ตอนที่ 183
ตอนที่ 486
October 22, 2026
บทที่ 486 : โกลาหล! ทางช้างเผือกเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับสะพานข้ามฟากฟ้า ในยามค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้ ท้องนภากลับสว่างไสวไปด้วยแสงจันทร์ที่ทอดลงมาราวกับสายน้ำ.. ก่อนไปหลิงหยุนได้สั่งให้ไป๋เซียนเอ๋อใช้วิชาลวงตาปกปิดถ้ำแห่งนี้ไว้.. หลิงหยุนมั่นใจว่า ตราบใดที่ไป๋เซียนเอ๋อยังไม่ถอนวิชาลวงตานี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ไม่อาจที่จะมองเห็นถ้ำแห่งนี้ได้ ความจริงแล้ว.. ถ้ำแห่งนี้ก็เป็นเพียงแค่ถ้ำหินธรรมดาๆเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิชาลวงตาซ่อนไว้เลย แต่เพราะหลิงหยุนรู้ว่า เมื่อใดที่เขาออกจากเกาะเตียวหยูไปแล้ว ทหารญี่ปุ่นก็จะต้องขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้อีกครั้ง เขาจึงไม่ต้องการให้ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามา ส่วนศพของทหารญี่ปุ่น และทหารอเมริกันบนเกาะ หลิงหยุนก็ได้จัดการเตะลงไปเป็นอาหารของสัตว์น้ำในทะเลจนหมดแล้ว กว่าจะมีคนเข้ามา ก็คงไม่เหลือแม้แต่ซากแล้ว หลังจากที่หลิงหยุนและไป๋เซียนเอ๋อได้ทำการสำรวจความเรียบร้อยบนเกาะอย่างละเอียดแล้ว ทั้งคู่ก็พากันขึ้นสปีดโบ๊ท และมุ่งหน้ากลับเข้าไปในเมือง เรือของหลิงหยุนเคลื่อนออกจากเกาะเตียวหยูไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว ลมทะเลโชยมาอ่อนๆ ท้องทะเลเงียบสงบไร้คลื่นลม.. หลิงหยุนขับเรือไปด้วยความเร็วในอัตรา 50 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง ท่ามกลางท้องทะเลเงียบสงบใต้แสงจันทร์นั้น เรือที่กำลังแล่นไปนั้นได้สร้างฟองสีขาวสองสายขึ้นไปตลอดทาง! ท่ามกลางท้องทะเลสุดลูกหูลูกตา หลิงหยุนไม่จำเป็นต้องอยู่บังคับหางเสือของเรือ เขาขึ้นไปยืนปะทะลมทะเลอยู่ที่หัวเรือกับไป๋เซียนเอ๋อ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ! แม้จะเผชิญหน้ากับเมฆเก้าสี แต่เขาก็ยังไม่ตาย.. ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจแต่อย่างใด! ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงกว่า.. หลิงหยุนก็พบกับเรือลาดตระเวนของจีนอีกครั้ง เรือลำนั้นจอดนิ่งห่างจากเกาะเตียวหยูราวหกสิบไมล์ทะเล ราวกับว่ากำลังรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ มันคือเรือลาดตระเวนที่มีจางหยุนเทียนเป็นหัวหน้า และก็คือเรือลำที่หลิงหยุนเข้าไปขอยืมธงชาติมานั่นเอง หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับครุ่นคิด จากนั้นจึงกลับไปยังห้องบังคับเรือ และค่อยๆลดความเร็วของเรือลงกว่าครึ่ง และรีบสวมผ้าคลุมหน้าปิดบังใบหน้าของตนเองไว้ “เซียนเอ๋อ.. ใช้วิชาลวงตาปกปิดร่างของเจ้าไว้ อย่าให้ผู้คนเห็น แล้วตามข้าไปด้วยกัน!” หลังจากครั้งนั้นแล้ว ก็ยังไม่มีทหารญี่ปุ่น หรือทหารอเมริกันขึ้นไปบนเกาะเตียวหยูอีกเลย ไม่มีแม้แต่เรือแล่นเข้าใกล้เกาะแห่งนี้ หลิงหยุนจึงต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่.. …..หลิงหยุนใช้กำลังต่อสู้เพื่อให้สามารถเข้าไปยังเกาะเตียวหยูได้ และได้จัดการนำธงสีแดงไปปักไว้บนยอดเขาสูงสุด จากนั้นจางหยุนเทียนก็ได้สั่งให้เรือลาดตระเวนของตนออกจากเกาะไป พร้อมกับสั่งให้ตำรวจน้ำจัดการบันทึกวีดีโอภาพนาทีศักดิ์สิทธิ์ที่หลิงหยุนนำธงขึ้นไปปักไว้บนเกาะเตียวหยู!หลิงหยุนเพิกเฉยต่อเรื่องเหล่านี้ได้ แต่จางหยุนเทียนไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะเขาคือหัวหน้าหน่วยตำรวจน้ำของจีน เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ใดก็ต้องรายงานกลับไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบ..อัตราการเคลื่อนที่ของเรือลาดตระเวนนั้นค่อนข้างช้ามาก อัตราความเร็วสูงสุดของมันอยู่ที่ 18 นอต ซึ่งหมายความว่าภายในสามชั่วโมง ก็จะเคลื่อนที่ออกมาจากเกาะเตียวหยูมาได้เพียง 50 ไมล์ทะเลเท่านั้น จางหยุนเทียนจึงได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ส่งไปรับ เพื่อไปพบใครบางคนในเมืองเหวินโจวจางหยุนเทียนได้นำเสี่ยวหลี่ที่อยู่ข้างกายเขาตลอดเวลาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่เมืองเหวินโจวด้วยกันแต่สิ่งที่จางหยุนเทียนคาดไม่ถึงก็คือว่า ไม่เพียงมีผู้บังคับบัญชาของเขาอยู่ที่นั่น แต่ยังมี ‘คนพวกนั้น’ อยู่ด้วยคนพวกนั้นก็คือหน่วยงานซึ่งเป็นที่กล่าวขานกัน.. มีทั้งสมาชิกของกลุ่มเทพอินทรี กลุ่มนภา และกลุ่มมังกร ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ทำงานให้กับองค์กรลึกลับของประเทศจีนกลุ่มนภา และกลุ่มมังกรนั้นอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของผู้นำระดับสูงของประเทศจีน การที่พวกเขาปรากฏตัวที่นี่ย่อมหมายความว่า รายงานข่าวที่ผู้นำระดับสูงได้รับนั้นทำให้พวกเขาตกใจอย่างมาก!แม้สมาชิกของกลุ่มนภา และกลุ่มมังกรจะปรากฏตัว แต่ก็ทำตัวลึกลับและไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว มีเพียงเหลยเชิ่งซึ่งเป็นคนของกลุ่มอินทรีย์ ที่คอยตั้งคำถามกับจางหยุนเทียนอย่างละเอียดจางหยุนเทียนทั้งถามทั้งตอบ พร้อมกับเล่าเรื่องราวตามที่ได้เห็นมาทั้งหมดให้กับทุกคนฟัง จากนั้นจึงสั่งให้เสี่ยวหลี่หยิบวีดีโอและรูปที่ถ่ายไว้ออกมาให้คนพวกนั้นดู“คุณบอกว่าชายสวมผ้าปิดบังใบหน้ามาพร้อมกับสุนัขจิ้งจอกสีขาวงั้นรึ?”หลังจากที่เหลยเชิ่งได้ฟังคำบอกเล่าของจางหยุนเทียนแล้ว เขาก็จะถามย้ำจุดที่น่าสนใจอีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปมองคนของกลุ่มนภา และกลุ่มมังกร แล้วจึงหันกลับมาตั้งคำถามต่อจางหยุนเทียนพยักหน้า “ใช่.. ผมแล้วก็ตำรวจน้ำอีกหลายนายที่อยู่ด้วยกันก็เห็นเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรในคลิปวีดีโอ หรือว่ารูปถ่ายกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของสุนัขจิ้งจอกสีขาวตัวนั้น.. น่าแปลกจริงๆ!”คนของกลุ่มนภา และมังกรต่างก็หันไปมองหน้ากัน และในแววตาของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความกังวล..มีเพียงเหลยเชิ่งที่เอาแต่จ้องมองร่างของชายสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าซึ่งปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอ พร้อมกับขมวดคิ้วและครุ่นคิดอย่างหนัก..‘คล้าย.. คล้ายมาก.. ไม่น่าจะเป็นเด็กนั่นได้? แต่..’เหลยเชิ่งกำลังครุ่นคิดว่า รูปร่างของชายในคลิปนั้นช่างคุ้นตาเขามาก โดยเฉพาะดวงตาที่คมกริบนั้นช่างคล้ายกับหลิงหยุน ไม่ว่าจะมองยังไง ก็ทำให้เขาอดที่จะนึกถึงหลิงหยุนไม่ได้!แต่ในคืนที่เหลยเชิ่งได้พบกับหลิงหยุนลงซึ่งเป็นผู้ลงมือสังหารซันเทียนเปียวนั้น หลิงหยุนในตอนนั้นก็ไม่ได้รูปร่างผอมเช่นนี้ และวรยุทธก็ไม่ได้สูงส่งถึงเพียงนี้ด้วย และด้วยสามัญสำนักของเขา.. เป็นไปไม่ได้ที่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หลิงหยุนจะสามารถฝึกฝนจนก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้!