ตอนที่ 173
ตอนที่ 476
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 476 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 476 : ท้องฟ้าคำราม! ในเมื่อไป๋เซียนเอ๋อกลายร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จแล้ว ก็เท่ากับว่าสามารถผ่านบททดสอบไปได้แล้ว การลงทัณฑ์ก็ควรต้องจบลงแล้วเช่นกัน.. เมื่อครู่ที่ไป๋เซียนเอ๋อกล้ายืนคุยกับหลิงหยุน พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างสบายอกสบายใจนั้น ก็เพราะนางคิดว่ากลุ่มเมฆทะมึนนั้นได้สลายหายไปแล้ว และรู้ว่าการทดสอบได้จบสิ้นลงแล้ว หลิงหยุนเคยผ่านประสบการณ์การลงทัณฑ์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เขามีประสบการณ์แม้กระทั่งเคยถูกอสุนีบาตที่มีอานุภาพน่าหวาดผวา และน่าสยดสยองที่สุดในขั้นอมตะผ่ามาแล้ว เขาจึงรู้ดีว่าการกลายร่างของไป๋เซียนเอ๋อได้สำเร็จแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาเองก็คงจะไม่รีบวิ่งเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนั้น แต่เพราะเหตุใดกลุ่มเมฆขนาดมหึมานี้จึงยังไม่สลายตัว..?! หลิงหยุนมัวแต่สนใจกับความงามของไป๋เซียนเอ๋อจนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปครู่ใหญ่ แต่เมื่อใคร่ครวญดูแล้ว โลกแห่งนี้เป็นคนละโลกกับโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ บททดสอบบนโลกใบนี้จึงอาจจะแตกต่างจากที่เขาเคยพบเจอในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่มาก็เป็นได้.. ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นโลกคนละใบกัน บททดสอบจึงแตกต่างกันเท่านั้น แม้แต่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะก็แตกต่างกัน กฎสวรรค์ก็คงจะแตกต่างกันไปด้วย รวมถึงบททดสอบที่ต้องเผชิญ แม้ว่าจะมาในรูปของอสุนีบาตเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่มาก! แต่ในเมื่อกลายร่างสำเร็จแล้ว การทดสอบจึงควรนับว่าสิ้นสุด! และสิ่งนี้ก็ควรจะต้องเหมือนกันทั้งสองโลก! หลิงหยุนไม่อาจอธิบายสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีดำได้ และไม่รู้ว่าควรจะต้องรู้สึกอย่างไรดี? นี่เป็นการกลายร่างของเจ้าขาวปุย.. แต่เหตุใดฟ้าจึงผ่าลงมาที่กลางศรีษะของเขา?! นี่มันเรื่องอะไรกัน?! หลิงหยุนได้แต่นึกประหลาดใจ.. กลุ่มเมฆมหึมาบนศรีษะยังคงส่งเสียงดังครืนๆ และค่อยๆลอยต่ำลงมาเรื่อยๆ ในขณะที่ไม่มีใครสามารถตอบคำถามของหลิงหยุนได้ สายฟ้าเส้นที่สองที่ฟาดลงมาก็แทนคำตอบได้เป็นอย่างดี! เปรี้ยง! แสงไฟสีเงินสว่างวาบทะลุกลุ่มเมฆสีดำมาอย่างไม่มีสัญญาณเตือน และและผ่าลงกลางศรีษะของหลิงหยุนอย่างรุนแรงอีกครั้ง! “เซียนเอ๋อ.. เจ้าถอยออกไปก่อน!” หลิงหยุนนิ่งอึ้งไปเมื่อสายฟ้าเส้นหนานั้นพุ่งลงมา เขารีบโน้มตัวตะโกนบอกไป๋เซียนเอ๋อให้ออกห่างจากตัวเอง! หลังจากที่ถูกฟ้าผ่าไปสองครั้ง หลิงหยุนก็ไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไรฟ้าถึงได้ผ่าลงมาที่เขา และเขาถูกลงทัณฑ์ด้วยเหตุใด?! “แย่แล้ว.. หรือว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-7 ข้าจะต้องถูกฟ้าผ่า?!”หลิงหยุนร้องออกมาอย่างตกใจ เขาใช้มังกรพรางร่างกระโจนออกไปไกลถึงสองร้อยเมตร และรีบเรียกยันต์อสนีออกมาติดที่ลำตัวไว้..เปรี้ยง! สายฟ้าเส้นใหญ่ผ่าลงมาอีก แต่ครั้งนี้หลิงหยุนได้ใช้ยันต์อสนีติดไว้ที่ลำตัวแล้ว ฟ้าจึงผ่าไม่โดนร่างของเขา..“ต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน! ข้าเพียงแค่ต้องการเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นปรับร่างกายเท่านั้นเอง เหตุใดจึงต้องมีอสุนีบาตด้วย?!”หลังจากถูกฟ้าผ่าไปถึงสามครั้ง ตอนนี้หลิงหยุนถึงกลับกลายเป็นคนตัวดำ และเสื้อผ้าก็ไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ก็ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวตอนนี้หลิงหยุนอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-6 และกำลังใกล้จะเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-7 มากแล้ว อีกเพียงแค่เส้นบางๆ เขาก็จะสามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นปรับร่างกายได้ (1)ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น หลิงหยุนจะถูกลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้าเช่นนี้ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ตั้งแต่ขั้นรากฐานไปจนกระทั่งถึงขั้นอมตะ ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นใหญ่ทั้งหมด 11 ขั้น และแบ่งเป็นระดับเล็กๆได้อีก 33 ระดับและหลิงหยุนเองก็สามารถผ่านบททดสอบมาถึงระดับย่อยที่ 32 มาแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่า เหลืออีกเพียงแค่ระดับย่อยสุดท้ายของขั้นอมตะเท่านั้น เขากลับต้องพ่ายแพ้จนดวงจิตเดิมต้องหนีออกมาก่อนที่จะถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับร่าง..ดวงจิตเดิมของหลิงหยุนสามารถหนีมายังโลกใบนี้ได้นั้น ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว จึงไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะนำอะไรติดมากับดวงจิตเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นกำลังที่แข็งแกร่งในขั้นรากฐาน หรือแม้แต่ด่านสุดท้ายของขั้นปรับร่างกาย เพราะแม้แต่พลังชี่ของตนเอง เขายังไม่สามารถนำติดมาพร้อมกับดวงจิตเดิมได้เลยหลิงหยุนทั้งหงุดหงิดและขุ่นเคืองใจ ความจริงเขาก็สามารถจะเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง! เขารู้ว่าบททดสอบจากสวรรค์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับลำดับขั้นของการบ่มเพาะ แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนักบ่มเพาะต่างหาก!หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า ลำดับขั้นของการบ่มเพาะก็อย่างหนึ่ง ลำดับการทดสอบจากสวรรค์ก็เรื่องหนึ่ง! ทั้งสองสิ่งนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกันในเวลานี้.. แม้หลิงหยุนจะก้าวเข้าสู่สามระดับของด่านสุดท้ายในขั้นปรับร่างกาย แต่จิตวิญญาณของเขานั้นกลับทรงพลังถึงขั้นอมตะ!จิตวิญญาณ และดวงจิตเดิมนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ทั้งสองสิ่งไม่ได้ช่วยเสริมในเรื่องกำลังและความแข็งแกร่งของคนผู้นั้น แต่ช่วยในแง่ของความเข้าใจในเรื่องของวิธีการ..!บนโลกที่มีพลังชีวิตค่อนข้างจำกัดและหาได้ยาก หลิงหยุนกลับสามารถฝึกฝนตนเองจากชายร่างอ้วนที่ไม่มีอะไรดี จนสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-6 ได้ และสิ่งที่หลิงหยุนทำนั้น แม้แต่คนที่มีพื้นฐานร่างกายที่ดี ก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้!ไม่ว่าจะเป็นวิชามังกรพรางร่าง หมัดปีศาจเถียนกัง ฝ่ามือสวรรค์ พลังลับหยินหยาง หลิงหยุนกลับสามารถฝึกจนสำเร็จได้อย่างไรกัน?!แทบเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!ต่อให้หลิงหยุนมีความทรงจำที่สามารถจดจำเคล็ดวิชาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน แต่มันก็เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือที่ท่องจำได้เท่านั้น!ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธใดก็ตาม ต่อให้สามารถจดจำเคล็ดวิชาได้แม่นยำ แต่หากจะฝึกฝน หรือนำมาใช้ในทันทีนั้น ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหนึ่งคืนในการฝึกฝน หรือไม่ก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักก่อนที่จะสามารถใช้งานได้จริง!แต่หลิงหยุนกลับไม่ต้องฝึกฝนเลย ไม่ว่าจะเป็นมังกรพรางร่าง กระบี่ล่องหน หมัดปีศาจเถียนกัง หรือแม้แต่ฝ่ามือสวรรค์ เขาสามารถใช้มันได้ทันทีในระหว่างที่ต่อสู้กับศัตรู หรือแม้กระทั่งดารกะดายัน หลิงหยุนก็สามารถฝึกฝนได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย!วรยุทธ และวิชาต่างๆที่หลิงหยุนนำมาใช้ หรือฝึกฝนนั้น ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่วิชาธรรมดาพื้น มันเปรียบเหมือนวิชาที่มีอานุภาพมากของโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถใช้ต่อสู้ และรับมือกับผู้ฝึกตนในลัทธิต่างๆได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลัทธิเต๋า หรือพุทธ ลัทธิมาร ปีศาจ หรือแม้แต่ภูตผี