ตอนที่ 99
ตอนที่ 402
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 402 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 402 : ความแข็งแกร่งที่แท้จริง! “นั่น.. นั่น.. นั่นมันหลิงหยุน!” เฉิงเมี่ยนร้องตะโกนออกมา ภายในบ้านหลังเล็ก.. คนในตระกูลเฉิงต่างก็ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงการต่อสู้ พวกเขาจึงรีบลุกจากโซฟา และวิ่งไปดูที่หน้าประตู แต่ก็ไม่กล้าที่จะวิ่งออกไปดูนอกบ้าน จึงได้แต่แอบดูอยู่ในบ้านเงียบๆ บรรยากาศดุเดือดเช่นนั้น ใครบ้างที่จะกล้าออกไป? จนกระทั่งหลิงหยุนถอดผ้าที่ปิดบังใบหน้าออก เฉิงเมี่ยนจึงได้เห็นว่าชายร่างใหญ่ที่ถือกระบี่ยาวสีดำยืนสง่างามอยู่กลางสนามนั้น ที่แท้ก็คือหลิงหยุนั่นเอง! “นี่เขา.. เขามาช่วยจริงๆด้วย แล้วยังสามารถทำให้ซันเทียนเปียวบาดเจ็บได้อีก..!?” แม้เฉิงเมี่ยนจะร้องอุทานออกมาด้วยสีหน้าที่หวาดผวาและสยดสยอง แต่ภายในใจกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข หลิงหยุนสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ในบ้านหลังเล็กนั้น และได้ยินเสียงร้องอุทานของเฉิงเมี่ยนได้อย่างชัดเจน เขาจึงยิ้มพร้อมกับหันไปโบกมือให้เธอ ก่อนจะร้องตะโกนออกไปว่า “น้องเมีย.. ไปหลบอยู่ตรงนั้นทำไมกันล่ะ? รีบไปเรียกพี่สาวของคุณออกมาได้แล้ว เธอจะได้ออกมาดูว่าผมจะสังหารซันเทียนเปียวยังไง?” เฉิงเมี่ยนนิ่งไปเล็กน้อย และมีท่าทางกระอึกกระอัก พร้อมกับคิดในใจว่า ‘จะให้ฉันไปเรียกพี่ใหญ่จากที่ใหนล่ะ? แม่ชีมี่ยื่อเอาตัวกลับสำนักจิ้งซินไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว!’ เมื่อคิดได้เช่นนั้น ในใจของเฉิงเมี่ยนกลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะตอนนี้พี่สาวของเธอไม่ได้อยู่เป็นคู่แข่งกับเธออีกแล้ว! เฉิงเมี่ยนจ้องมองเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ยืนสง่าอยู่กลางสนาม และในเวลานี้หัวใจของเธอก็กำลังเต้นแรง เลือดภายในกายสูบฉีดไปทั่วทั้งร่าง เธอกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจอย่างไม่แยแสคนรอบข้าง ก่อนจะวิ่งออกประตูไปโดยไม่สนใจพ่อแม่ที่ได้แต่ร้องห้าม ลมทะเลที่พัดมาทั้งเย็นและชื้น เฉิงเมี่ยนสวมเพียงชุดนอนกระโปรงบางเบา เธอไม่ได้วิตกังวลว่าหลิงหยุนจะมองเห็นสัดส่วนแต่อย่างใด กลับภูมิอกภูมิใจที่ได้อวดหน้าอกใหญ่โต และหน้าทองแบนเรียบของตัวเอง เธอวิ่งตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันที เฉิงเมี่ยนกล้าที่จะวิ่งออกไปด้านนอก แต่เฉิงเทียนกับภรรยาต่างก็ไม่กล้า และพากันหลบซ่อนอยู่ด้านหลังประตู พร้อมกับร้องตะโกนเรียกเฉิงเมี่ยนที่วิ่งออกไปให้กลับมาอย่างกระวนกระวายใจ ในเวลานั้น ถังเทียนห่าวที่อยู่ในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ก็กำลังยืนยิ้มกว้างมองหลิงหยุนที่ยืนสง่าอยู่กลางสนาม หลิงหยุนสำรวจไปทุกทิศทางอย่างละเอียด และกวาดตามองไปทั่วบริเวณ เมื่อพบว่าถังเทียนห่าวไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ก็รู้สึกโล่งอก แต่เพราะแผนของเขาไม่ใช่การบุกเข้าไปช่วยถังเทียนห่าวในเวลานี้ ทั้งคู่จึงยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะทักทายกัน ถังเทียนห่าวเองก็เข้าใจแผนการของหลิงหยุนดี เขาจึงไม่ได้ออกมาเพื่อความปลอดภัย หลิงหยุนมองเฉิงเมี่ยนที่กำลังวิ่งออกมา แต่เมื่อไม่เห็นเฉิงเม่ยเฟิงวิ่งตามออกมาด้วย หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นแรง! หากเฉิงเม่ยเฟิงอยู่ที่นี่ และได้ยินเสียงเรียกของเขา เธอจะต้องวิ่งออกมาอย่างแน่นอน แต่นี่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ! หลิงหยุนได้ยินเสียงลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ภายในบ้าน ก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็นพ่อกับแม่ของเธอที่อยู่ด้านใน?! สีหน้าของหลิงหยุนเปลี่ยนอย่างฉับพลันทันที น้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา พร้อมกับร้องถามเฉิงเมี่ยนว่า “แล้วพี่สาวของคุณล่ะ?!” “เอ่อ..” เฉิงเมี่ยนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงใหนก่อนดี และใบหน้าของเธอก็เริ่มนิ่งไป ซันเทียนเปียวเห็นว่าสบโอกาสพอดี จึงรีบพูดเย้ยหยันหลิงหยุนว่า “หลิงหยุน ถ้าเจ้าอยากจะช่วยเฉิงเม่ยเฟิง ข้าแนะนำให้เจ้าถนอมกำลังไว้จะดีกว่า เธอไม่ได้อยู่ที่นี่!” แววตาของหลิงหยุนยิ่งเย็นชามากขึ้น รังสีอำมหิตก็เปล่งประกายรุนแรงยิ่งขึ้นเช่นกัน พลังหยินหยางในท้องของเขาเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว ม่านตาที่หดและขยายอย่างรวดเร็วจนเป็นสีดำและขาวสลับกันนั้น ปรากฏขึ้นเพียงวูบเดียวแล้วก็หายไป! “ตอนนี้เธออยู่ที่ใหน?” หลิงหยุนถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่สงบนิ่ง มือที่กำกระบี่จนแน่นนั้นเริ่มซีดขาวตู้กู่โม่รู้ดีว่า ลักษณะท่าทางเช่นนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหลิงหยุนเริ่มหมดความอดทนแล้ว!ซันเทียนเปียวหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า “หลิงหยุน เรื่องนี้เจ้าโทษข้าไม่ได้ ข้าจะบอกอะไรให้ ตอนนี้เฉิงเม่ยเฟิงได้ไปเป็นศิษย์ของแม่ชีมี่ยื่อแห่งสำนักจิ้งซินเรียบร้อยแล้ว และนางก็พากลับเธอไปที่สำนักของตัวเองแล้ว!”“เจ้าพล่ามอะไร? ถ้าไม่ได้พบข้า นางไม่มีทางยอมไปกับคนอื่นแน่!” หลิงหยุนมั่นใจในตัวเฉิงเม่ยเฟิงอย่างมากเฉิงเม่ยเฟิงเป็นศิษย์สำนักจิ้งซินอย่างนั้นหรือ? ต่อให้ใช้กำลังบีบบังคับเธอก็คงไม่ยอมแน่ เพราะเฉิงเม่ยเฟิงคงยอมตายมากกว่าที่จะยอมไปเป็นศิษย์สำนักจิ้งซิน!ซันเทียนเปียวช่างไม่รู้เลยว่า หลิงหยุนได้มาถึงจุดที่ใกล้ระเบิดแล้ว เขายักไหล่พร้อมกับตอบไปว่า“ถ้าไม่เชื่อ.. เจ้าก็ถามน้องเมียของเจ้าดูสิ! พวกเขาทั้งครอบครัวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย..”หลิงหยุนเริ่มเห็นภาพเรื่องราวชัดเจนขึ้น ร่างของเขาไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเฉิงเมี่ยนทันที เขายื่นมือเข้าไปจับไหล่เฉิงเมี่ยนพร้อมกับถามขึ้นว่า“ตอบมาว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นมากันแน่?”“โอ๊ย.. นี่ฉันเจ็บนะ!”เฉิงเมี่ยนกัดฟันด้วยความเจ็บปวด และก็ไม่สามารถทนได้ จึงได้แต่ร้องออกมา!แต่หลิงหยุนก็ยังคงบีบไหล่บอบบางของเฉิงเมี่ยน ภายใต้ฝ่ามือที่ทรงพลังของหลิงหยุน เฉิงเมี่ยนกลับรู้สึกพอใจ ร่างกายของเธอรุ่มร้อนไปหมดอย่างไม่อาจอธิบายได้ จนถึงกับต้องหนีบต้นขาของตนเองไว้แน่น!หลิงหยุนรู้ดีว่าเฉิงเมี่ยนกำลังรู้สึกเช่นไร เขาจึงออกแรงบีบมากขึ้นพร้อมกับถามขึ้นอีกครั้งว่า“ตอบมาเร็วเข้า.. เกิดอะไรขึ้น?”เฉิงเมี่ยนไม่ต่างจากโทรโข่ง และด้วยนิสัยที่เป็นคนช่างพูด หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้หลิงหยุนฟังอย่างละเอียดหลังจากที่หลิงหยุนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ รอบตัวเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ริมฝีปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่ดุร้าย พร้อมกับพูดออกมาเพียงแค่สามคำ..“เยี่ยม.. เยี่ยม.. เยี่ยม..”“แม่ชีมี่ยื่อแห่งสำนักจิ้งซิน.. โอสถไร้ใจ.. พวกเจ้าคงอยากเห็นสำนักตัวเองถูกข้าถล่มมากสินะ.. ได้.. ข้าจะจัดให้ตามที่เจ้าต้องการ!”ทันทีที่พูดจบ ร่างของหลิงหยุนและใบหน้าที่ดุร้ายของเขา ก็ไปโผล่อยู่ตรงกลางระหว่างยอดฝีมือทั้งสามคนที่ห่างไปราวสิบกว่าเมตร แล้วยกมือขึ้นชี้ไปที่หน้าของซันเทียนเปียวพร้อมกับพูดว่า“คนตระกูลซัน.. เจ้าทำให้ข้าโกรธได้สำเร็จแล้ว! วันนี้ถ้าข้าไม่สับเจ้าเป็นชิ้นๆ ข้าคงไม่ใช่คนแซ่หลิงแน่!”หลังจากที่ได้ฟังหลิงหยุนพูดอย่างจองหองนั้น เหล่ากุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังได้แต่แอบคิดในใจว่า ‘นายน้อยพูดราวกับรู้อนาคต – ข้าคงไม่ใช่คนตระกูลหลิงแน่?!’หลิงหยุนส่งกระแสจิตบอกเหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ให้ทำหน้าที่คอยคุ้มครองความปลอดภัยของถังเทียนห่าวกับคนตระกูลเฉิง ส่วนเขาก็เริ่มใช้วิชาพลังลับหยินหยาง และโคจรดารกะดายันขั้นสุด!“โอ้ว.. นั่น.. ร่างกายของหลิงหยุนสว่างไสวราวกับหลอดไฟ!”ตอนนี้หลิงหยุนโคจรดารกะดายันขั้นสูงสุด แสงแห่งจันทราจึงเปล่งประกายรุนแรง!หลวงจีนสิงฉีและซันเทียนเปียวได้แต่คิดในใจว่า ‘นี่มันวิชาอะไรกัน? ถึงได้ทำให้ร่างกายเปล่งแสงสว่างได้ขนาดนี้?!’‘หรือว่า.. นี่จะเป็นเคล็ดวิชาบ่มเพาะตนในตำนานที่ชื่อว่า-เก้าดารา แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครฝึกได้จนถึงขั้นนี้นี่นา!’