ตอนที่ 162
ตอนที่ 465
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 465 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 465 : ถ้ำแห่งแรก! ธงชาติสีแดงสูงตระหง่านอยู่กลางเกาะท่ามกลางทะเล และกำลังโบกสะบัดเสียงดังราวกับกำลังประกาศก้อง! หลิงหยุนยืนอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเกาะเตียวหยู เขามองเรือลาดตระเวนที่แล่นห่างไปราวห้าร้อยเมตรอยู่เงียบๆ ด้วยแววนตาที่สงบนิ่งจนดูเฉยชา หลิงหยุนไม่ได้แสดงอารมณ์เดือดดาลออกมา ท่าทางและแววตาของเขามีเพียงความสงบนิ่ง แม้กระทั่งในเวลาที่นึกสาปแช่งคนญี่ปุ่นอยู่ก็ตาม ในสายตาของหลิงหยุน โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เท่านั้น ประเทศต่างๆบนโลกใบนี้ จึงไม่ต่างจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งของโลกใบนี้เท่านั้น เขาจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดน่าหวาดกลัว หากคุณแข็งแกร่งพอ แล้วสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ก็จะอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณ ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงเรื่องประเทศชาติ หรือดินแดนอะไรนั่น! ที่หลิงหยุนต้องสังหารคนพวกนั้น ก็เพราะพวกมันมีตาแต่ไร้แวว จึงกล้าเข้ามาขวางทางเขา และใครก็ตามที่กล้าขวางทางหลิงหยุน มันผู้นั้นต้องตาย! หลิงหยุนลูบไล้ศรีษะของเจ้าขาวปุยพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย เขาใช้คางชี้ไปด้านหน้าของตัวเองให้เจ้าขาวปุยมองตำรวจน้ำบนเรือลาดตระเวนของจีนที่กำลังถ่ายวีดีโอกันใหญ่ แล้วหลิงหยุนก็ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ขาวปุย.. เจ้ารู้ไม๊ว่าผู้คนรบกันเพื่ออะไร?” ดวงตาที่อยู่บนใบหน้าสวยงามของเจ้าขาวปุยหรี่ลงเล็กน้อย และดูเหมือนว่ามันคงจะไม่เข้าใจคำถามของหลิงหยุน หลิงหยุนยิ้มให้เจ้าขาวปุย จากนั้นจึงยกมือขึ้นผายออกไปรอบๆ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็เพื่อทรัพยากรธรรมชาติพวกนี้ยังไงล่ะ!” “ทุกสรรพชีวิต.. ล้วนต้องการมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ต้องการมีความสุขในชีวิตให้มากขึ้น ต้องการความแข็งแกร่ง และต้องการความสะดวกสบาย ทุกชีวิตจึงสร้างสิ่งต่างๆขึ้นมาเพื่อเอาชนะคะคานกัน และเพื่อจะได้ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด!” หลิงหยุนกำลังอธิบายถึงเหตุผลที่แท้จริงของการทำสงคราม! สงครามไม่ว่ายุคสมัยใหน ล้วนเกิดจากการแข่งขัน แก่งแย่ง เพื่อให้ได้ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติบนโลกใบนี้ให้ได้มากที่สุด และเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง! เมื่อเห็นเจ้าขาวปุยกำลังพยักหน้าคล้ายกำลังครุ่นคิด หลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะออกมา“มันเป็นกฎธรรมชาติ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด จึงจะมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตรอด เพราะฉะนั้นพวกเราจึงต้องฝึกฝนให้หนักยิ่งขึ้น!”“บททดสอบที่เหี้ยมโหดจากสวรรค์.. ความจริงมันก็คือบทลงโทษที่สวรรค์มอบให้กับผู้ฝึกตน และใช้สำหรับคัดเลือกว่าผู้ใดจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะอยู่บนโลกใบนี้ต่อ และทดสอบว่ามีความแข็งแกร่ง และก้าวหน้ากว่าเดิมหรือไม่?”จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกลายร่างเป็นมนุษย์ แต่มนุษย์กลับเรียกมันว่าปีศาจ! ทั้งที่การกลายร่างของมันนั้นไม่ใช่เพียงแค่การแปลงกลายที่เปรียบเหมือนภาพลวงตา แต่เป็นการกลายร่างทั้งภายใน และภายนอกเพื่อมาเป็นมนุษย์ครั้งนี้หากเจ้าขาวปุยสามารถเอาชีวิตรอดจากอสุนิบาตมาได้ มันก็จะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จ แต่หากทำไม่สำเร็จ มันก็ต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน!เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ หลิงหยุนสอบตกในขั้นของการทดสอบที่เหี้ยมโหดนี้ เขาจึงต้องตายไปจากโลกเดิม เหลือเพียงดวงจิตดั้งเดิมที่หนีรอดออกมาได้ และมาเกิดในโลกมนุษย์อีกครั้ง!“เห็นได้ชัดว่าสวรรค์คงต้องการให้ข้าตาย!” เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดทุกข์ยากในครั้งนั้นแล้ว หลิงหยุนก็ได้แต่นึกสาปแช่งอยู่ในใจเงียบๆเพราะหากจะพูดไปแล้ว.. ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น อสุนีบาตสำหรับหลิงหยุนเกือบจะเป็นเรื่องที่ธรรมดา และคุ้นเคยกับเขาไม่ต่างจากการกินอาหารหนึ่งมื้อเลยนั่นเพราะเขามีวิธีการบ่มเพาะที่แตกต่างจากผู้อื่น หลิงหยุนเริ่มฝึกร่างกายให้สามารถรองรับอสุนีบาต หรือสายฟ้านี้ได้จากการฝึกขั้นรากฐาน ทุกครั้งที่เขาฝึกฝนจนสามารถผ่านระดับเล็กๆของขั้นรากฐานนี้ไปได้ในแต่ละระดับนั้น เขาจะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการถูกสายฟ้าฟาด และเมื่อเขาฝึกจนสามารถผ่านขั้นใหญ่แต่ละขั้นไปได้นั้น สายฟ้าหรืออสุนีบาตที่ฟาดลงมาใส่ ก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สายฟ้าที่ฟาดลงบนร่างกายของเขาแต่ละครั้งนั้น จึงช่วยเพิ่มความความทนทานต่อความร้อนให้กับกายเนื้อ และดวงจิตของเขาเอง ยิ่งถูกสายฟ้าฟาดลงมากมากเท่าไหร่ และรุนแรงเท่าไหร่ ร่างกายของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!กายเนื้อและดวงจิตที่ถูกฝึกฝนจนสามารถทนต่อความร้อนที่เหลือประมาณของอสุนีบาตแต่ละครั้งได้นั้น แน่นอนว่าจะต้องทรงพลัง และแข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้หลิงหยุนสามารถต่อกรกับศัตรูที่เหนือกว่าเขาถึงสามขั้นได้อย่างสบายและนั่นก็คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงถูกกล่าวถึงว่าเป็นสุดยอดนักบ่มเพาะที่ชาญฉลาดอย่างยิ่งในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่!แต่สิ่งที่หลิงหยุนกลับคาดไม่ถึงก็คือว่า.. ในขั้นตอนสุดท้ายที่เขาจะสามรถเข้าสู่ขั้นอมตะได้นั้น อสุนีบาตที่น่าสยดสยองก็ฟาดลงมาบนตัวเขาถึง 999 เส้น เขาใช้ของวิเศษที่มีอยู่ไปจนหมด และสามารถรักษาชีวิตมาจนถึงนาทีสุดท้ายได้อย่างยากลำบากแต่กลับคิดไม่ถึงว่าอสุนีบาตเส้นสุดท้ายนั้นกลับเป็นสายฟ้าเทวะสีม่วงที่มีพลังรุนแรง และทันทีที่ร่างของหลิงหยุนปะทะเข้ากับสายฟ้าเทวะ กายเนื้อของเขาก็ถูกเผาเป็นจุนในชั่วพริบตาจนไม่เหลืออะไร!หลิงหยุนในเวลานั้นมีความแข็งแกร่งกว่าตอนนี้หลายพันเท่า ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับสายฟ้าเทวะจนไม่สามารถผ่านบททดสอบที่เหี้ยมโหดนั้นได้ และจบชีวิตลงในที่สุด จึงแทบไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ธรรมดาๆแต่บททดสอบที่เหี้ยมโหดของสวรรค์นั้น.. จุดมุ่งหมายก็เพื่อความเป็นอมตะ!“ไม่กล้าให้ข้าเป็นอมตะงั้นรึ? คงกลัวว่าข้าจะไปแย่งชิงทรัพยากรกับพวกเจ้าสินะ! ยิ่งพวกเจ้าไม่ต้องการให้ข้าขึ้นไป คอยดู.. แม้จะอยู่บนโลกใบนี้ ข้าก็จะขึ้นไปให้ดู!”แววตาของหลิงหยุนเป็นประกาย ใบหน้าหยิ่งผยองอย่างไม่ยอมแพ้ของเขาแหงนมองขึ้นไปบนฟ้า!ท่ามกลางจักรวาลที่กว้างใหญ่ และลึกลับแห่งนี้ ใครกันคือผู้ครอบครอง?!