ตอนที่ 128
ตอนที่ 431
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 431 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 431 : คืนความเป็นธรรม! เหยาลู่เดินออกไปส่งหลิงหยุนอย่างมีความสุขจนถึงหน้าประตูโรงแรม และยืนมองจนรถของเขาหายลับตาไป นักศึกษาสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยที่ยังไม่เรียนไม่จบ แต่สามารถมีบ้านเดี่ยว มีเงินในบัญชีสามล้านกว่าบาท และมีคลินิกที่มีมูลค่าอีกนับสิบล้าน เพียงเท่านี้ก็เกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาบ้านๆคนหนึ่งจะใฝ่ฝันได้แล้ว แต่ทุกสิ่งเป็นจริงขึ้นมาได้ก็เพราะเธอได้พบกับหลิงหยุน และตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น แล้วมันก็กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองสามวันข้างหน้า หลายคนทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่กลับไม่สามารถมีอะไรเป็นของตัวเองได้สักอย่าง ในขณะที่เหยาลู่สามารถมีทุกสิ่งทุกอย่างได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน เธอจึงรู้สึกมีความสุขอย่างมาก และรักเด็กผู้ชายคนนี้อย่างที่สุด เหยาลู่ยืนมองจนกระทั่งรถแลนโรเวอร์ของหลิงหยุนหายลับตาไป แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ก็มีพึมพำออกมาเบาๆ “คนใจร้าย.. ไปหาผู้หญิงคนอื่นมา แล้วก็มาขอโทษฉัน!” น้ำเสียงของเธอมีทั้งอิจฉา มีความสุข แล้วก็ขมขื่นปะปนกันไป ไม่ว่าจะเป็นกงเสี่ยวลู่ หลินเมิ่งหาน หรือแม้แต่เหยาลู่ ทุกคนล้วนแต่ไม่ได้โง่.. ……….. ทันทีที่หลิงหยุนไปถึง ก็รีบตรงเข้าไปในห้องเรียนทันที เขาแทรกตัวเข้าไปด้านหลังหลงหวู่เพื่อเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง หลงหวู่ยังคงนั่งดูนิตยสารแฟชั่นอย่างสนอกสนใจ และทุกเล่มล้วนนิตยสารต่างประเทศ ไม่ได้สนใจเรียนแม้แต่น้อย “นี่.. ใจกล้าไม่เบาเลยนะ! กลางวันแสกๆ คนก็ตั้งเยอะตั้งแยะ นายยังกล้าพาครูประจำชั้นขึ้นไปที่หอพักอีก?” ทันทีที่หลิงหยุนนั่งลง หลงหวู่ก็ปิดนิตยสารในมือ แล้วก็พูดขึ้นมาทันที.. หลิงหยุนจ้องหน้าหลงหวู่อย่างสนใจ แล้วริมฝีปากแดงของเขาก็แย้มยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ผมน่ะใจกล้าแต่ใหนแต่ไรแล้ว.. คุณอยากจะลองไม๊ล่ะ?” หลงหวู่หน้าแดงขึ้นมาทันทีพร้อมกับทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ แล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก.. แต่หลิงหยุนไม่จบเท่านั้น เขารีบฉวยโอกาสถาม “นี่คุณทนายความคนสวย ผมมีเรื่องจะปรึกษา?” หลงหวู่ได้ยินหลิงหยุนจงใจไม่เรียกชื่อเธอ จึงได้แต่กัดริมฝีปากพร้อมกับถามไปว่า “มีอะไรให้ก็ว่ามา!” หลิงหยุนเล่าเรื่องของบริษัทชิงหยุนโปรดักชั่นให้หลงหวู่ฟัง และกำลังรอว่าเธอจะมีคำแนะนำอะไรดีๆให้เขาบ้าง หลังจากนิ่งฟังอยู่นาน หลงหวู่จึงพูดขึ้นมาว่า “เรื่องแบบนี้หากฟ้องร้องกันไปตามกฏหมาย ต่อให้นายชนะคดีความ พวกเขาก็แค่ชดใช้เงินให้ ไม่ถึงกับต้องยกบริษัทให้นายนี่..” “อีกอย่าง.. ถ้านายอยากจะเปิดบบริษัทที่ทำเกี่ยวภาพยนตร์หรือว่าทีวี ทำไมต้องไปทำอะไรที่ยุ่งยากขนาดนั้น ก็แค่ลงทุนจดทะเบียนเปิดบริษัทใหม่ก็แค่นั้น!” หลงหวู่อธิบายได้ค่อนข้างชัดเจนแจ่มแจ้ง.. หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า “ผมเข้าใจที่คุณพูดทั้งหมด.. แต่จุดประสงค์ของผมไม่ได้ต้องการเงินหรือบริษัทของพวกมัน ผมแค่ต้องการทำให้บริษัทชิงหยุนโปรดักชั่นสิ้นชื่อ แล้วก็สูญหายไปจากประเทศนี้เลยต่างหาก..” หลังจากที่หลงหวู่ได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของหลิงหยุน เธอก็ตอบกลับมาง่ายๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่.. นายก็แค่บุกเข้าไปที่บริษัทนั่น แล้วก็จัดการปิดไม่ให้พวกมันเปิดทำงานได้อีก แค่นี้ก็จบแล้ว!”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไป และไม่พูดอะไรอีก หลังจากที่เขาหลงคิดหาวิธีอยู่นาน แต่หลงหวู่กลับให้คำตอบง่ายๆกับเขา หลิงหยุนยกนิ้วโป้งให้หลงหวู่พร้อมกับเอ่ยชม“เป็นคำแนะนำที่ดีมาก!”หลงหวู่เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย.. แต่หลังจากนั้น หลงหวู่ก็ถึงกับอึ้งในการกระทำของหลิงหยุนจนพูดอะไรไม่ออก เขาหยิบโทรศัพท์มือถืออกมาโทรหาตี้เสี่ยวอู๋“นายพาคนของเตาฉีไปถล่มบริษัทชิงหยุนโปรดักชั่น ยิ่งพังยับเยินมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี!”หลงหวู่หันไปยกนิ้วโป้งให้หลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นายนี่โหดแล้วก็ดุกว่าที่ฉันคิดซะอีก!”“คุณก็ไม่ได้น้อยไปกว่าผมหรอก..” หลิงหยุนตอบหลงหวู่พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข“หลังจากผมเสร็จภารกิจในโรงเรียนบ่ายนี้ คุณช่วยพาผมไปที่บ้านหน่อยจะได้ไม๊? ผมต้องการไปขอบคุณลุงหลงด้วยตัวเอง..”หลงหวู่ตอบกลับไปยิ้มๆ “ได้สิ! แต่นายต้องจ่ายค่าจ้างให้ฉันด้วย..” พร้อมกันแบมือไปตรงหน้าหลิงหยุนหลิงหยุนเข้าใจความหมายดี เขารีบผลักฝ่ามือของหลงหวู่ออกอย่างไม่สนใจพร้อมกับตอบไปว่า“ผมอุตส่าห์ให้เกียรติคุณพาผมไป คุณคิดเหรอว่าถ้าคุณไม่พาผมไป ผมจะไปแก๊งมังกรเขียวไม่ถูก อย่าลืมนะว่าผมยังมีตี้เสี่ยวอู๋อยู่”หลิงหวู่หัวเราะคิกคักพร้อมกับต่อรอง “ถ้างั้น.. ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน..”หลิงหยุนอดคิดไม่ได้ว่า.. การที่เขาขับรถไปส่งหลงหวู่ที่บ้านโดยที่ไม่คิดเงินก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ยังจะกล้ามาเรียกร้องอะไรอีก!แต่แล้วก็ได้ยินหลงหวู่ถามขึ้นว่า “ฉันได้ยินมาว่านายมีความจำที่น่าอัศจรรย์มาก.. จริงไม๊?”หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า “ใช่.. แล้วยังไง?”หลงหวู่ยกมือขึ้นชี้ไปที่ Oxford English Dictionary บนโต๊ะของเกาเฉินเฉินแล้วพูดกับหลิงหยุนว่า“ถ้าให้นายจำคำศัพท์ในนั้นทั้งหมด นายต้องใช้เวลาเท่าไหร่?”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า.. ดูเหมือนภารกิจที่เกาเฉินเฉินทำค้างไว้จะถูกส่งต่อให้กับหลงหวู่ แต่หลิงหยุนถามกลับอย่างไม่สนใจ และเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ“ท่องได้หมดแล้วจะมีประโยชน์อะไร..?”หลงหวู่ยิ้มขึ้นมาทันทีพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าจริงจัง “หลิงหยุน.. เวทีของนายไม่ใช่แค่เมืองจิงฉู ไม่ใช่แค่ประเทศจีน แต่เป็นทั่วโลก!”“ฉันรู้ว่าความรู้ในระดับมัธยมพวกนี้ไม่มีความหมายอะไรกับนาย แต่นายอย่าลืมว่า ในวันข้างหน้าถ้านายต้องเดินทางไปต่างประเทศ นายก็จะได้ไม่ต้องคอยใช้ล่าม!”“หลังจากที่นายท่องคำศัพท์ในดิกชันนารีเล่มนี้ได้ทั้งหมด ต่อไปฉันก็จะสอนนายเรื่องสำเนียงการออกเสียง มันจะเป็นประโยชน์กับนายมาก มีแต่ข้อดี ไม่เห็นจะมีข้อเสียตรงใหนเลย..”หลิงหยุนได้แต่อึกอัก เพราะสิ่งหลงหวู่พูดมานั้นล้วนมีเหตุผล และไม่อาจปฏิเสธได้หลิงหยุนเข้าใจได้ในทันทีว่า เหตุใดหลงหวู่จึงดูแตกต่างจากคนในวัยเดียวกัน นั่นก็เพราะว่าเธอเป็นคนที่มองเห็นอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นหลงหวู่ไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งได้กรีนการ์ด จึงมีความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมอเมิกันค่อนข้างดีกว่าคนจีนทั่วไปหลงหวู่ที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดเต็ม แต่สามารถเรียนจบปริญาโทด้านกฏหมายจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดได้แล้ว ความจริงเธอไม่จำเป็นต้องมานั่งเรียนกับเด็กมัธยมปลายด้วยซ้ำไป และคนแบบหลงหวู่ก็มีไม่มากนักในประเทศจีนและแน่นอนว่า.. มหาวิทยาลัยในประเทศจีน ก็คงไม่สามารถเทียบบได้กับมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดในประเทศอเมริกา