ตอนที่ 105
ตอนที่ 408
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 408 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 408 : ถ่ายทอดเคล็ดวิชา! ฉินตงเฉี่วยขมวดคิ้วเข้าหากัน ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา และน้ำตาสองหยดที่ใสราวกับคริสตัลก็ได้ร่วงลงมา แล้วจึงถูกพัดไปพร้อมกับลมทะเล หากใครได้เห็นภาพนี้ก็คงต้องรู้สึกเจ็บปวดหัวใจไปพร้อมกับนางด้วยอย่างแน่นอน นางค่อยๆหันหน้าหนีไปทางทางอื่น และใช้มือปาดน้ำตาออกจนหมด แล้วจึงหันหลังกลับมาพูดกับหลิงหยุนว่า “เอาล่ะ.. อย่าพูดเรื่องนี้กันดีกว่า! หน้าที่ของข้าก็คือมาคอยดูแลพวกเจ้าให้ตั้งใจเรียนหนังสือ ฝึกวรยุทธ ตอนนี้กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์” จู่ๆ หลิงหยุนก็รู้สึกว่าการเดินทางไปที่เขาเทียนซันของแม่เขานั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะแม้แต่น้าหญิงที่เข้มแข็งของเขายังถึงกับร้องไห้ออกมา และน่าจะต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆด้วย “น้าหญิง.. แล้วแม่ของข้าจะกลับเมื่อไหร่?” หลิงหยุนแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ และถามไปเรื่อยเปื่อย ฉินตงเฉี่วยถึงกับตัวสั่น “ถ้าเร็ว.. ก็น่าจะนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ถ้ามีเรื่องให้ต้องล่าช้า ก็น่าจะนานกว่านั้นหน่อย..” หัวใจของหลิงหยุนเต้นแรง แม้ที่นั่นจะไม่มีเครื่องบินไปถึง แต่ก็ไม่น่าจะกินเวลานานกว่าสามหรือห้าวัน แล้วเหตุใดจึงต้องล่าช้าถึงเพียงนั้น? ฉินตงเฉี่วยเห็นหลิงหยุนทำท่าเหมือนจะถามต่อ ดวงตาคู่สวยของนางจ้องมองพร้อมกับรีบพูดตัดบท “เอาล่ะ.. อย่าถามมากความ เรื่องนี้ไว้ข้าค่อยบอกเจ้าทีหลัง! และถ้าพี่ใหญ่ยังไม่กลับมา ข้าก็จะยังไม่ไปจากจิงฉู!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับคิดว่า เรื่องราวอาจจะไม่ยุ่งยากใหญ่โตเหมือนที่เขาคิดก็เป็นได้ อีกอย่างน้าหญิงเองก็เป็นน้องสาวแท้ๆของแม่เขา หากเกิดเรื่องขึ้นกับแม่ของเขาจริงๆ นางคงไม่สามารถทนนิ่งเฉยเช่นนี้ได้แน่! หลิงหยุนเรียกเสื้อผ้าชุดดำออกมาจากแหวนพื้นที่และส่งให้กับฉินตงเฉี่วย จากนั้นจึงถามนางไปว่า “น้าหญิง.. ข้ามีบ้านสามหลัง ไม่ทราบว่าท่านต้องการจะไปพักหลังใหน?” ฉินตงเฉี่วยยกมือขึ้นชี้ไปทางบ้านเลขที่-9 ที่เขายกให้แม่กับน้องสาวอยู่ “พวกเราไปพักที่บ้านหลังนั้นกันดีกว่า เจ้าวางค่ายกลสังหารที่แปลกประหลาดไว้ ข้าจึงไม่สามารถเข้าไปได้ เจ้าเป็นคนนำข้าไปก็แล้วกัน!” หลิงหยุนไม่มีกุญแจบ้านหลังนั้น และตอนนี้กุญแจบ้านก็อยู่กับตี้เสี่ยวอู๋ แต่ค่ายกลนั่นเขาเป็นผู้ที่สร้างขึ้นมาเอง เพียงแค่ย้ายก้อนหินที่อยู่ทางด้านซ้ายของประตูออก จากนั้นค่ายกลนวะสังหารที่เขาวางไว้ก็จะหยุดทำงาน และไม่เกิดผลใดๆอีก หลิงหยุนและฉินตงเฉี่วยมุ่งหน้าไปยังบ้านเลขที่-9 เขาจัดการเตะก้อนหินที่อยู่ทางด้านซ้ายของประตูออกต่อหน้านางพร้อมกับหัวเราะ “นี่คือค่ายกลนวะสังหาร หากหินก้อนนี้ถูกเคลื่อนย้ายออกไป ค่ายกลก็จะหยุดทำงาน ก้อนหินที่เหลือก็จะกลายเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาเหมือนเดิม!” ฉินติงเฉี่วยพยักหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มค้นพบความอัศจรรย์ของหลิงหยุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในใจก็ไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกอย่างไร? ในเมื่อค่ายกลสังหารนั่นถูกปิดไปแล้ว เพียงแค่ประตูบานเดียวจึงไม่สามารถหยุดยั้งคนทั้งคู่ได้ ทั้งคู่กระโดดเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว “เจ้าเด็กดื้อ.. เจ้าตกแต่งบ้านได้ไม่เลวนี่!” ฉินตงเฉี่วยเดินตรงเข้าไปในห้องนั่งเล่น นางมองสำรวจไปรอบๆพร้อมกับเอ่ยชมฉินตงเฉี่วยนับว่าเป็นเพชรประจำตระกูลฉิน หากนางสามารถพึงพอใจการตกแต่งบ้านจนถึงกับเอ่ยปากชมแล้ว ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว!“แม่ของเจ้านอนห้องใหน ข้าจะไปนอนห้องนั้น!” หลังจากที่ชื่นชมบ้านไปแล้ว นางก็หันกลับไปถามหลิงหยุนหลิงหยุนพาฉินตงเฉี่วยไปที่ห้องนอนของแม่เขา ฉินตงเฉี่วยผลักประตูเข้าไปทันที จากนั้นก็หันไปสั่งหลิงหยุน“เจ้าเด็กดื้อ.. ถ้าไม่มีคำสั่งข้า ห้ามเจ้าเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด แล้วจากนี้ไปก็ห้ามเจ้าแสดงวรยุทธต่อหน้าคนอื่น อ่อ.. แล้วก็ห้ามออกไปใหนด้วย ได้ยินชัดเจนไม๊?”หลิงหยุนได้แต่อึ้งและพูดอะไรไม่ออก จึงได้แต่พยักหน้า จากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วนั่งครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆอยู่บนโซฟาตอนนี้ความสามารถในการได้ยินของหลิงหยุนนั้น ต้องเรียกได้ว่าไม่เพียงได้ยินในระยะไกล แต่ยังได้ยินอย่างชัดเจนอีกด้วย และในไม่ช้าเขาก็เริ่มได้ยินเสียงถอดเสื้อผ้าหลิงหยุนรู้ว่าตอนนี้ฉินตงเฉี่วยคงจะกำลังเตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงร่างเปียกโชกของนางที่เผยให้เห็นรูปร่างที่แสนงดงาม“น้าหญิงช่างสวยงามนัก..” หลิงหยุนได้แต่พึมพำเสียงน้ำไหลดังมาจากห้องนอน หลิงหยุนลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่น และตรงไปที่ลานนอกบ้าน แล้วเริ่มฝึกดารกะดายันหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ฉินตงเฉี่วยก็อาบน้ำเสร็จพอดี นางใส่เสื้อผ้าของฉินจิวยื่อ จัดการเช็ดผมให้แห้ง และสางผมที่ยาวก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป“หลิงหยุน..”ฉินตงเฉี่วยร้องเรียกหลิงหยุน และค่อยๆเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปหาเขาที่ลานด้านนอก และก็ได้แต่จ้องมองหลิงหยุนที่อยู่ในสนามหญ้าอย่างตกตะลึง“โอ้.. นั่น.. ร่างกายของเจ้าเด็กดื้อเรืองแสงขึ้นอีกครั้งแล้ว… ดูเหมือนว่าแสงที่เรืองรองออกจากร่างของเขาจะเป็นแสงจากดวงจันทร์?!”ฉินตงเฉี่วยถึงกับตกตะลึงและยืนแข็งเป็นหิน นางจ้องมองหลิงหยุนที่ยืนอยู่กลางสนามพร้อมกับคิดสงสัยว่า ‘นี่มันวิชาอะไรกนแน่?!’หลิงหยุนคาดว่าฉินตงเฉี่วยน่าจะใช้เวลานาน เขาจึงพาตัวเองออกไปรับพลังจันทราที่สนาม แต่เมื่อหันหลังกลับไปก็ถึงกับตกตะลึง!ฉินตงเฉี่วยที่ยืนห่างออกไปราวห้าหกเมตร สวมชุดกระโปรงลูกไม้แขนสั้นลายดอกไม้ ผิวของนางขาวนวล หน้าผากสะอาดสะอ้าน คิ้วสองข้างโค้งสวยงาม ดวงตามีแววตกตะลึง จมูกเล็กโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง ตะโพกที่ผายช่วยให้เอวของร่างที่สูงตระหง่านนั้นคอดเล็ก ดูสมส่วนและไม่มีไขมันแม้แต่นิดเดียว!หน้าอกทั้งสองข้างของฉินตงเฉี่วยทำหน้าที่รองรับผมยาวดำขลับที่พาดลงมา และชุดสีขาวที่ใส่ก็ยิ่งขับให้สีผมของนางดำมากยิ่งขึ้นลมที่พัดในยามค่ำคืน ได้พัดผมที่กำลังเปียกให้ปลิวไสวไปมา ทำให้ร่างที่สวยงามนั้นดูราวกับเทพธิดาในภาพวาด!ทั้งสองคนต่างก็ตกตะลึงซึ่งกันและกัน ฉินตงเฉี่วยเป็นฝ่ายที่รู้สึกตัวก่อน และนางก็รู้ว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงได้มีอาการตกตะลึงเช่นนั้น นางจึงถามออกไปว่“เจ้าเด็กดื้อ.. นี่เจ้ามองอะไร?!”“ข้ามองน้าหญิง..”หลิงหยุนพูดเพียงแค่นั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อได้อีก ในเมื่อฉินตงเฉี่วยถามตรงๆ เขาก็ตอบไปตรงๆเช่นกัน