ตอนที่ 108
ตอนที่ 411
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 411 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 411: ไฉเจี๋วย! “ไปหาข้าวเช้ากินกันดีกว่า!” หลิงหยุน หนิงหลิงยู่ เสี่ยวเม่ยหนิง ถังเม่ง ทั้งสี่คนต่างก็แยกย้ายไปขึ้นรถของตัวเอง และขับออกจากอพาร์ทเมนท์ เมื่อขึ้นไปบนรถ หนิงหลิงยู่เพิ่งจะสังเกตุเห็นว่าเสื้อของหลิงหยุนตรงไหล่นั้นเปียกไปด้วยน้ำตาของเธอ เธอจึงรู้สึกเก้อเขินและกระอักกระอ่วนอย่างมาก หลิงหยุนลูบไหล่ของหนิงหลิงยู่เบาๆพร้อมกับพูดปลอบใจ “ไม่เป็นไร.. วันนี้พี่ใหญ่จะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้านะ!” จะว่าไปแล้ว ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น หลิงหยุนค่อนข้างยุ่งมาก และไม่มีเวลาได้อยู่กับหนิงหลิงยู่เลย เขาจึงค่อนข้างรู้สึกผิด และต้องการที่จะชดเชยให้กับเธอ “หลิงยู่.. เธออยากรู้ใช่ไม๊ว่าวันๆพี่ใหญ่หายไปทำอะไรบ้าง? วันนี้พี่จะพาเธอไปกับพี่ทั้งวัน เธอจะได้รู้ว่าพี่ทำอะไรยังไงบ้าง?” หนิงหลิงยู่ได้ฟังก็ตาเป็นประกายพร้อมกับพยักหน้าอย่างตื่นเต้น.. ระหว่างที่ทานอาหารเช้าอยู่นั้น หลิงหยุนก็ได้โทรหาตี้เสี่ยวอู๋สั่งให้เขาเขาขับรถแลนด์โรเวอร์มาที่นี่ หลังจากที่ทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว หลิงหยุนก็ยิ้มและพูดกับเสี่ยวเม่ยหนิงว่า “หนิงน้อย.. วันนี้เป็นวันจันทร์ เธอควรจะกลับไปเรียนนะ” เสี่ยวเม่ยหนิงที่กลัวอยู่แล้วว่าหลิงหยุนจะไล่เธอกลับไปที่โรงเรียน จึงรีบแย้งขึ้นมาทันที “อะไรกัน?! พี่กับพี่หลิงยู่ แล้วก็ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ยังโดดเรียนกันได้เลย แล้วทำไมถึงให้ฉันกลับไปเรียนอยู่คนเดียว? ฉันไม่ไปหรอก ฉันจะไปกับพวกพี่!” หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับอธิบายว่า “หนิงน้อย.. อาทิตย์ที่แล้วเธอก็ขาดเรียนไปตั้งสองสามวัน แล้วก็ไม่ได้ส่งการบ้านอีกตั้งหลายชิ้น มัธยมต้นกับมัธยมปลายไม่เหมือนกันนะ มัธยมปลายก็แค่ทบทวนบทเรียน แต่มัธยมต้นครูจะสอนเรื่องใหม่ๆ เอาล่ะ.. เชื่อฟังผม แล้วกลับไปเรียนซะ!” หนิงหลิงยู่รู้ดีว่าเสี่ยวเม่ยหนิงไม่อยากไปโรงเรียน เธอจึงยิ้มและอธิบายว่า “หนิงน้อย ที่พี่ใหญ่พูดก็ถูกนะ! ถึงแม้เธอจะเป็นเด็กเฉลียวฉลาดอยู่แล้ว แต่การเรียนให้จบมัธยมก็เป็นเรื่องสำคัญ อีกอย่างถ้าเธอไม่ขยันเรียนตอนนี้ จะต้องไปเรียนหนักในช่วงปิดเทอมแทนนะ” หนิงหลิงยู่เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของโรงเรียนมัธยมจิงฉู และสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด เธอจึงพูดออกมาจากประสบการณ์ของตัวเธอเอง เสี่ยวเม่ยหนิงไม่มีทางเลือกจึงได้แต่เลิกต่อต้าน และพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก “พี่หลิงหยุน.. พี่ต้องเปิดมือถือไว้ตลอดล่ะ ฉันคิดถึงพี่เมื่อไหร่จะได้โทรหาได้!” หลิงหยุนพยักหน้าและให้สัญญาก่อนจะส่งเสี่ยวเม่ยหนิงกลับไป “พวกเราไปหาเตาฉีกัน.. ตี้เสี่ยวอู๋ นายโทรบอกเตาหยงด้วยว่าพวกเรากำลังจะไปพบเขา!” “พี่ใหญ่คะ.. เตาฉีเป็นใครกัน?” หนิงหลิงยู่ถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เขาก็คือคนที่มีแผลเป็นบนใบหน้า แล้วก็เป็นคนที่พาลูกน้องไปถล่มคลีนิคของแม่ครั้งนั้นไงล่ะ!”“คนนั้นเองเหรอ..”หนิงหลิงยู่ยังจำได้ว่าตอนนั้นเตาฉีเอาแต่หัวเราะ และอันธพาลหลายคนก็รุมล้อมหลิงหยุนไว้แต่หลิงหยุนกลับพูดด้วยท่าทางสบายๆ “หลิงยู่ ไม่ต้องตกใจไป! อะไรที่เธอเคยพบเคยเห็น อย่าได้เก็บมันไว้ในใจ แล้วคืนนี้พี่ใหญ่จะอธิบายเรื่องที่เธอยังไม่เข้าใจให้ฟัง!”หนิงหลิงยู่เอนหัวลงซบไหล่ของหลิงหยุนพร้อมกับหัวเราะคิกคักก่อนจะตอบไปว่า “ค่ะพี่ใหญ่..”เมื่อใดก็ตามที่มีพี่ใหญ่ของเธออยู่ด้วย หนิงหลิงยู่จะรู้สึกอบอุ่น และมีความสุขอย่างมากทุกครั้งและในช่วงเวลานั้น.. อะไรๆ ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป!…………สี่สิบนาทีต่อมา.. รถของหลิงหยุนก็มาจอดอยู่หน้าบ้านของเตาฉีซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลินเจียงเตาฉีพร้อมด้วยลูกน้องทั้งสี่คน ได้ออกมายืนเตรียมรอต้อนรับหลิงหยุนอยู่ด้านนอกแล้ว และทันทีที่หลิงหยุนและหนิงหลิงยู่เดินลงมาจากรถแลนด์โรเวอร์ พวกเขาก็เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางที่เคารพนบนอบพร้อมกับเอ่ยทักทาย“นายน้อยหลิง!”ลูกน้องทั้งสี่คนของเตาฉีได้เห็นกับตาตัวเองว่า หลิงหยุนเพียงคนเดียวแต่กลับสามารถทุบบ้านหลังใหญ่โตของเถียนป๋อเตาสองหลัง และสำนักงานของกู่เหลียงซันจนพังราบเป็นหน้ากองได้ อีกทั้งท่ามกลางตำรวจหลายร้อยนายที่เล็งปืนเข้าใส่เขานั้น ไม่เพียงหลิงหยุนจะมีท่าทีที่สงบนิ่งเยือกเย็น แต่ยังสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาสร้างความอับอายให้กับหัวหน้ารักษาความมั่นคงแทนได้ เช่นนี้แล้ว.. ยังจะไม่มีเหตุผลเพียงพอให้คนทั้งห้าออกมายืนรอต้อนรับหลิงหยุนด้วยตัวเองหรืออย่างไร?หลังจากที่มังกรได้มารายงานเตาฉีว่าหลิงหยุนจะมาพบเขาด้วยตัวเองนั้น เขาก็ตื่นเต้นจนสั่นไปทั้งตัว และได้พาลูกน้องทั้งสี่ออกมายืนต้อนรับด้วยตัวเองในความคิดของเตาฉีนั้น แม้แต่หลัวจ้งซึ่งเป็นถึงผู้อำนวยการของสำนักงานรักษาความมั่นคง ยังถูกหลิงหยุนสร้างความอัปยศให้ได้ถึงเพียงนั้น อีกทั้งหัวลูกสาวของหัวหน้าแก๊งมังกรเขียวยังออกหน้าจัดการเรื่องข้อกฏหมายให้กับหลิงหยุนด้วยตัวเอง เช่นนี้แล้วจะหมายความว่าอย่างไรได้?ทุกอย่างแสดงให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองจิงฉูตัวจริง!หลิงหยุนบอกว่าจะมาหาเขาด้วยตัวเอง นี่เท่ากับว่าเป็นการให้หน้าเตาฉีอย่างมาก! เช่นนี้แล้วเขาจะไม่รู้สึกยินดีได้อย่างไร?!และก่อนที่หลิงหยุนจะมาถึงนั้น เตาฉีและลูกน้องทั้งสี่คนก็ได้นั่งคุยกันว่าควรจะเรียกหลิงหยุนว่าอย่างไรดี!เพราะหากจะเรียกชื่อหลิงหยุนเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่ดีและไม่เหมาะสมนัก แต่หากจะให้เรียกว่าพี่ใหญ่ก็ดูไม่เข้าท่า ทั้งห้าคนนั่งปรึกษากัน และสุดท้ายต่างก็ลงความเห็นว่าควรจะเรียกหลิงหยุนว่า ‘นายน้อยหลิง’ทันทีที่ได้ยินเตาฉีและคนอื่นๆทักทายเขาว่า ‘นายน้อยหลิง’ ความรู้สึกแปลกใจวูบขึ้นมาในแววตาของเขาเล็กน้อย แต่หลิงหยุนก็เพียงแค่พยักหน้ายิ้มๆ“เข้าไปคุยข้างในจะดีกว่า!”เตาฉีตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าจะวางไม้วางมือไว้ที่ใหน เขารีบเชื้อเชิญหลิงหยุนและคนอื่นๆเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางที่เคารพนบนอบ และถึงกับรินน้ำชาให้หลิงหยุนด้วยตัวเอง จากนั้นก็โบกมือให้ลูกน้องทั้งสี่คนออกไปข้างนอกก่อนหลิงหยุนยกมือห้ามไว้พร้อมกับสั่งว่า “ไม่ต้อง.. ทุกคนถือว่าเป็นคนกันเองแล้ว ให้พวกเขาอยู่ที่นี่ได้!”“คนกันเอง?! นี่หมายความว่า..”