ตอนที่ 146
ตอนที่ 449
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 449 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 449 : เอาแต่ใจ! “ขึ้นรถสิ!” หลิงหยุนขับรถเข้าไปจอดใกล้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาพร้อมกับเรียกเธอให้ขึ้นไปบนรถ “รถสวยดีนี่..” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งด้านข้างคนขับ พร้อมกับจัดระเบียบร่างกายให้อยู่ในท่านั่งที่สบาย หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับจ้องใบหน้าขาวๆของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาแล้วถามขึ้นว่า “คุณจะไปใหน?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมายังคงนั่งมองไปข้างหน้า ขนตายาวกระพริบเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า “ไปกับนาย..” ฟรึบ! แสงสีทองปรากฏวูบขึ้นมาภายในรถ.. เจ้าดักแด้ทองคำตัวอ้วนกลมบินเข้ามาในรถ และมาเกาะอยู่ที่ไหล่ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา หัวของมันมีขนาดเท่านิ้วโป้งของผู้ใหญ่ ส่วนปีกสีทองทั้งสองข้างก็บางราวกับปีกของจักจั่น ทั่วทั้งตัวของมันล้วนเป็นสีทองไปหมด ที่หัวมีเนื้อนูนขึ้นมาคล้ายเป็นมงกุฏเล็กๆแสนน่ารัก ดวงตาของมันมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว และสามารถยืดหยุ่นและหมุนปรับทิศทางได้รอบ และตอนนี้แววตาของมันก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และดีอกดีใจ หลิงหยุนนึกเปรียบเทียบเจ้าทองน้อยจากที่ได้พบเห็นมันเมื่อครั้งที่แล้ว ตอนนี้ตัวของมันโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ปีกก็ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก้อนเนื้อที่ศรีษะยังคงดูคล้ายมงกุฎเล็กๆเช่นเดิม และที่ชัดมากขึ้นก็คือมันมีพลังอมตะแทรกซึมอยู่ในร่างกาย หลิงหยุนรีบยิ้มทักทายเจ้าทองน้อย “ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง.. มาๆ มาหาข้าเร็วเข้า ข้ามีอะไรจะให้เจ้ากิน..” เจ้าทองน้อยส่ายหน้าพร้อมกับกระพือปีกและทำเสียงดังวี้ดๆ ดวงตาของมันกรอกไปมารอบๆ ดูเหมือนว่ามันจะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จากนั้นก็หันหน้าหนีและไม่ยอมบินไปหาหลิงหยุน สีหน้าท่าทางของมันนั้นราวกับเด็กน้อยอายุสามหรือสี่ขวบ.. ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน! “ถ้าไม่มาแล้วจะเสียใจนะ..” หลิงหยุนพูดต่อแล้วก็เลิกแกล้งเจ้าทองน้อย เขาเหยียบคันเร่ง และรถแลนด์โรเวอร์ก็พุ่งออกไปข้างหน้าทันที เหมี่ยวเสี่ยวเหมานั่งเงียบอยู่ในรถไม่พูดไม่จา หลิงหยุนเองก็ไม่พูดอะไร ส่วนเจ้าทองน้อยก็เกาะไหล่ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาอยู่เช่นนั้น บรรยากาศจึงเริ่มน่าเบื่อ ปีกสีทองเล็กๆค่อยๆขยับ แล้วเจ้าทองน้อยก็โบยบินออกไปนอกรถ และทะยานขึ้นไปโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าแทน หลิงหยุนขับรถไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไปจอดที่จุดเกิดเหตุที่ ‘หลิงหยุน’ ถูกรถพ่วงชนครั้งแรก เขาเดินลงจากรถไปสำรวจรอบๆอยู่ราวสองสามนาที จากนั้นก็ขึ้นรถและขับต่อไปยังคูน้ำในเมือง หลิงหยุนสังเกตบริเวณรอบๆอย่างละเอียดลออ และก็ไม่พบว่ามีกล้อง CCTV ติดตั้งอยู่ “นี่นายทำอะไรกัน?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ จึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “มาเล่น..” หลิงหยุนตอบ เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเลียริมฝีปากอย่างไม่พอใจ แล้วก็นั่งนิ่งไม่พูดอะไรอีก!จากนั้นหลิงหยุนก็ขับไปตามคูน้ำ และไปจอดอยู่ตรงที่พบศพของหวังเล่ย..หวังเล่ยเป็นคนขับรถพ่วงชนเขา หลังจากทำงานสำเร็จ มันก็ต้องกลับไปหาคนสั่งงานเพื่อรับเงินค่าจ้างที่เหลือ แล้วก็คงจะถูกฆ่าปิดปาก และนำศพพมาทิ้งในคูน้ำดูเหมือนผู้จ้างวานจะเคลียร์ตัวเองได้อย่างสะอาด เพราะเท่าที่สำรวจดูแล้วไม่เหลือร่องรอยอะไร หรือมีหนทางใดที่จะสืบสาวไปถึงตัวคนสั่งการได้เลย นอกจากเรื่องเงิน..หลิงหยุนส่ายหน้าและเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง เขาหยุดครุ่นคิดเรื่องนี้ไว้ก่อน และกำลังรอคอยข่าวคราวจากถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋หลิงหยุนเลี้ยวรถ และมุ่งหน้าไปยังบ้านที่ทะเลสาปจิงฉู“ผมจะพาคุณไปพบกับท่านหมอเสี่ยว!”แม้หลิงหยุนพูดกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมาก แต่ก็หนักแน่นพอจะบอกว่านี่เป็นคำสั่งที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาไม่อาจปฏิเสธได้ใบหน้าของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก และเริ่มซีดเผือดขึ้นมาทันที เธอร้องโวยวายออกมาอย่างตกใจ “ไม่.. ฉันไม่ไป!”“ต้องไป! ท่านหมอเสี่ยวเป็นปู่ของคุณ คุณจะปิดบังแล้วก็หลบซ่อนแบบนี้ไปตลอดชีวิตหรือยังไง?” หลิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“นี่นาย.. นายรู้เรื่องปู่ของฉันได้ยังไง?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับตกใจสุดขีด เธอหันหน้าไปถามหลิงหยุนด้วยความแปลกใจและอัศจรรย์ใจหลิงหยุนฉีกยิ้มสดใสและหัวเราะก่อนจะตอบไปว่า “แน่นอนว่าเกิดจากการเดาล้วนๆ.. แล้วถูกต้องไม๊ล่ะ?”หลิงหยุนคิดในใจว่า.. ‘คนอย่างเจ้าคิดที่จะทำตัวลึกลับกับข้างั้นรึ.. เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ แล้วก็ยังห่างไกลอีกมาก!’“ท่านหมอเสี่ยวพบเจ้าทองน้อยเข้า เขาจึงได้รู้ว่าเหมี่ยวเฟิงหวงน่าจะส่งคุณมา แต่ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นปู่ของคุณ”“ความขมขื่นเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว.. คุณไม่รู้สึกว่ามันช่างน่าเศร้าแล้วก็ตลกสิ้นดีงั้นเหรอ?”“ตอนนี้ย่าของหนิงน้อยก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว และอุปสรรคที่ขวางกั้นระหว่างคนทั้งคู่ก็ไม่มีอีกแล้ว คุณอยากให้ความขมขื่นนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆอย่างงั้นเหรอ?”ร่างที่สวยงามของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาสั่นเทิ้ม เพราะคำพูดของหลิงหยุนนั้นจี้ใจดำของเธออย่างมาก..“นี่ก็หมายความว่า.. นาย.. นายรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อหลิงหยุนตอบกลับไปตรงๆ “ก็พอรู้บ้าง..”“ถ้างั้น.. นายก็เป็นคนที่ยับยั้งหนอนกู่ในร่างกายของท่านปู่ไว้ใช่ไม๊?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถามขึ้นอีกครั้งหลิงหยุนตอบอย่างภาคภูมิใจ “ถ้าไม่ใช่ผม.. แล้วใครล่ะที่จะสามารถทำได้!”หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองเหมี่ยวเสี่ยวเหมาและพูดต่อว่า “อีกสองสามนาทีก็จะเข้าเรียนแล้ว ตอนนี้หนิงน้อยก็คงอยู่ที่โรงเรียน และปู่ของคุณก็อยู่บ้านตามลำพัง พวกคุณสองคนเพิ่งได้พบกันครั้งแรก คงจะมีเรื่องพูดคุยกันมากมาย..”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาตัดสินใจอย่างยากลำบาก เธอกระพริบตาถี่พร้อมกับกัดริมฝีปากแน่น และพูดขึ้นอย่างลังเลใจ “แต่.. แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมใจมาเลย..”