ตอนที่ 78
ตอนที่ 381
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 381 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 381 : ระเบิดสำหรับหลัวจ้ง! “โอ้ว.. บัดสี.. นี่มีอะไรพร้อมกันทีเดียวตั้งหลายคนเลยเหรอนี่..” “วิตถาร.. หัวหน้าหวังกล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ..” “แม่เจ้า.. นี่มันบ้านหรือว่าฮาเร็มกันแน่..?” “เถียนป๋อเตาตายแน่คราวนี้.. ถูกหลิงหยุนถ่ายคลิปได้คาเตียงเลย!” เมื่อเห็นถังเมิ่งเปิดคลิปวีดีโอที่เร่าร้อนนั่น บรรดานักข่าวต่างก็กรูกันเข้าไปล้อมรอบ พร้อมกันร้องออกมาด้วยความตกอกตกใจ แทบไม่จำเป็นต้องพูดถึงชะตากรรมของเถียนป๋อเตา เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้เขาคงต้องสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ! หลิงหยุนแทบไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเพียงแค่ชายตามองเถียนป๋อเตาด้วยแววตาที่เย็นชา พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “ต้องโทษตัวแกที่แส่หาเรื่องเอง!” พูดจบหลิงหยุนก็เดินไปไปหาผู้ประกาศข่าวสาวคนสวยที่ชื่อซูหลิงเฟย ซูหลิงเฟยเป็นผู้ประกาศข่าวของสถานทีโทรทัศน์ท้องถิ่น และตอนนี้ก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่สัมภาษณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ในตอนกลับไม่มีฝูงชนรายล้อมตัวเธออยู่มากนัก เธอมองคลิปวีดีโอของถังเมิ่งด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ และเต็มไปด้วยความอับอายแทน จากนั้นจึงเมินหน้าหนีพร้อมกับคิดในใจว่า เมื่อครู่เธอไม่น่าออกหน้าแทนเถียนป๋อเตาที่ไร้ยางอายคนนี้เลย “นี่.. คุณมองอะไร?” ซูหลิงเฟยร้องถามพร้อมยกมือขึ้นทาบอกไว้ทันที เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาของหลิงหยุนที่จ้องมองมองมา แต่หลิงหยุนกลับทำท่าทาง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมีลับลมคมใน “ผมมีข่าวลับสุดยอด คุณอยากจะได้ไม๊?” ซูหลิงเฟยทำงานอยู่ที่สำนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น เรื่องสกปรกในวงราชการแบบที่เถียนป๋อเตาทำนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับเธอ อย่าว่าแต่นอนกับผู้หญิงครั้งละเก้าคนเลย สิ่งที่เธอเคยได้รู้ได้เห็นมานั้น ยิ่งกว่าเถียนป๋อเตาก็มีมากมาย ทุกวันนี้ข้าราชการไม่ว่าจะระดับใหน ล้วนใช้อำนาจจากตำแหน่งหน้าที่ในการหาเงิน หรือไม่ก็หาผู้หญิงให้กับตัวเอง บางคนมีผู้หญิงเป็นร้อยด้วยซ้ำไป! ซูหลิงเฟยที่ไม่ค่อยพอใจกับสายตาที่ลามกของหลิงหยุนอยู่แล้ว รีบถอยออกห่างเพื่อให้หน้าอกของเธอพ้นจากสายตาของเขา แล้วจึงพูดขึ้นว่า “คลิปข้าราชการกำลังมีอะไรกับผู้หญิงพวกนั้น สำหรับฉันนั่นไม่ใช่ข่าว แต่เป็นเรื่องน่าทุเรศ!” หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า “เรื่องของเถียนป๋อเตาไม่ใช่ข่าว แล้วเรื่องของผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงล่ะ.. จะถือว่าเป็นข่าวได้ไม๊?” สีหน้าของซูหลิงเฟยเปลี่ยนเป็นสนอกสนใจขึ้นมาทันที เธอมองหลิงหยุนด้วยแววตาครุ่นคิดก่อนจะรีบตอบกลับเสียงเบา “ห๊ะ.. เมื่อครู่คุณบอกว่าเป็นเรื่องของผู้อำนวยการหลัวงั้นเหรอ? นอกจากเรื่องที่คุณทำให้เขาอับอาย แล้วยังจะมีเรื่องอะไรอีก?” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับกระดิกนิ้ว “ตามผมมาสิ!” จากนั้นก็เดินนำซูหลิงเฟยไปหาเหลียงเฟิงอี้ เมื่อไปถึงหลิงหยุนก็บอกกับเหลียงเฟิงอี้ว่า “คุณช่วยเปิดคลิปคำสารภาพที่อัดไว้ให้คุณนักข่าวคนสวยฟังหน่อยสิ..” หลิงหยุนขอให้เหลียงเฟิงอี้ช่วยเปิดคลิปให้ซูหลิงเฟยฟัง แม้จะรู้ดีว่าเพียงแค่คลิปนี้อาจจะยังไม่สามารถดึงหลัวจ้งลงจากตำแหน่งได้ แต่อย่างน้อยก็คงจะสามารถสร้างรอยด่างพร้อยให้กับเขาได้บ้าง และอาจเป็นช่องทางให้หลิงหยุนสามารถหาทางกำจัดเขาได้ในอนาคต หรือไม่อย่างน้อยหลัวจ้งจะได้เกรงกลัวและไม่กล้าวุ่นวายกับเขาอีก หลังจากผ่านไปหลายนาที หลิงหยุนก็ถามซูหลิงเฟยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณจะเอาคลิปนี้ไปออกอากาศได้ไม๊?”ซูหลิงเฟยลังเลเล็กน้อยพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบกลับไปว่า “นี่เป็นเรื่องพัวพันถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง ต้องให้ทางสำนักงานข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงของคลิปนี้ก่อน ถึงจะออกอากาศได้..”“อีกอย่าง.. ข่าวในลักษณะนี้ ต่อให้ทางสำนักข่าวอนุมัติให้ออกข่าวได้ แต่ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายรัฐบาลก่อน..”มาถึงตอนนี้ หลิงหยุนเริ่มตระหนักถึงอิทธิพลและอำนาจของข้าราชการระดับสูงในประเทศนี้ และไม่เข้าใจถึงอาการกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของนักข่าวหลิงหยุนเริ่มรู้สึกผิดหวัง เย็นชา และรังเกียจ เขาจึงพูดออกมาอย่างขบขัน “ดูเหมือนท่าทางก้าวร้าวแข็งขันและเต็มไปด้วยความยุติธรรมของคุณเมื่อครู่ ก็คงเป็นแค่การแสดงสินะ..”หลังจากพูดจบ.. หลิงหยุนก็ไม่สนใจซูหลิงเฟยที่กำลังโกรธจนหน้าแดงอีกเลย แต่กลับหันไปสั่งถังเมิ่งที่เพิ่งจะทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จถังเมิ่งเดินฝ่าวงล้อมออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนศรีษะออก “นักข่าวพวกนั้นโหดชะมัดเลย แทบจะดึงโทรศัพท์ของฉันไปด้วย!”“ว่าแต่มีอะไรเหรอพี่หยุน?”หลิงหยุนหยิบโทรศัพท์ออกมาจากมือของเหลียงเฟิงอี้ และวางลงในมือของถังเมิ่ง “พวกเราไปจัดการให้หลัวจ้งมันสารภาพด้วยตัวเองจะดีกว่า!”ซูหลิงเฟยถูกกฎหมายของประเทศนี้ และกฎระเบียบของสำนักข่าวตีกรอบไว้ แต่ถังเมิ่งไม่ได้มีกรอบอย่างเธอ เขาแทบทนรอที่จะได้เห็นหลัวจ้งฉิบหายไปในตอนนี้ไม่ได้..เหลียงเฟิงอี้และหลงหวู่เห็นทั้งสองคนเดินไปหาหลัวจ้ง หญิงสาวทั้งสองคนจึงได้แต่เดินตามไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฉันจะไปเป็นเพื่อนด้วย..”หลิงหยุนหันไปยิ้มให้หลงหวู่กับเหลียงเฟิงอี้ จากนั้นจึงพูดกับเหลียงเฟิงอี้ว่า “คุณไม่เหมาะที่จะออกหน้า ไม่งั้นผมคงไม่เรียกถังเมิ่งมา ไม่อย่างนั้นไอ้ชาติชั่วนั่นมันคงต้องหาทางเล่นงานคุณทีหลังแน่!”เมื่อได้ฟังคำอธิบายที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหลิงหยุน เหลียงเฟิงอี้ถึงกับอ่อนไหวและใจสั่นเล็กน้อย เธอไม่รบเร้าหรือต่อต้าน และได้แต่พยักหน้าเงียบๆในเมื่อหลี่ยี่เฟิงต้องพบกับความลำบาก หลัวจ้งเองก็ต้องพบกับความฉิบหายเช่นเดียวกัน หลิงหยุนรู้ดีว่าหลัวจ้งไม่กล้าที่จะแตะต้องแก๊งมังกรเขียว เขาจึงอนุญาตให้หลงหวู่ตามมาด้วยเมื่อทั้งสามคนเดินเข้าไปยืนอยู่ต่อหน้าหลัวจ้งแล้ว แต่จู่ๆหลิงหยุนก็มองไปทางฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างดีใจ“ฉางหลิงมาถึงแล้ว!”“ตี้เสี่ยวอู๋ก็มาถึงเหมือนกันรึนี่? ไวชะมัด..!”“ขอทางด้วยค่ะ.. ขอทางด้วย..” ฉางหลิงแทรกตัวฝ่าฝูงชนเข้ามาด้านใน!หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากเหลียงเฟิงอี้ เธอก็ตกใจอย่างมาก และรีบเรียกแท็กซี่ออกจากบ้านทันที“นายรอฉันประเดี๋ยวนะ..”หลิงหยุนบอกถังเมิ่ง จากนั้นก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า เพื่อรีบเดินเข้าไปหาฉางหลิงฉางหลิงรีบร้อนวิ่งจนไม่ทันได้มองอะไร มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่าได้วิ่งชนเข้ากับอ้อมแขนของชายหนุ่มคนหนึ่ง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็เห็นเป็นใบหน้าของหลิงหยุนที่กำลังก้มมองเธออยู่เช่นกัน“หลิงหยุน.. นาย.. นี่นายหายไปใหนมา ฉันเป็นห่วงแทบตายรู้ไม๊..?”ฉางหลิงไม่สนใจผู้คนที่อยู่รอบข้าง เธอซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลิงหยุนพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มฉางหลิงเองก็เป็นห่วงเป็นใยหลิงหยุนไม่น้อยไปกว่าเสี่ยวเม่ยหนิง เหยาลู่ และคนอื่นๆเลยหลิงหยุนสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ฉางหลิงมีให้กับเขา เขารู้สึกอ่อนไหวอย่างไม่สามารถอธิบายได้ จึงได้แต่ยิ้มอย่างรู้สึกผิด“เอาล่ะ.. หยุดร้องไห้ได้แล้ว! ดูหน้าผมสิ.. ผมก็กลับมาแล้วนี่ไง!”หลิงหยุนยกมือขึ้นตั้งใจจะเช็ดน้ำตาให้ฉางหลิง แต่กลับพบว่ามือของตัวเองเปื้อนไปด้วยฝุ่น จึงได้แต่ส่ายหน้าและพูดออกไปว่า“แย่แล้ว.. ลืมไปว่าเนื้อตัวของผมมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด ผมจะพาคุณไปหาน้าเล็กดีกว่า.. เธออยู่ทางโน้น”