ตอนที่ 51
ตอนที่ 354
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 354 บทที่ 354 : ล้างบางเมืองจิงฉู (3) ทันทีที่ได้ยินเสียงของหลิงหยุน ร่างของหนิงหลิงยู่ก็สั่นอย่างรุนแรง มือที่กำลังยื่นออกไปเพื่อเช็ดตัวให้กับเหยาลู่นั้นชะงักทันที ใบหน้าที่นิ่งอย่างคนเลื่อนลอยค่อยๆหันกลับมา และหยุดนิ่งราวกับรูปปั้นเทพธิดา หลังจากที่แน่ใจว่าหลิงหยุนได้หายตัวไปแล้วจริงๆ และเกิดเรื่องน่าเศร้ามากมายขึ้นกับครอบครัวของเธอ หนิงหลิงยู่ก็ไม่เคยได้ข่มตาให้นอนหลับได้อีกเลย ในใจของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวล และยังคงตั้งตารอคอยการกลับมาของหลิงหยุน! ในใจของเธอนั้น เป็นห่วง กระวนกระวายใจ และร้อนใจเกี่ยวกับหลิงหยุนมากกว่าเรื่องอื่นๆ! แต่เธอก็แข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ! หนิงหลิงยู่ค่อยๆหันหน้าไปมองหลิงหยุนที่จู่ๆก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเริ่มแดงก่ำ และคลอไปด้วยน้ำตา “พี่ใหญ่.. พี่กลับมาแล้ว..” ใบหน้าที่อ่อนล้ายิ้มอย่างสดใส และแววตาเป็นประกาย เธอลุกขึ้นยืนและกำลังจะวิ่งเข้าไปหาอ้อมแขนของหลิงหยุน แต่เพียงแค่ลุกขึ้นยืน ร่างบอบบางของเธอก็โยกเยก และรู้สึกว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับมืดมิดไปหมด คล้ายกับท้องฟ้ากำลังถล่มทลาย! ภายใต้แรงบีบคั้นที่รุนแรงมากมายในช่วงหลายวันนี้ หนิงหลิงยู่เองก็แทบล้มไปอีกคน ร่างกายและจิตใจของเธอแบกรับแรงกดดันที่บีบคั้นมานานจนเกินที่จะรับได้ไหวอีก ดังนั้นเมื่อเห็นหลิงหยุนมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ความงุนงงสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ทำให้เธอไม่อาจทนรับได้ และเป็นลมล้มพับไปทันที! “หลิงยู่!” หลิงหยุนรีบพุ่งเข้าไปรับร่างที่อ่อนนุ่มของหนิงหลิงยู่ไว้ จากนั้นก็ช้อนร่างที่สลบไสลของเธอไว้ในอ้อมแขน และอุ้มไปวางไว้บนเตียงอ่อนนุ่มในห้องของเสี่ยวเม่ยเม่ย แล้วจัดการห่มผ้าให้กับเธอ “หลับซะนะหลิงยู่.. พักผ่อนให้เต็มที่ น้องพี่แบกรับทุกอย่างมานานเกินไปแล้ว..” หลิงหยุนไม่ปลุกหนิงหลิงยู่ที่เป็นลมล้มพับไป แต่เลือกที่จะให้เธอได้นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ทั้งร่างกายและจิตใจของหนิงหลิงยู่ได้ผ่านความเหนื่อยากและบีบคั้นมามาก จนตอนนี้ได้หมดเรี่ยวหมดแรงลงแล้ว! หลิงหยุนนึกสภาพของหนิงหลิงยู่ที่ผ่านมาได้ดี จู่ๆสมาชิกในครอบครัวก็หายไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา และไม่รู้แม้กระทั่งว่าพี่ชายของตนเองหายไปอยู่ที่ใหน หลังจากนั้นก็ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจากหน้ามือเป็นหลังมือ แน่นอนว่าหนิงหลิงยู่ย่อมต้องได้รับความกดดันและความเครียดอย่างมากมายแน่นอน แต่การที่เธอสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงเวลานี้นั้น นับว่าเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์อย่างมากทีเดียว! หากไม่ใช่เพราะหลิงหยุนใช้พลังอมตะเปลี่ยนร่างของหนิงหลิงยู่ให้เป็นกายอัปสรแล้วล่ะก็ รับรองว่าป่านนี้เธอคงต้องล้มไปนานแล้ว! แต่แน่นอนว่า การที่หนิงหลิงยู่ยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ และสามารถยอมรับกับเรื่องราวน่าเศร้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้นั้น ส่วนหนึ่งก็คือความแข็งแกร่งและความเข้มแข็งในตัวของเธอนั่นเอง ไม่เช่นนั้นแล้ว ลำพังกายอัปสรของเธอเพียงอย่างเดียวนั้น ก็คงจะไม่สามารถพาเธอให้ยืนหยัดมาจนถึงเวลานี้ได้ “เฮ้อ..!!” หลิงหยุนถอนหายใจออกมาเสียงดัง ในใจของเขารู้สึกผิดและนึกตำหนิตัวเองอย่างมาก เขาเก็บงำและอดกลั้นต่อความเคียดแค้นทั้งหมดไว้ภายในใจ แล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ หลิงหยุนกลับไปที่ห้องนอนของตนเอง และพบว่าเหยาลู่กำลังนอนลืมตามองเขาอยู่ และร่างบอบบางของเธอก็กำลังดิ้นขลุกขลักเพื่อจะลุกขึ้นจากเตียง“เหยาลู่.. คุณอย่าขยับตัว และอย่าเพิ่งพูดอะไร! ให้ผมจัดการรักษาอาการบาดเจ็บของคุณก่อน!”ตอนนี้ร่างของเหยาลู่เปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มผืนบางที่คลุมร่างกายท่อนล่างไว้เท่านั้น ตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเธอเริ่มเขียวคล้ำไปหมด ระหว่างหน้าอกทั้งสองข้างมีรอยฝ่ามือสีเขียวเข้มประทับอยู่ ไม่มีอาการบวมเปล่งแม้แต่น้อย แต่รอยฝ่ามือกลับจมลึกเข้าไปในเนื้อ และเนื้อบริเวณนั้นก็เริ่มเน่าเปื่อยเป็นหนองจนส่งกลิ่นเหม็นออกมาหลิงหยุนมองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาร้อนผ่าว และแทบจะระเบิดออกมา เขาตัดสินใจแล้วว่า หลังจากที่จัดการรักษาเหยาลู่แล้ว เขาจะไปหากลุ่มคนเซียงซีในคืนนี้เลย!ระหว่างที่หลิงหยุนพูดกับเหยาลู่ เขาก็ได้เรียกเข็มทองทั้งเก้าเล่มออกมา และเริ่มใช้เก้าเข็มปลุกชีพรักษาอาการบาดเจ็บให้กับเธอ!หลังจากที่ฝึกวิชาลับหยินหยางสำเร็จ และเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-4 ได้แล้วนั้น จุดตันเถียนและเส้นลมปราณในร่างกายของหลิงหยุน ก็ได้ขยายเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยเท่า และพลังที่อยู่ในร่างกายของเขานั้นเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังมีพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรอีกด้วย!การรักษาพิษของหนอนกู่ด้วยพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายนิดเดียว หลิงหยุนเพียงแค่ใช้เก้าเข็มปลุกชีพรักษาได้ไม่นาน ก็พบว่ารอยเขียวคล้ำตามร่างกายได้หายไปในพริบตา!“คิดจะหนีงั้นรึ? มันสายไปแล้ว!”หลิงหยุนพูดด้วยเสียงเย้ยหยัน และยื่นมือซ้ายออกไปอย่างรวดเร็ว และนิ้วชี้กับนิ้วกลางของเขาตวัดอยู่กลางอากาศ แล้วก็คีบได้หนอนกู่ที่กำลังจะหนีไป..บางอย่างที่มีรูปร่างน่าเกลียดสีเขียวคล้ำกำลังดิ้นรนไปมา เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหนีได้ มันจึงพยายามจะไชเข้าในนิ้วของหลิงหยุนแทนแต่ทว่าตอนนี้หลิงหยุนได้ฝึกดารกะดายันผ่านมาถึงสิบเอ็ดขั้นย่อยแล้ว หนอนกู่ตัวเล็กที่มีพิษเพียงแค่นี้ ไม่มีทางที่จะเข้าไชเข้าไปในเนื้อของเขาได้อย่างแน่นอน“คิดจะฆ่าข้างั้นรึ!”ในเมื่อหลิงหยุนได้พบกับศัตรูคนแรกของเขาแล้ว เขาจึงระบายความโกรธทั้งหมดลงบนหนอนกู่สีเขียวเข้มตัวนั้น หลิงหยุนใช้นิ้วมือทั้งสามบี้หนอนกู่จนตายคาที่!จากนั้น ก็ไม่รอให้น้ำสีเขียวเข้มกระเด็นออกมาจากตัวมันมัน หลิงหยุนจัดการใช้ยันต์อัคนีเผาหนอนกู่จนไม่เหลือแม้แต่ซาก!….เกือบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่สี่แยกซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนจิงฉีและถนนกู่เฟิง ตรงหัวมุมถนนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้นั้น กลุ่มคนเซียงซีได้กลับมาเปิดร้านเสื้อผ้าอีกครั้งชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีใบหน้าคล้ายปีศาจนั้น กำลังกระอักเลือด แต่เขากัดฟันกลั้นไว้ไม่ให้พุ่งออกมา และใบหน้าของเขาก็เขียวคล้ำไปหมด“เด็กสาวคนนั้นมีคนมาช่วยไว้แล้ว แล้วมันก็ได้ฆ่าหนอนกู่ของข้าแล้ว!” ชายเซียงซีวัยกลางคนเอ่ยขึ้นภายในบ้าน ยังมีชายหน้ายาวเหมือนม้าอยู่อีกคน เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ถ้าข้าเดาไม่ผิด.. น่าจะเป็นเด็กผู้ชายที่เคยช่วยชีวิตเจ้าของร้านเสื้อผ้าคนเก่าไว้ และทำร้ายผู้เฒ่าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส!”ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบตอนนี้หน้าผากเป็นสีเขียวคล้ำ กำลังยิ้มอย่างเย็นชาและพูดขึ้นว่า