ตอนที่ 115
ตอนที่ 418
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 418 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 418: จูบจากนางฟ้า! หลิงหยุนกดลิฟท์ลงมาชั้นล่างของโรงแรม เมื่อขึ้นรถได้ก็ขับมุ่งหน้าไปยังบ้านเลขที่-1 ในทะเลสาบจิงฉูทันที เมื่อไปถึง เขาก็พบว่าทุกคนทั้งเหล่ากุ่ย ตู้กู่โม่ ตี้เสี่ยวอู๋ และเจ้าขาวปุยต่างก็รวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังนี้ ทันทีที่หลิงหยุนก้าวลงจากรถ เงาสีขาวของเจ้าขาวปุยก็พุ่งออกมา และเพียงแว้บเดียวก็มุดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน รูปร่างและสีหน้าท่าทางของมันทำให้หลิงหยุนถึงกับตกใจ “เจ้าอย่าดูดซับพลังชีวิตเข้าไปมากจนเกินไป หลังจากนี้อีกห้าวันข้าจะพาเจ้าไปหาที่เพื่อกลายร่าง” หลิงหยุนลูบขนสีขาวที่นุ่มลื่นราวกับผ้าซาตินของเจ้าขาววปุยพร้อมกับกระซิบบอก ใบหน้าเล็กๆของเจ้าขาวปุยผงกขึ้นลงเป็นการรับบรู้ ดวงตาสีดำขลับเป็นประกายระยิบบระยับของมัน จ้องมองหลิงหยุนอย่างประจบสอพลอ ในเวลาเดียวกันนั้น เหล่ากุ่ย ตู้กู่โม่ และตี้เสี่ยวอู๋ ต่างก็เดินออกมาจากบ้านเพื่อทักทายหลิงหยุน หลิงหยุนเองก็ยิ้มทักทายพวกเขาทั้งสามคนเช่นกัน จากนั้นก็เชื้อเชิญเหล่ากุ่ยเข้าไปในบ้าน “เหล่ากุ่ย.. วันนี้ข้ายุ่งทั้งวันจึงไม่มีเวลาได้มาดูแลต้อนรับท่าน อภัยให้ข้าด้วย..” หลิงหยุนเอ่ยขอโทษเหล่ากุ่ยอย่างสุภาพระหว่างที่เดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน เหล่ากุ่ยตอบยิ้มๆ “เรื่องเล็กน่า.. เจ้ามีญาติมาเยี่ยมเยียน ยังไงก็ต้องไปต้อนรับขับสู้ถึงจะถูก เรื่องของข้าเจ้าอย่าได้กังวลไปเลย..” เหล่ากุ่ยได้แต่คิดในใจว่า.. นี่ยังไม่เรียกว่ายุ่งได้หรอก รอให้นายน้อยของเขาได้เจอกับท่านปู่ก่อนเถิด รับรองว่าจะมีงานให้ทำไม่หยุดไม่หย่อนเลยเชียวล่ะ! หลังจากออกมาจากบ้านเฉิงเทียนเมื่อคืนนี้ เหล่ากุ่ยจึงฉวยโอกาสติดต่อกลับไปหาหลิงลี่ทันที หลังจากที่ได้เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้หลิงลี่ฟังแล้ว หลิงลี่เองก็ถึงกับตกใจ และอึ้งไปพักใหญ่ และเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่น่าทึ่งของหลานชายที่ชื่อหลิงหยุนแล้ว มีหรือที่หลิงลี่จะยังนิ่งเฉยอยู่ที่บ้านได้อีก? เขาแทบจะอดทนรอไม่ได้ หากมีปีกเขาคงจะบินไปที่เมืองจิงฉูในทันที เพื่อไปดูหลานชายที่เขาเองก็ไม่เคยได้พบหน้ามาก่อน แต่หลิงลี่ไม่ได้ปริปากบอกเรื่องนี้กับใครเลยสักคน แม้แต่หลิงเสี่ยวซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของหลิงหยุน เพราะเกรงว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จะเป็นผลร้ายกับตระกูลหลิง และตัวของหลิงหยุนเอง หลังจากที่วางสายจากเหล่ากุ่ยไปแล้ว หลิงลี่ก็ได้จัดการสั่งการทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาจะเดินทางไปเมืองจิงฉูอย่างลับๆ เพื่อให้หลานชายของเขาได้พบเจอกับบรรพบุรุษของตัวเองเสียที! หลิงหยุนที่ยังคงไม่รู้เรื่องนี้ ได้พูดกับเหล่ากุ่ยต่อว่า “เหล่ากุ่ย.. ข้าได้สั่งตี้เสี่ยวอู๋ไว้เรียบร้อยแล้ว ให้เขาคอยดูแลท่าน หากต้องใช้เงินก็บอกเขาได้เลย” เหล่ากุ่ยหัวเราะอย่างมีความสุข “ตี้เสี่ยวอู๋รึ? เด็กคนนี้หน่วยก้านใช้ได้ ข้าชอบเขา..”ทั้งสองคนเดินคุยกันไปจนถึงห้องที่สำหรับใช้ทำการรักษาอาการบาดเจ็บ เหล่ากุ่ยยกมือขึ้นและหันไปพูดกับหลิงหยุน“พ่อหนุ่ม.. เวลานี้คนแก่อย่างข้ายังหาที่อยู่ไม่ได้ คงต้องขออาศัยอยู่กับเจ้าที่นี่ไปก่อน ไม่ทราบว่าเจ้าจะรังเกียจหรือไม่?”หลิงหยุนยิ้ม “เหล่ากุ่ยทำไมถึงได้พูดแบบนั้นล่ะ? ในเมื่อข้าอยู่ที่นี่ ท่านก็ต้องอยู่ที่นี่กับข้าด้วยสิ! หากท่านต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็บบอกตี้เสี่ยวอู๋ได้เลย!”ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกันอีกสองสามคำ หลิงหยุนก็หยุดพูดและเริ่มลงมือฝังเก้าเข็มปลุกชีพให้เหล่ากุ่ยอย่างตั้งอกตั้งใจ เพื่อช่วยรักษาอาการบบาดเจ็บภายในที่ยังไม่หายดีให้กับเขาหลังจากการรักษาครั้งแรก อาการบาดเจ็บภายในของเหล่ากุ่ยก็ดีขึ้นถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้หลิงหยุนเองก็มีประสบการณ์จากการรักษาเหล่ากุ่ยมากขึ้น และเหล่ากุ่ยเองก็คุ้นเคยกับวิธีการรักษา จึงทำให้การรักษาของหลิงหยุนยิ่งง่ายขึ้นอย่างมากหลิงหยุนทำการฝังเข็มอย่างรวดเร็ว เขาต้องเร่งมือเพราะมีสาวสวยกำลังรอเขาไปเข้าห้องหออยู่..ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลิงหยุนก็ดึงเข็มทองออกจากร่างกายของเหล่ากุ่ย จากนั้นก็พูดกับเหล่ากุ่ยสองสามคำ ก่อนจะรีบพุ่งออกไปจากบ้านทันที“นี่หลิงหยุน.. แล้วนี่เจ้าจะไปใหน?! คืนนี้ดูเจ้ารีบร้อนนัก จะรีบไปเข้าห้องหอหรือยังไง?”ตู้กู่โม่เห็นหลิงหยุนรีบร้อนราวกับถูกไฟรนก้น จึงได้แต่ร้องตะโกนถามออกไปด้วยความสงสัยหลิงหยุนคิดในใจว่า ตู้กู่โม่ช่างเดาได้ถูกต้องแม่นยำนัก เขาจึงหันหลับกลับไปหาตู้กู่โม่พร้อมกับยกนิ้วกลางให้ และเมื่อเห็นตู้กู่โม่เห็น เขาก็ร้องโวยวายด้วยความโมโห หลิงหยุนได้แต่หัวเราะแล้วขับบรถหายไปทันทีตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว และหลิงหยุนก็ค่อนข้างรีบร้อน เขาจึงเหยีบคันเร่งรถแลนด์โรเวอร์แทบมิดเพราะไม่ต้องการล่าช้าแต่ยิ่งเขาไม่อยากจะล่าช้ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบเจอปัญหามากเท่านั้น เพราะระหว่างที่จดจ่ออยู่กับการขับบรถนั้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น“เหยาลู่คงจะอาบน้ำเสร็จแล้วเลยโทรมาเร่งให้ข้ากลับไปสินะ! ฮ่า.. ฮ่า.. งั้นต้องเหยียบให้เร็วกว่านี้!”หลิงหยุนมั่นใจมากว่าต้องเป็นเหยาลู่ เขาจึงเร่งเครื่องให้เร็วกว่าเดิม แต่เสียงเรียกเข้าก็ยังคงดังต่อเนื่อง หลิงหยุนได้แต่ขมวดคิ้วและเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะเหยาลู่ไม่เคยเร่งรัดเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไร เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเมื่อเหลือบเห็นชื่อที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์!ปรากฏว่าเป็นสายจากหลินเมิ่งหาน!“ยังไงกัน? นี่หลินเมิ่งหานยังไม่ได้ออกจากจิงฉูงั้นรึ? หรือจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนางอีก?”ทันทีที่คิดได้เช่นนั้น หลิงหยุนก็รีบกดรับโทรศัพท์ทันที และเสียงของหลินเมิ่งหานก็ดังขึ้นที่ปลายสายทันที“หลิงหยุน.. มารับฉันที่แองเจลบาร์หน่อย!” เสียงของหลินเมิ่งหานดังแผ่วอยู่ปลายสาย“แองเจลบาร์.. อยู่ที่ใหนล่ะ? แล้วตอนนี้คุณยังอยู่ในเมืองจิงฉูหรือเปล่า?!” หลิงหยุนไม่รู้จัก เพราะแม้แต่โรงแรมแชงกรีล่าเขาเองก็เพิ่งจะเคยไปที่นั่นวันนี้เป็นครั้งแรก หลิงหยุนเหยียบเบรคทันที