ตอนที่ 141
ตอนที่ 444
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 444 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 444 : ขาวปุยกลายร่าง! หลิงหยุนออกไปใหนตอนเที่ยงคืนน่ะหรือ? แน่นอนว่าเขาก็ต้องออกไปรักษาอาการบาดเจ็บภายในให้กับเหล่ากุ่ยนั่นเอง! แม้ว่าเหล่ากุ่ยจะเป็นบุคคลลึกลับ แต่เมื่อปรากฏตัวแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าหลิงหยุนจะทำอะไร เหล่ากุ่ยก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะร่วมมือกับหลิงหยุนเลยแม้แต่ครั้งเดียว! แม้ว่าเหล่ากุ่ยจะยังไม่ยอมเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตัวเอง แต่หลิงหยุนก็ฉลาดพอที่จะมองออกว่า เหล่ากุ่ยนั้นทั้งรักทั้งห่วงใย และพร้อมที่จะปกป้องเขามากเพียงใด หลิงหยุนจึงต้องการที่จะใช้ความสามารถที่มีของเขารักษาอาการบาดเจ็บของเหล่ากุ่ยให้หายดี หลิงหยุนขับรถออกมาจากหมู่บ้านฝูฮัว และเพียงแค่ยี่สิบนาทีก็มาถึงบ้านเลขที่-1 ของตนเอง “ดึกขนาดนี้แล้วทำไมประตูรั้วยังเปิดกว้างอยู่แบบนี้..” หลิงหยุนมองเข้าไปภายในลานบ้านก็เห็นเหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ สำหรับสองคนนี้ประตูบ้านก็คงเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ตกแต่งบ้านชนิดหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจะปิดหรือจะเปิดก็คงไม่แตกต่างกัน ทันทีที่หลิงหยุนขับรถเข้าไปในบ้าน ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูลงไป ก็เห็นเจ้าขาวปุยวิ่งส่ายหางมายืนรอเขาที่หน้าประตูรถ หลิงหยุนยิ้มให้ และเมื่อก้าวลงมาจากรถ ก็รีบอุ้มเจ้าขาวปุยไว้ในอ้อมแขน และลูบไล้ขนที่นุ่มนวลของมันพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “นี่ข้าเองไง.. เจ้ามองทำไมกัน?” ดวงตาของเจ้าขาวปุยจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหลิงหยุน แววตาของมันเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ร่างใหญ่ของมันพยายามซุกเข้าไปในอ้อมแขนของหลิงหยุนอยู่แบบนั้นและไม่ผละออก หลิงหยุนจึงอาศัยโอกาสนี้สังเกตุไปทั่วทั้งร่างของเจ้าขาวปุย และพบว่าการฝึกฝนของเจ้าขาวปุยนั้นก้าวหน้าได้เร็วอย่างน่าอัศจรรย์ และคงจะต้องกลายร่างภายในสามวันนี้แน่ เขาจึงได้แต่กระซิบบอกกับมันว่า “ขาวปุย.. เจ้าจะกลายร่างในเมืองนี้ไม่ได้! เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสองสามวันนี้ให้หยุดฝึกฝนไปก่อน แล้วอีกสามวันข้าจะมาพาเจ้าไปที่เกาะในทะเล!” เจ้าขาวปุยเป็นสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง มันจึงเฉลียวฉลาดมากและรู้ว่าตัวมันเองกำลังจะกลายร่าง มันจึงได้แต่ผงกหัวให้หลิงหยุน พร้อมกับมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมีเสน่ห์ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ต่างก็เดินเข้ามาหาหลิงหยุน เมื่อเหล่ากุ่ยได้พบหลิงหยุนเขาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “นาย.. เอ่อพ่อหนุ่ม.. ร่างกายของข้าฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิดมาก ถ้าเจ้ายุ่งก็ไม่ต้องมารักษาให้ข้าทุกวันก็ได้นะ..” ด้วยความรักที่มีให้หลิงหยุนอย่างเต็มเปี่ยมนั้น เหล่ากุ่ยเกือบจะเผลอเรียกเขาว่า ‘นายน้อย’ ออกมา.. เหล่ากุ่ยรู้ว่าผู้เฒ่าหลิงซึ่งเป็นปู่ของหลิงหยุนนั้นจะมาถึงเมืองจิงฉูในไม่ช้านี้ และเมื่อคิดว่าอีกไม่นานหลิงหยุนจะได้รู้จักกับบรรพบุรุษของตัวเอง ได้พบกับครอบครัวของตัวเอง เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูกหลิงหยุนยิ้มเล็กน้อย “เหล่ากุ่ย.. นี่เป็นเรื่องที่ข้าสมควรต้องทำ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร อีกทั้งยิ่งรักษาให้หายเร็วได้เท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ควรประวิงเวลา..”ตู้กู่โม่ยิ้มให้หลิงหยุนแล้วพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ข้ามีเรื่องขอร้องด้วย?”เมื่อเห็นตู้กู่โม่มองเขาด้วยสายตาวิงวอน หลิงหยุนจึงรู้สึกประหลาดใจ และในใจก็เริ่มระแวดระวังขึ้นมาทันที เขายิ้มพร้อมกับตอบตู้กู่โม่ไปว่า“นายมีเรื่องอะไรก็พูดมา!”ตู้กู่โม่ยินดีที่จะอยู่เคียงข้างหลิงหยุนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเปรียบเหมือนมือซ้ายของหลิงหยุน ตู้กู่โม่มองหน้าหลิงหยุนพร้อมกับอ้อนวอนว่า“หลิงหยุน.. นายให้ฉันยืนกระบี่ขาวเล่มนั้นเล่นหน่อยจะได้ไม๊?”หลิงหยุนได้ยินถึงกับตกใจ และคิดว่าเรื่องนี้ไม่ดีแน่ๆ จึงรีบส่ายหน้าพร้อมกับปฏิเสธออกไปทันที“ไม่ได้.. ไม่ได้อย่างแน่นอน! ข้ามีดาบนั่นเพียงแค่เล่มเดียว..”ตู้กู่โม่หลงใหลในดาบเล่มนั้นเป็นชีวิตจิตใจ ทันทีที่เขาเห็นกระบี่มังกรขาวที่อ่อนนุ่มเล่มนั้นอยู่ในมือหลิงหยุน เขาก็ได้แต่รู้สึกผิดหวังและเสียดายอย่างมาก และเมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนปฏิเสธไม่ยอมให้เขายืมดู ใบหน้าหล่อเหลาของตู้กู่โม่ก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดราวกับแบกโลกทั้งโลกไว้ขึ้นมาทันที“ฉันขอยืมเล่นแค่วันสองวันเอง.. ไม่ได้ขอไว้เลยสักหน่อย!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ใครจะไปรู้.. เจ้าได้กระบี่ของข้าไปแล้วอาจจะหนีไปเลยก็ได้ หรือเจ้ามีอะไรมาค้ำประกันไม๊ล่ะ..?!”ตู้กู่โม่รีบสาบาน “หลิงหยุน.. ฉันสาบานก็ได้ว่าจะไม่ขโมยดาบของนายแน่ๆ แค่ขอยืมเล่นเท่านั้นเอง..”หลิงหยุนยังคงส่ายหน้าพร้อมกับปฏิเสธเสียงแข็ง และไม่ว่าตู้กู่โม่จะออดอ้อนยังไงเขาก็ไม่สนใจเหล่ากุ่ยมองตู้กู่โม่ด้วยความสงสาร เขาจึงพูดกับหลิงหยุนยิ้มๆ “พ่อหนุ่ม.. ตู้กู่โม่มาจากตระกูลที่ใช้กระบี่เป็นอาวุธ กระบี่ของเจ้าทำให้เขาตาเป็นประกาย ระหว่างที่เจ้าทำการรักษาให้ข้าก็ให้เขายืมเล่นเสียหน่อย ตอนจะกลับก็ค่อยเอาคืน.. แบบนี้ดีไม๊?”หลิงหยุนมั่นใจว่ายังไงตู้กู่โม่ก็ไม่มีทางขโมยกระบี่ของเขาแล้วหนีไปอย่างแน่นอน เพราะเขายังคงมีน้ำลายมังกรอยู่ในมือ หากตู้กู่โม่ขโมยกระบี่ของเขาหนีไปจริงๆ เขาก็แค่เสียของมีค่าขนาดเท่าเม็ดงาในขณะที่ตัวเขามีแตงโมทั้งลูก และหลิงหยุนเองก็รู้ว่าตัวตู้กู่โม่นั้นก็คิดไม่ต่างจากเขา เขาจึงพูดยิ้มๆ“ก็ได้.. เห็นแก่เหล่ากุ่ยที่ช่วยขอร้องให้เจ้านะ! ข้าจะให้เจ้ายืมเล่นสักสองวัน แต่หลังจากนั้นเจ้าต้องคืนกระบี่ให้ข้าทันทีเพราะข้าต้องใช้มัน!”เมื่อตู้กู่โม่ได้ฟังก็รู้สึกมีความสุขอย่างมาก เขารีบพยักหน้าและรับปากทันที “ได้ๆ! สองวันก็สองวัน เอากระบี่นั่นออกมาให้ข้าได้แล้ว!”“เอาไป!” หลิงหยุนพูดพร้อมกับยื่นกระบี่มังกรขาวให้กับตู้กู่โม่ตู้กู่โม่รับมาแล้วหันกลับไปขอบคุณเหล่ากุ่ย จากนั้นก็จ้องมองกระบี่ในมืออยู่นาน แล้วจู่ๆก็ร้องขึ้นมาว่า