ตอนที่ 182
ตอนที่ 485
October 22, 2026
บทที่ 485 : อิสระเสรี! แสงอาทิตย์สาดส่อง ลมทะเลอ่อนๆ พัดโชย ก่อให้เกิดคลื่นสีขาวนับไม่ถ้วน ซัดเข้ากระทบฝั่งเบาๆ จนเกิดเสียงครืน.. ครืน.. ครั้งแล้วครั้งเล่า.. ห่างจากชายฝั่งไปราวสิบเมตร หลิงหยุนสวมเพียงกางเกงขาสั้น ไม่สวมรองเท้า กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หินที่ทำขึ้นเอง และถือ Oxford English Dictionary อยู่ในมือ ก่อนที่ไป๋เซียนเอ๋อจะเข้าสู่บททดสอบ หลิงหยุนได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง แต่เมื่อรู้สึกเบื่อหน่าย เขาก็จะหยิบดิกชันนารีออกมานั่งท่อง และตอนนี้ก็ท่องไปได้กว่าครึ่งแล้ว ในยามที่รู้สึกผ่อนคลายแสนสบายเช่นนี้ เขาจึงไม่ลืมที่จะหยิบมันออกมาท่องต่อ แต่หลิงหยุนในตอนนี้ก็ไม่ใช่หลิงหยุนคนเดิมอีกแล้ว เพราะเวลานี้เขามีจิตหยั่งรู้เกิดขึ้นแล้ว และมีดูเหมือนจะใช้การได้ดีพอสมควร ไม่เพียงแค่จิตหยั่งรู้ที่ใช้การได้ดี แต่เนตรหยินหยางของในเวลานี้ ก็สามารถมองทะลุเครื่องกำบังได้ด้วย ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างมาก! ยิ่งเขาฝึกเข้าสู่ขั้นสูงขึ้นไปได้มากเท่าไหร่ วิชาพลังลับหยินหยางของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น เนตรหยินหยางก็จะยิ่งมีอานุภาพมากขึ้นเช่นกัน หากผู้ใดเคยตกตะลึงกับความสามารถของหลิงหยุนในช่วงที่ผ่านมา เวลานี้เขากลับมีความสามารถชนิดที่เรียกว่าทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ความทรงจำที่น่าอัศจรรย์ ก็ยิ่งจำได้แม่นขึ้น มากขึ้น เร็วขึ้น และชัดขึ้น! นั่นเพราะว่าเนตรหยินหยางทำงานควบคู่กับจิตหยั่งรู้ของเขา ทั้งสองสิ่งนี้เกิดจากจิตวิญญาณจากขั้นอมตะของหลิงหยุนมีอานุภาพมากขึ้น และทำให้หลิงหยุนสามารถอ่านหนังสือได้ครั้งละหนึ่งหน้า ครั้งละหนึ่งหน้าในที่นี้หมายถึงการพิมพ์ทั้งหน้าลงไปในใจของเขา! ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น.. คนธรรมดาอย่างเราเมื่อได้เห็นหน้าปกของหนังสือเล่มใหน ก็จะสามารถจดจำหน้าปกนั้นได้ขึ้นใจ และไม่มีวันลืมเลือนได้ เช่นเดียวกับหลิงหยุนเมื่อเขาเปิดหน้าหนังสือขึ้นมา และมองไปยังเนื้อหาในหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นขนาดของตัวหนังสือ จำนวนคำในหนังสือ หรือแม้แต่จำนวนบรรทัดในหนังสือ สายตาของคนธรรมดาอย่างเราๆ จะไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้หมด และไม่สามารถจดจำอักษรทุกคำที่อยู่ในหน้านั้นได้หมดอย่างแน่นอน แต่หลิงหยุนกลับแตกต่าง.. ด้วยอานุภาพของจิตหยั่งรู้ เนตรหยินหยาง และจิตวิญญาณที่ทรงพลัง ทำให้หลิงหยุนมีความทรงจำที่ยิ่งกว่าคำว่าอัศจรรย์ จำนวนตัวอักษรมากมายเป็นพันๆตัวในหนึ่งหน้า ในสายตาของเขานั้นไม่ต่างไปจากคำว่า ‘ภาษา’ เพียงคำเดียว หรือไม่ต่างจากการจดจำเพียงหน้าปกเท่านั้น และด้วยวิธีการนี้ ทำให้หลิงหยุนสามารถจดจำคำศัพท์ใน Oxford English Dictionary ได้อย่างรวดเร็ว และแล้วหลิงหยุนก็วางดิกชันนารีเล่มนั้นลงเมื่อเปิดมาจนถึงหน้าสุดท้าย เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะพึมพำว่า “มีจิตหยั่งรู้กับเนตรหยินหยาง เรื่องพวกนี้ก็กลายเป็นเรื่องง่ายๆ!” หลิงหยุนกำลังคิดที่จะโยนดิกชันนารีเล่มนั้นออกไปกลางทะเล เพราะเขาไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ามันเป็นของเกาเฉินเฉิน เขาจึงเปลี่ยนใจ และเก็บมันไว้ในแหวนพื้นที่ตามเดิม “ไว้ค่อยคืนให้กับเฉินเฉินด้วยมือข้าเอง..” หลิงหยุนไม่ได้พบเกาเฉินเฉินมานานแล้ว และก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง? ในใจของหลิงหยุนเริ่มรู้สึกคิดถึงเธอขึ้นบ้างแล้ว..“ได้เวลาเตรียมอาหารเที่ยงแล้ว..”หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ และเมื่อเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้หิน และกระโจนไปยังทะเลที่อยู่ด้านหน้าไปไกลราวสิบกว่าเมตร จากนั้นจึงดำดิ่งลงไปในทะเลลึก..สิ้นเสียงตูม..! คลื่นขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นในทะเลทันทีไม่ถึงนาที.. ร่างที่แข็งแกร่งและเซ็กซี่ของหลิงหยุนก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเล ในมือของเขามีปลาเก๋าตัวใหญ่เกือบครึ่งเมตรสองตัวกำลังดิ้นรนอยู่“ไม่ต้องดิ้น.. ยังไงวันนี้ข้าจะกินพวกเจ้าทั้งสองตัว..”หลิงหยุนพูดกับปลาสองตัวอย่างสุภาพ จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดกลับไปที่ถ้ำ และด้วยวิชาตัวเบาที่แสนรวดเร็วของหลิงหยุนในเวลานี้ แม้เพียงยอดหญ้าเขาก็สามารถยืนได้ จึงไม่ต้องพูดถึงท้องทะเลหลังจากที่หลิงหยุน และไป๋เซียนเอ๋ออยู่บนเกาะต่ออีกสองสามวัน หลิงหยุนก็สามารถเข้าสู่ระดับกลางของขั้นปรับบร่างกาย-7 ได้แล้วตอนนี้เขาจึงเน้นฝึกวิชาดารกะดายัน เพื่อที่จะทะลุทะลวงผ่านระดับย่อยที่สิบสามไปให้ได้หลิงหยุนเข้าสู่ด่านสุดท้ายของขั้นปรับบร่างกายได้แล้ว และการจะก้าวเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8 และ 9 นั้น ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับเขา เพียงแต่ต้องรอคอยเวลา และพลังชี่ที่เพียงพอหลิงหยุนกลับไปที่ถ้ำซึ่งเขาและไป๋เซียนเอ๋ออาศัยอยู่ด้วยกัน เขาพูดกับไป๋เซียนเอ๋อที่เพิ่งจะฝึกเสร็จว่า“เซียนเอ๋อมากินข้าวเร็วเข้า.. ข้าขอยืมไฟจากเจ้าหน่อย..”ตอนนี้ไป๋เซียนเอ๋อสวมชุดกระโปรงสีแดง นางมองหลิงหยุนที่ตัวเปียกปอน และเสื้อผ้าแนบสนิทกับเรือนร่างแล้วก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับอดคิดไม่ได้ว่า เรือนร่างของหลิงหยุนช่างงดงามนัก“พี่หลิงหยุน.. ท่านไม่มียันต์อัคนีแล้วหรือ ถึงต้องมายืมไฟจากข้า..” ไป๋เซียนเอ๋อโพล่งออกมาหลิงหยุนยิ้มมุมปาก พร้อมกับใช้นิ้วลูบหัวปลาเก๋าสองตัว..แม้ว่าไป๋เซียนเอ๋อจะทำท่าทางอาแต่ใจ แต่ก็ไม่ต้องการพลาดโอกาสดีที่จะได้ทำอาหารร่วมกับหลิงหยุน นางรีบใช้วิชาฝ่ามือเพลิงเรียกลูกไฟออกมาจากฝ่ามือ หลิงหยุนเองก็ไม่ยอมให้เสียเวลา เขารีบย่างปลาให้ไหม้ และมันดีกว่ายันต์อัคนีของเขาหลายเท่านักหลังจากนั้น หลิงหยุนก็จัดการโยนปลาเก๋าทั้งสองตัวลงไปในหม้อหิน เขาเรียกยันต์ธาราออกมา และน้ำขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ไหลลงไปในหม้อหินพอดิบพอดีหลิงหยุนเรียกโสม และสมุนไพรเหอโชวูออกมาจากแหวนพื้นที่ และจัดการหั่นอย่างละสองสามชิ้นใส่ลงไปในหม้อ แล้วปิดฝาทิ้งไว้