ตอนที่ 102
ตอนที่ 405
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 405 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 405 : ฉินตงเฉี่วย – น้าหญิงที่แข็งแกร่ง! แรงของลมทะเลพัดปะทะร่างของหญิงชุดขาว จนเสื้อผ้าแนบเข้ากับเรือนร่างเผยให้เห็นร่างกายที่บอบบางชวนให้จินตนาการต่อ.. มือขวาของนางถือกระบี่ บนใบหน้ามีผ้าสีขาวปกคลุมไว้ครึ่งหนึ่ง ทำให้เห็นเพียงแค่คิ้วคู่สวยและผิวที่ขาวราวหิมะ ร่างในชุดกระโปรงสีขาวเดินอยู่กลางอากาศอย่างช้าๆ และมุ่งหน้าไปทางหลิงหยุน! “เดินบนอากาศ.. จะทำเช่นนี้ได้ก็ต้องฝึกถึงขั้นเซียงเทียน-3!” เหลยเชิ่งจ้องมองร่างของหญิงชุดขาวด้วยความตกใจ! ‘นี่แม่กลับมาแล้วรึ?!’ หลิงหยุนได้แต่รำพึงรำพันในใจเมื่อได้เห็นคิ้วสวยที่คล้ายคลึงกับคิ้วของนางฉินจิวยื่อ แต่กลับไม่เหมือนเสียทีเดียว เพราะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ‘สามารถเดินบนอากาศเป็นระยะทางไกลได้ขนาดนี้ ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาแน่! หากอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ นางคงจะต้องอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-9 แล้วเป็นแน่’ หลิงหยุนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจเงียบๆ แน่นอนว่า เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น หลิงหยุนเองก็เคยฝึกจนถึงระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-9 มาแล้ว หญิงสวมชุดขาวที่เดินอยู่บนอากาศนั้น ไม่เดินเร็วจนเกินไป แต่ก็ไม่ช้าจนเกินไปเช่นกัน แต่ละก้าวของเธอนั้นไกลถึงสิบเมตร และเพียงแค่เจ็ดก้าวก็มาหยุดอยู่บนพื้นตรงหน้าผู้คนพอดี ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับการปรากฏตัวของหญิงสาวชุดขาวที่ดูราวกับเทพธิดาผู้นี้ รูปร่างของนางนั้นสวยงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ และเมื่อนางมายืนอยู่ต่อหน้าทุกคน หลิงหยุนและคนอื่นจึงหายตกตะลึงและเริ่มรู้สึกตัว.. “ข้าขอถามว่าแม่นางท่านนี้คือ..?” เหลยเชิ่งรู้ดีว่ากำลังภายในของเขานั้นไม่อาจเทียบเท่าหญิงชุดขาวได้ และนางสามารถสังหารเขาได้เพียงแค่ชั่วลัดนิ้วมือ เขาจึงไม่กล้าที่จะทำนิ่งเฉย “ฉินตงเฉี่วย – แห่งตระกูลฉิน!” น่าแปลกที่หญิงชุดขาวกลับไม่คิดที่จะปิดบังชื่อแซ่ แต่กลับเปิดเผยต่อทุกคนในทันที! “ห๊ะ…” ไม่เพียงแค่หลิงหยุน แม้แต่เหล่ากุ่ย เหลยเชิ่ง และตู้กู่โม่เอง ก็ถึงกับร้องอุทานกันเสียงหลง จากนั้นแต่ละคนก็เหมือนรู้สึกหายใจไม่ออก คนตระกูลฉิน! สำหรับเหล่ากุ่ยนั้น จะเรียกว่าตกใจสุดขีดเลยก็ได้! เพราะสิ่งที่เขาและผู้นำตระกูลหลิง – หลิงลี่ ได้เคยคาดคะเนไว้ ตอนนี้กลับกลายเป็นความจริงไปแล้ว! ที่แท้.. ฉินจิวยื่อก็คือหญิสาวผู้น่าสงสารที่ถูกขับไล่ออกจากตระกุลเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว! ทางด้านเหลยเชิ่งและตู้กู่โม่นั้น จนถึงตอนนี้ยังกลั้นหายใจอยู่ แต่ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวในตัวฉินตงเฉี่วย แต่เป็นเพราะได้ยินชื่อของตระกูลฉินต่างหาก! เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ประเทศจีนมีตระกูลใหญ่เป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนอยู่สามตระกูล ซึ่งก็คือตระกูลหลงที่อยู่ปักกิ่ง และตระกูลหลิงกับตระกูลฉินที่อยู่เจียงหนาน! ในเวลานั้น ประเทศจีนมีตระกูลใหญ่อยู่มากมายหลายตระกูล แต่ที่นับว่าผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือนั้น ก็มีเพียงแค่สามตระกูลนี้! แต่เป็นเพราะเหตุการณ์สองเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ทำให้ตระกูลหลิงและตระกูลฉินต่างก็ค่อยๆตกต่ำลง และทั้งสองเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับความรัก! เหลยเชิ่งในฐานะที่เป็นคนของกลุ่มเทพอินทรีแห่งองค์กรลี้ลับ และตู้กู่โม่ซึ่งเป็นลูกหลานของตระกูลเก่าแก่ ทั้งคู่ต่างก็รุ้เรื่องราวของตระกูลฉินดี ในตอนนี้พวกเขากลับมีโอกาสได้พบเห็นทายาทตระกูลฉินตัวจริง มีหรือที่ทั้งสองคนจะไม่ตกใจ?! ฉินตงเฉี่วยคลุมผ้าสีขาวปิดบังใบหน้าไว้ หลิงหยุนจึงไม่สามารถรู้อายุที่แท้จริงของนางได้ แต่หากคาดคะเนจากคิ้วและรูปร่างแล้ว ฉินตงเฉี่วยคงจะอายุราวยี่สิบกว่าๆ เหลยเชิ่งผงะถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ เขาใคร่คาวญครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อว่า“แม่นางฉิน.. ข้าได้ยินมาว่าตระกูลฉินมีหญิงสาวคู่หนึ่งคล้ายกันราวกับแฝด และทั้งคู่ล้วนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธเข้าขั้นอัจฉริยะ ล่ำลือกันว่าคนน้องนั้นสามารถเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-6 ได้ตั้งแต่อายุเพียงเก้าขวบ..”แววตาของฉินตงเฉี่วยเป็นประกายขึ้นมาทันทีที่ได้ฟัง พร้อมกับชายตามองไปทางเหลยเชิ่ง จากนั้นเสียงใสกังวานราวกับระฆังก็ดังออกจากปากนาง“เจ้าอย่ามาจงใจเปลี่ยนเรื่องหน่อยเลย.. คนที่เจ้าพูดถึงก็คือข้าเอง!”จากนั้น ฉินตงเฉี่วยก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา“คำพูดของหลิงหยุน คิดว่าเจ้าคงจะได้ยินชัดเจนแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในจิงฉูคืนนี้ เจ้าอย่าได้ดึงกลุ่มเทพอินทรีเข้ามายุ่งเกี่ยว เจ้ามาทางใหนก็กลับไปทางนั้นซะ! ข้าจะได้ไม่ต้องทำให้เจ้าได้รับความอับอาย!”หลังจากฉินตงเฉี่วยพูดจบ เขาก็ไม่สนใจกับเหลยเชิ่งอีกเลย แต่กลับเดินเข้าไปยืนอยู่ต่อหน้าหลิงหยุน จากนั้นก็ยกมือซ้ายที่อ่อนช้อยและขาวราวหิมะของนางขึ้นพร้อมกับหยิกแก้มหลิงหยุนด้วยความรักและเอ็นดู“เจ้าเด็กดื้อ.. นึกไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะเล่นอะไรแบบนี้ ยังไม่เรียกน้าหญิงอีก!”แก้มของหลิงหยุนถูกฉินตงเฉี่วยหยิก และนางก็เป็นน้องสาวของแม่เขา เขาจึงได้แต่ปล่อยให้ฉินตงเฉี่วยขยำแก้มของเขาเล่น และปากก็ได้แต่ร้องเรียก“น้าหญิง!”แทบจะไม่ต้องอธิบายว่าฉินตงเฉี่วยเป็นใครกันแน่ ในเมื่อนางให้หลิงหยุนเรียกนางว่าน้าหญิง ก็แสดงว่าต้องเป็นน้องสาวของแม่เขาเอง..“น่ารักจริงๆ ใบหน้าของเจ้านี่ขาวกว่าใบหน้าของหญิงสาวอีก ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว?!” ฉินตงเฉี่ยวยังคงหยิกแก้มของหลิงหยุนอย่างเอ็ดนดู และดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดได้“สิบแปด.. ปีหน้าก็สิบเก้า..น้าหญิง ท่านดูคล้ายกับเด็กสาวที่เพิ่งจะอายุสิบแปด” หางตาของหลิงหยุนเหลือบไปมองที่ข้อมือขาวข้างแก้มน้าหญิงของเขาไม่เพียงแข็งแกร่งเหนือคนธรรมดา แต่ยังจะเป็นคู่แข่งของเขาในเรื่องไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง และดูเหมือนว่าหลิงหยุนเองก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่นางในเรื่องนี้ฉินตงเฉี่วยฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะคิกคัก จากนั้นก็หยุดสำรวจไปทั่วร่างกายของหลิงหยุนแล้วพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ.. ตัวของเจ้าเปื้อนเลือดเต็มไปหมด น้าหญิงจะพาเจ้าไปล้างทำความสะอาด!”“ห๊ะ?!”หลิงหยุนได้ฟังถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องสะสางและต้องไปจัดการ แต่จู่ๆน้าหญิงก็บอกว่าจะพาเขาไปอาบน้ำด้วยตัวเอง?“ทำไม? เจ้าจะไปหรือไม่ไป?” ดวงตาคู่สวยของฉินตงเฉี่วยจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเหลยเชิ่งหน้าตาบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเก่า พร้อมกับพูดขึ้นว่า “แม่นางฉิน.. เรื่องนี้..”แววตาของฉินตงเฉี่วยเปลี่ยนไปทันที พร้อมกับหันไปทางเหลยเชิ่ง และตวาดไปว่า “เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือยังไง? ถ้าเจ้าไม่รู้จะทำอะไร ก็ใช้อำนาจขี้ปะติ๋วในมือของเจ้าหาทางออกไปจากที่นี่ซะ! แล้วเรื่องศพที่เกิดจากฝีมือของหลิงหยุน หากเจ้ากล้าปากสว่าง ก็ระวังกระบี่ในมือของข้าก็แล้วกัน!”ตู้กู่โม่ได้แต่เงียบและคิดในใจว่า คนในครอบครัวของหลิงหยุนแต่ละคนล้วนแล้วแต่น่าเหลือเชื่อ! เขาคิดว่าหลิงหยุนเป็นคนที่ไร้เหตุผลที่สุดแล้ว แต่น้าหญิงของเขากลับดุร้ายและไร้เหตุผลยิ่งกว่าเสียอีกเหล่ากุ่ยได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร แต่สมองของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว และคิดว่าจะต้องรายงานข่าวนี้ให้หลิงลี่รู้ในคืนนี้เหล่ากุ่ยไม่รู้ว่าตนเองนั้นกำลังตื่นเต้น หรือว่าตื่นตระหนกกันแน่ ในอดีตแม้ตระกูลหลิงและตระกูลฉินจะเคยเป็นตระกูลที่ผู้คนให้การนับหน้าถือตา แต่ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยติดต่อกันเลยสักครั้ง อีกทั้งยังแอบชิงดีกันอยู่ลับๆ แต่ตอนนี้กลับมีหลิงหยุนเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูล!แม้ว่าหลิงหยุนจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหลิงเสี่ยว แต่ที่ผ่านมาตระกูลหลิงก็ไม่เคยได้เลี้ยงดูหลิงหยุนเลย แต่กลับเป็นฉินจิวยื่อแห่งตระกูลฉินที่เลี้ยงดูหลิงหยุนมาเพียงลำพัง นี่ไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าคนตระกูลหลิงเช่นนั้นหรือ!แต่ในใจของเหล่ากุ่ยเวลานี้กลับนึกหวาดกลัวมากกว่าที่จะตื่นเต้น ตระกูลหลิงอยู่ในช่วงตกต่ำ ส่วนตระกูลฉินก็อยู่ช่วงเผชิญกับพายุเช่นกัน ตอนนี้ไม่เท่ากับหลิงหยุนต้องแบกภาระของทั้งสองตระกูลไว้บนบ่าเช่นนั้นหรือ? ในวันข้างหน้า หลิงหยุนคงต้องแบกภาระอันหนักอึ้งของทั้งสองตระกูลนี้ไว้อย่างแน่นอน!“น้าหญิง.. อย่างหยิกหน้าข้าเล่นแบบนี้สิ หยิกเอา.. หยิกเอา..” หลิงหยุนร้องบอกให้ฉินตงเฉี่วยปล่อยแก้มเขา จากนั้นก็หันไปพูดกับถังเทียนห่าวที่ยังคงยืนเงียบไม่พูดอะไร“ลุงถังครับ.. ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงฝั่งชานเมืองตะวันตก ยังมีศพอีกมากมาย รบกวนคุณลุงช่วยจัดการให้ผมด้วยนะครับ คงต้องรบกวนคุณลุงแล้ว..”