ตอนที่ 163
ตอนที่ 466
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 466 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 466 : ไป๋เซียนเอ๋อ เหนือขึ้นไปทางทะเลด้านตะวันออก ดวงอาทิตย์สีแดงกำลังส่องแสงเจิดจ้า.. หลิงหยุนยังคงนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาดารกะดายันอยู่อย่างสงบนิ่ง นาทีที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกดารกะดายันอย่างยิ่ง ที่ผ่านมา หลิงหยุนมักจะออกจากบ้านในช่วงเวลานี้เพื่อฝึกดารกะดายัน แต่ตึกสูงในเมืองมากมาย ก็ปิดกั้นแสงแรกของดวงอาทิตย์ไว้มาก ยังมีเรื่องของมลพิษทางอากาศศอีก ดังนั้นพลังที่กว่าจะสาดส่องลงมาถึงหลิงหยุนนั้น จึงถูกสกัดกั้น และลดประสิทธิภาพลงอย่างมากมาย แต่ในยามนี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน หลิงหยุนอยู่กลางท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ท้องฟ้าก็เป็นสีฟ้าสดใสไม่ต่างจากสีฟ้าของน้ำทะเล อากาศก็บริสุทธิ์ชวนให้หลงใหลอย่างมากเช่นกัน ท่ามกลางพลังชีวิตที่เข้มขนจากผืนน้ำ และหลิงหยุนซึ่งนั่งอยู่บนยอดเขาสูงเพียงลำพัง จึงทำให้การฝึกดารกะดายันของเขาได้ผลยิ่งกว่าครั้งใหนๆ หลิงหยุนฝึกนานอยู่ร่วมชั่วโมง จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อยๆขึ้นสูง และเคลื่อนไปอยู่ตรงกลางทะเล หลิงหยุนจึงหยุด.. “ยอดเยี่ยมมาก! ที่นี่ช่างเหมาะกับการฝึกยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่มีเพียงพลังชีวิตจากผืนน้ำเท่านั้น แล้วข้าก็ไม่สามารถอยู่ฝึกที่นี่ได้นานนัก..” หลิงหยุนสูดลมหายใจเข้าลึก และหันไปมองรอบๆ ก่อนจะกลับไปที่ถ้ำ เจ้าขาวปุยยังคงฝึกอยู่ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลายร่าง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถผ่านด่านไปได้ หรือว่านี่จะยังไม่ถึงเวลา “หรือว่าจะยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าขาวปุยจะกลายร่าง?” หลิงหยุนพึมพำระหว่างที่มองร่างของเจ้าขาวปุยที่ใหญ่ขึ้นอย่างน่าตกใจ สุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง จำเป็นต้องผ่านบททดสอบเพื่อการกกลายร่างเป็นมนุษย์ สำหรับขั้นนี้ หลิงหยุนเองก็เคยอ่านพบในหนังสือเมื่อครั้งที่อาศัยอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยได้พบเห็นกับตาตัวเอง เขารู้ว่าช่วงเวลาที่ต้องกลายร่างนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ไม่รู้เวลาที่แน่นอน แต่ในเมื่อเจ้าขาวปุยเต็มใจที่จะมากับหลิงหยุน ตัวมันเองก็ต้องมั่นใจว่าอีกไม่นานจะต้องกลายร่างแล้ว ไม่เช่นนั้นมันก็คงไม่มากับเขาแน่นอน! ในเมื่อเวลายังไม่สุกงอมเต็มที่.. สิ่งที่ทำได้ก็คือการรอคอย เพราะไม่สามารถเร่งรัดอะไรได้ หลิงหยุนเรียกเจ้าขาวปุยที่ยังจมดิ่งอยู่กับการฝึกฝนให้มากินข้าวเช้า และบอกกับมันให้ค่อยๆฝึกไปช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน และไม่ต้องกังวลใจในวันต่อมา.. หลิงหยุนก็ได้จัดการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างบนเกาะเตียวหยู เริ่มด้วยการสร้างค่ายกลนวสังหารขึ้นมาเพื่อใช้ป้องกันการโจมตีของศัตรูแต่ค่ายกลพวกนี้ก็ไม่มีผลอะไรกับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนขึ้นไป แต่มันจะสร้างปัญหาให้กับยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นที่ต่ำกว่านั้น และสามารถทำให้คนเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส และหากเป็นคนธรรมดาหลงเข้าไป รับรองว่าต้องถูกฆ่าตายอย่างแน่นอน!หลิงหยุนจัดการวางค่ายกลนวะสังหารเสร็จในเวลาสองสามวัน แต่เจ้าขาวปุยก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลายร่าง เขาไม่รีบร้อนและไม่ต้องการเร่งรัด ระหว่างนั้นนอกเหนือจากการฝึกฝน หลิงหยุนจึงได้จัดการวางค่ายกลแปดทิศไว้อีกสองแห่ง ค่ายกลแปดทิศทั้งสองแห่งนี้ไม่ได้ใช้สำหรับขัดขวางศัตรู แต่ใช้ในการช่วยเจ้าขาวปุยกลายร่างเจ้าขาวปุยฝึกฝนไม่หยุดจนไม่กินอะไร ดูเหมือนว่าจะเข้าใกล้การกลายร่างเข้าไปเรื่อยๆแล้วท้องทะเลกว้างใหญ่และเงียบสงบ เกาะเตียวหยูดูเหมือนจะถูกโลกลืม กองทัพญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาที่โนซากิพูดถึงต่างก็หายเงียบไป!หลิงหยุนมีความสุขมาก ชีวิตของเขาในช่วงนี้นอกจากากฝึกวิชาพลังลับหยินหยาง และดารกะดายันแล้ว เขาก็ดูดซับพลังชีวิตจากท้องทะเลเสียส่วนใหญ่และเมื่อรู้สึกเบื่อ หลิงหยุนก็ทำการตกแต่งภายในถ้ำด้วยการใช้กระบี่โลหิตแดนใต้แกะสลักชามข้าวจากหินบ้าง หรือออกไปจับสัตว์น้ำในท้องทะเลมาทำอาหารบ้าง ช่างเป็นชีวิตที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ และเป็นอิสระ ปราศจากมลพิษ วันคืนผ่านไปอย่างมีความสุข!ระหว่างนี้ หลิงหยุนเปิดมือถือและพยายามที่จะติดต่อถังเมิ่ง แม้ว่าโทรศัพท์ของเขาจะมีแบตเตอรี่อยู่เต็ม แต่ก็ไม่มีสัญญาณ เขาจึงได้แต่ล้มเลิกความตั้งใจวันคืนผ่านไปจนเข้าสู่วันที่เจ็ดหรือแปด หลังจากที่หลิงหยุนฝึกดารกะดายันเสร็จ เขาก็กลับไปที่ถ้ำเช่นเคยแต่เมื่อไปถึงหลิงหยุนกลับต้องแปลกใจที่เห็นเจ้าขาวปุยหยุดฝึก และกำลังยืนรอเขานิ่งอยู่หน้าถ้ำ ดวงตาคู่สวยและมีเสน่ห์ของมันจ้องมองและรอคอยการกลับมาเขา‘เหตุใดวันนี้เจ้าขาวปุยดูช่างเหมือนมนุษย์นัก!’ ใบหน้าของหลิงหยุนเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจ“นายท่าน.. หนวดของนายท่านยาวมากแล้ว!” เสียงใสกังวานดังก้องอยู่ในถ้ำร่างของหลิงหยุนหยุดนิ่งไปราวกับถูกฟ้าผ่า เขาชะงักไปทันที และร่างกายก็เริ่มสสั่น!‘เสียงของเจ้าขาวปุย.. นี่เจ้าขาวปุยพูดได้แล้วหรือนี่!?’หลิงหยุนตื่นเต้นสุดขีด เขาตื่นเต้นจนขาสั่นไปหมด และแทบจะยืนไม่อยู่!หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ หลิงหยุนก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าสองก้าว และรีบวิ่งเข้าไปหาเจ้าขาวปุยพร้อมกับอุ้มร่างของมันไว้ในอ้อมแขน หลิงหยุนพบว่าตัวของมันใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า!“ขาวปุย.. เจ้า.. เจ้าพูดได้แล้ว!?” หลิงหยุนร้องถามอย่างตื่นเต้นสีหน้าแววตาของเจ้าขาวปุยดูเอียงอาย พลังชีวิตในตัวสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกระจายออกมามากมาย ร่างกายของหลิงหยุนก็ดูดซับเข้าไปเช่นกัน