ตอนที่ 100
ตอนที่ 403
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 403 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 403 : สมบัติพุทธองค์! “โอม มา นี แปะ หมี่ ฮง..” หลวงจีนสิงฉีนั่งขัดสมาธิ ฝ่ามือสองข้างปะกบเข้าหากัน พร้อมกับสวด – โอมมานีแปะหมี่ฮง ทั้งหกคำนี้ด้วยท่าทางสงบ และปราศจากความหวาดกลัว แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดความตั้งใจที่จะสังหารของหลิงหยุนได้ กระบี่มังกรขาวในมือของเขาพุ่งเข้าใส่คอหอยของหลวงจีนสิงฉีอย่างรวดเร็ว! แต่ทันใดนั้นเอง.. จู่ๆลูกปะคำที่อยู่ในแหวนพื้นที่ของหลิงหยุน ก็พุ่งออกมาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ และเข้าไปสกัดปลายกระบี่ที่แหลมคมของหลิงหยุนไว้ได้ทันท่วงที! ลูกปะคำที่พุ่งออกมานั้น ไม่มีประกายแสงเจิดจ้า หรือมีพลังพุทธะแต่อย่างใด เพราะหลังจากที่พุ่งออกมาจากแหวนพื้นที่แล้ว สีของมันก็ยังคงเป็นสีเทาธรรมดา อีกทั้งยังไม่มีปรากฏการณ์อื่นๆตามมาอีกด้วย! ลูกปะคำนั่นเพียงแค่พุ่งออกมาสกัดปลายกระบี่ที่กำลังแทงเข้าลำคอของหลวงจีนสิงฉีเท่านั้น! กระบี่มังกรขาวมีความแหลมคมเพียงใดนั้นย่อมเป็นที่รู้กันดี และยิ่งผนวกกับกำลังภายในที่แข็งแกร่งของหลิงหยุนแล้ว จึงแทบไม่ต้องพูดถึงประสิทธิภาพของมัน แต่น่าแปลกที่ไม่ว่าหลิงหยุนจะออกแรงมากเพียงใด หรือแม้แต่เปลี่ยนทิศทางการโจมตี หลิงหยุนก็ไม่สามารถแทงทะลุลูกปะคำลูกนั้นไปได้! “โอม มา นี แปะ หมี่ ฮง” คำสวดทั้งหกคำของหลวงจีนสิงฉีดูเหมือนจะมีพลังมหาศาล ผู้คนที่อยู่ในบ้านต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังความเมตตา สีหน้าของหลวงจีนในยามนี้กลับกลายเป็นสงบเยือกเย็น และน่าศรัทธายิ่งนัก! หลวงจีนสิงฉีสัมผัสได้ถึงพลังพุทธองค์ที่แข็งแกร่ง เขาจึงเปิดเปลือกตาขึ้นมอง แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดกับภาพที่อยู่ตรงหน้า! “อมิตาพุทธ.. นี่มัน..” ทันทีที่ได้เห็นลูกปะคำลอยอยู่ตรงหน้า สีหน้าแววตาของหลวงจีนสิงฉีก็เต็มไปด้วยความตกใจ จนถึงกับหยุดสวดมนต์ไป! แต่ดูเหมือนคนที่ตกใจที่สุดจะเป็นหลิงหยุน! เขาได้แต่คิดว่า เหตุใดสมบัติที่เขานำขึ้นมาจากก้นหลุมยักษ์ จึงได้พุ่งออกจากแหวนพื้นที่เองได้? คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์อาจไม่รู้ แต่หลิงหยุนนั้นรู้กระจ่างแจ้งแก่ใจดี เพราะสมบัติชิ้นนี้เขาได้มาจากวัดเล็กๆที่อยู่ในดวงตามังกร และลูกปะคำเม็ดนี้ ก็เป็นลูกปะคำที่อยู่ในมือของหลวงจีนกายเพชรผู้นั้น! หลิงหยุนใช้กระบี่ในมือโจมตีไปที่หลวงจีนสิงฉีอีกครั้งด้วยความโมโห.. ชัวะ.. ชัวะ.. ชัวะ..! แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะกระบี่ของเขาล้วนถูกลูกปะคำสะกัดกั้นไว้ได้ทุกครั้ง! ลูกปะคำเม็ดน้ำก็เริ่มเปล่งพลังพุทธะออกมา และค่อยๆสลายแรงสังหารที่รุนแรงในจิตใจของหลิงหยุนลงทีละน้อย!หลวงจีนสิงฉีไม่ได้สนใจกระบี่ของหลิงหยุนที่ฟาดฟันลงมาแม้แต่น้อย เพราะหลังจากที่เขาหายตกใจและตกตะลึงแล้ว เขาก็รีบลุกจากท่านั่งขัดสมาธิมาเป็นคุกเข่า พร้อมกับก้มศรีษะจนหน้าผากจรดพื้น เพื่อสักการะลูกปะคำที่ลอยอยู่กลางอากาศเม็ดนั้นหลวงจีนสิงฉีทำการโขกศรีษะลงพื้นถึงเก้าครั้ง จากนั้นก็ยกฝ่ามือทั้งสองข้างประกบกันพร้อมกับขอร้องหลิงหยุนว่า“ประสก.. ได้โปรดเก็บกระบี่ของเจ้าก่อน อาตมามีคำพูดบางอย่างอยากจะพูดกับเจ้า..”หลิงหยุนเองก็รู้เช่นเดียวกันว่า เขาไม่สามารถสังหารหลวงจีนรูปนี้ได้ จึงได้แต่เก็บกระบี่มังกรขาวเข้าไปในแหวนพื้นที่ ทันทีที่เก็บกระบี่ ลูกปะคำก็ลอยกลับเข้าไปหาหลิงหยุน และหายเข้าไปในแหวนพื้นที่อีกครั้ง“น่าแปลก.. ทำไมถึงได้เป็นเช่นนี้..”หลิงหยนได้แต่นึกประหลาดใจ พร้อมกับกำลังคิดว่าเขาคงจะต้องเอาลูกปะคำนี้ไปทิ้งที่ใหนสักแห่งแล้ว‘หลวงจีนที่มรณภาพในท่านั่งรูปนั้น ดูเหมือนจะเก่งกาจและแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่แน่ว่าต่อให้ข้าฝึกถึงขั้นที่สูงกว่านี้ ก็ใช่ว่าจะรับมือกับลูกปะคำที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังได้ ดูท่าสมบัติชิ้นนี้คงจะอยู่กับข้าไม่ได้แล้ว!’สมบัติต่อให้ล้ำค่าเพียงใด หากหลิงหยุนไม่สามารถใช้งานได้ เขาก็พร้อมที่จะทิ้งมันไปได้ทันที!“เจ้าพูดมา!”หลิงหยุนจัดการเก็บกระบี่โลหิตแดนใต้อีกด้าม พร้อมกับยืนเอามือไขว้หลังอยู่ต่อหน้าหลวงจีนสีฉิงที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามาก“ประสกไม่ใช่คนของนิกายมาร! ไม่เพียงแค่ไม่ใช่เลย..! แต่ยังมีชะตาต้องกับพุทธองค์..” หลวงจีนสิงฉีพูดเพียงแค่นั้นหลิงหยุนตกใจกลัวจนต้องรีบพูดขึ้นมาว่า “นี่หลวงจีนเฒ่า.. ท่านไม่ต้องอ้างเรื่องนี้เลย ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องอ้างเรื่องชะตาต้องกับพุทธองค์อะไรนี่เลย!”ตลกสิ้นดี.. รอบกายของเขามีสาวงามรายล้อมอยู่มากมายที่เขายังไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย แต่หลวงจีนเฒ่านี่กลับบอกว่าเขามีชะต้องกับพุทธองค์..แต่หลวงจีนสิงฉีได้แต่ยิ้มพร้อมตอบกลับมาว่า “ประสก.. เจ้าสามารถใช้กระบี่มารนี่สังหารข้าได้ แต่เหตุใดเจ้าจึงเลือกที่จะใช้กระบี่อีกเล่มแทนล่ะ?”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า หลวงจีน.. ยังไงก็เป็นหลวงจีนอยู่วันยันค่ำ พูดจาน่าเบื่อหน่าย! จะสังหารใครสักคน จะต้องสนใจทำไมว่าใช้กระบี่เล่มใหนสังหาร?หลวงจีนสิงฉีเห็นหลิงหยุนนิ่งไม่ตอบ จึงได้แต่ยิ้มและพูดต่อ “ข้าขอถามประสก.. เจ้าได้ลูกประคำนั่นมาจากที่ใด?”หลิงหยุนได้แต่ตอบส่งๆไป “ตามถนน.. ข้าเห็นเข้า นึกสนุกก็เลยเก็บขึ้นมาดู แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าหมดสนุกแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะโยนมันทิ้งไป!”หลวงจีนสิงฉีรู้ว่าหลิงหยุนตั้งใจตอบส่งๆไปเท่านั้นเอง จึงไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขานัก จึงได้แต่ตอบกลับไปว่า“เช่นนั้นก็แล้วแต่ประสกเถิด.. อยากจะเก็บไว้ หรืออยากจะโยนทิ้งไปก็ตามใจ แต่อาตมาอยากจะบอกกับเจ้าว่า.. ลูกประคำนี่เป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุดของพุทธศาสนา – เรียกว่าโพธิ!”“โพธิ?!” สมองของหลิงหยุนทำงานอย่างหนัก เขาพยายามค้นหาข้อมูลจากความทรงจำมหาศาลของตนเอง แต่ก็ไม่พบคำนี้ในความทรงจำของเขาเลย