียงคนเดียว คงเป็นเรื่องที่เหนื่อยยากและลำบากจนเกินไป หลังจากที่ตู้กู่โม่ชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีกับข้อเสียดูแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะลงมาสำรวจค่ายกลมังกรหยินหยางแห่งนี้พร้อมกับยอดฝีมือคนอื่นๆ ถ้าเช่นนั้นเหตุใดหลิงหยุนจึงไม่พบกับดักใดๆเลยระหว่างที่ทำการสำรวจหลุมยักษ์แห่งนี้ แต่กลับพบเพียงสัตว์ประหลาดไม่กี่ตัวเท่านั้น นั่นเพราะว่าหลิงหยุนเคยศึกษาเรื่องค่ายกลมาก่อน เขาจึงมีความรู้เรื่องค่ายกลหลากหลายและลึกซึ้ง จึงทำให้คุ้นเคยกับโครงสร้างและกับดักของค่ายกลมังกรหยินหยางได้เป็นอย่างดี หลิงหยุนจึงเลือกที่จะใช้ถ้ำหินถ้ำที่สามเป็นเส้นทางเข้าไปสู่ดวงตามังกรหยิน และตัดสินใจเลือกเข้าทางประตูแห่งความตาย ยอมผ่านถ้ำค้างคาวดูดเลือด เพื่อตรงไปสู่บริเวณดวงตามังกรหยินที่จะมีพลังหยินบริสุทธิ์สูงสุด แต่เมื่อพบว่ายังไม่ใช่จุดที่เป็นดวงตามังกรหยินจริงๆ หลิงหยุนก็ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อ และในที่สุดเขาก็สามารถไปถึงจุดที่เป็นดวงตามังกรหยินจริงๆได้แต่หากหลิงหยุนเลือกที่จะเข้าทางประตูแห่งชีวิต เพื่อใช้เป็นเส้นทางมุ่งสู่ดวงตามังกรหยินแล้วล่ะก็ เขาจะต้องพบเจอกับสิ่งกีดขวางและกับดักอีกมากมายและเมื่อไปถึงตำแหน่งดวงตามังกรหยินแล้ว หลิงหยุนก็เริ่มลงมือฝึกวิชาพลังลับหยินหยางทันที จากนั้นจึงมาพบกับกลุ่มของตู้กู่โม่!ซีเหมินกัง ชางกวนเจี๋วย และคนอื่นๆ ล้วนอยู่ภายใต้การนำของตู้กู่โม่ซึ่งนับว่าเป็นผู้รู้เรื่องค่ายกล ทั้งหมดได้ผ่านความยากลำบากมามากมาย อีกทั้งยังฆ่าสัตว์ประหลาดมานับไม่ถ้วน จนยอดฝีมือที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้น ได้เสียชีวิตไปแล้วเจ็ดถึงแปดคนหลังจากดั้นด้นเดินทางกันอยู่สามวันสามคืน คนที่เหลือจึงสามารถฝ่ากับดักต่างๆมาได้หมด เรียกได้ว่าเลือดตาแทบกระเด็นกันเลยทีเดียวกว่าจะมาถึงค่ายกลมังกรหยินหยางแห่งนี้ได้แต่เมื่อพวกเขามาถึงตำแหน่งหัวใจมังกรได้แล้ว ยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจอย่างโล่งอก ก็ต้องเผชิญหน้ากับงูยักษ์ตัวมหึมา จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะพากันกรีดร้องออกมาเมื่อถูกมันโจมตีเข้า!ในกลุ่มยอดฝีมือเหล่านั้น ชางกวนเจี๋วยเป็นคนเดียวที่ส่งเสียงดังตลอดการสำรวจ และเมื่อเจ้างูยักษ์เห็นคนพวกนั้นเขา มันจึงรู้สึกโมโหและพุ่งเข้าโจมตีทันทีที่คนพวกนั้นปรากฏตัวในจังหวะนั้น.. ทั้งหลิงหยุนและเจ้าขาวปุยต่างก็เร่งรีบเช่นกัน และในตอนนั้นหลิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่ากระบี่มังกรดำในมือของเขานั้น ที่แท้เป็นกระบี่โลหิตแดนใต้ และสามารถฟันร่างเจ้างูยักษ์นั่นได้อย่างสบาย เขาจึงเลือกที่จะหลบเจ้างูยักษ์แทนการจู่โจม และรีบพาเจ้าขาวปุยหาที่หลบซ่อนตัวสำหรับเจ้างูยักษ์มหึมาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางรอบตัวถึงสองเมตรนั้น ในสายตาของมันแล้ว หลิงหยุนเป็นเพียงแค่เศษเนื้อ จึงไม่สะดุดสายตาของมันเท่าไหร่นัก มันจึงเลือกที่จะพุ่งเข้าใส่กลุ่มของชางกวนเจี๋วยแทนจนกระทั่งซีเหมินกังร้องตะโกนพร้อมกับกระโดดหลบการจู่โจมของงูยักษ์ และพุ่งเข้าไปขวางหน้าหลิงหยุนไว้ คนอื่นๆและเจ้างูยักษ์จึงค่อยหันมองมาทางหลิงหยุนเป็นเวลานานมากแล้วที่เจ้างูเหลือมยักษ์ได้ลืมเลือมเจ้านายของมันซึ่งเป็นเจ้าของกระบี่วิเศษเล่มนี้ แต่มันยังจดจำกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือของหลิงหยุนได้อย่างแม่นยำ!หลังจากที่หลิงหยุนใช้กระบี่ในมือฟันอาวุธของยอดฝีมือทั้งสามคนจนขาดสองท่อน ทุกคนที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้ ต่างก็ไม่มีใครกล้าขวางทางหลิงหยุนอีกเลย เขาจึงเดินตรงไปที่ประตูศิลาทีละย่างก้าว โดยที่มือขวากำกระบี่โลหิตแดนใต้ไว้แน่น ส่วนมือขวาก็แอบกำตะปูไว้ด้วยแม้ชางกวนเจี๋วยและซีเหมินกังอยากจะพูดอะไรออกมา แต่ก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ และยอมให้หลิงหยุนเดินตรงไปที่ประตูศิลาโดยที่ไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้ เพราะหลิงหยุนเพิ่งจะฟันอาวุธของพวกเขาทั้งสองคนหัก หากหลิงหยุนต้องการทำร้ายพวกเขาทั้งคู่ พวกเขาก็คงไม่มีทางหนีรอดแน่..เมื่อหลิงหยุนเดินฝ่าวงล้อมของยอดฝีมือเหล่านั้นไปแล้ว ทุกคนต่างก็เดินตามหลังหลินหยุนไปเงียบๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่ายอดฝีมือจะแตกแยกออกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย..กลุ่มแรกมีซีเหมินกัง หนานกงเจี้ยน และชางกวนเจี๋วย อีกลุ่มคือเถี่ยเจิ้งผิงกับเหลยเวิ่นซิง ส่วนตงฟางถิงนั้นอยู่ตัวคนเดียวไม่เข้ากลุ่มกับใครเห็นได้ชัดว่าชางกวนเจี๋วยพยายามยุยงให้ทุกคนจัดการกับหลิงหยุน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากยอดฝีมือคนอื่นๆ เพราะในเวลานั้นต่างคนต่างก็เริ่มคิดเห็นแตกต่างกันยอดฝีมือเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้มาด้วยกันตั้งแต่แรก พวกเขาเพียงแค่รวมตัวกันชั่วคราวเพื่อดูแลกันและกันระหว่างสำรวจก้นหลุมเท่านั้น ความสามัคคีกลมเกลียวของพวกเขาจึงเบายิ่งกว่าเม็ดทราย