ตอนที่ 184
ตอนที่ 487
October 22, 2026
บทที่ 487 : ดีแต่เปลือก! ในยามค่ำคืน.. เรือของหลิงหยุนค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้เรือลาดตระเวนของจางหยุนเทียน และในที่สุดก็ไปจอดอยู่ใกล้ๆ! หลิงหยุนเดินออกมาจากห้องบังคับเรือ และจ้องมองไปยังจางหยุนเทียนที่กำลังยืนอยู่บนหัวเรือด้วยท่าทางตื่นเต้น จากนั้นจึงกระโดดขึ้นไปบนเรือลาดตระเวนด้วยความคล่องแคล่ว และสง่างาม.. หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองซึ่งไม่ต่างจากเรดาร์ที่สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้ และสำรวจพบว่าบนเรือลาดตระเวนลำนี้ยังมีผู้ที่มีวรยุทธอยู่อีกถึงสามคน เป็นชายหนึ่งคน และหญิงอีกสองคน.. ชายหนุ่มผู้นี้อายุราวยี่สิบห้าปี และอยู่ในขั้นเซียงเทียน-1 รูปร่างสูง ผิวขาว ดูเป็นคนเฉลียวฉลาด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันผู้คนอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนจะไม่เห็นใคร หรือสิ่งใดอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย.. ส่วนหญิงสาวคนแรกนั้นดูเหมือนจะอายุราวยี่สิบปี แม้จะมีใบหน้าสวยงาม แต่ก็แต่งหน้าหน้าเตอะ หน้าอกตั้งตรง ริมฝีปากค่อนข้างใหญ่เล็กน้อยแต่ได้รูปสวยงามนั้นถูกเคลือบด้วยลิปสติก ดวงตามีเสน่ห์ และดูเหมือนหญิงสาวที่มีวรยุทธในโลกนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นโฮ่วเทียน-9 เด็กสาวอีกคนดูเหมือนจะแตกต่างจากคนแรกโดยสิ้นเชิง นางดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าเสี่ยวเม่ยหนิงเสียอีก แต่รูปร่าง และใบหน้านั้นงดงามกว่า ผมยาวสีดำถูกผูกเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง และใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางนั้นเผยให้เห็นผิวที่ขาวนวล และดวงตากลมโตสดใสราวกับท้องฟ้าที่มีดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ อีกทั้งขนตายาวที่กระพริบถี่ๆนั่น ก็ชวนมองยิ่งนัก ลำคอยาวระหงส์สวยงามดูเย้ายวน แม้ว่านางจะเพิ่งอายุเพียงแค่สิบหกปี แต่หน้าอกทั้งสองข้างกลับกลมกลึง และดูโตกว่าวัย เสื้อสีแดงรัดรูปนั่นก็ยิ่งเผยให้เห็นสัดส่วนที่สวยงามเหนือหญิงสาวอีกคน แม้เด็กสาวผู้นี้จะอายุยังน้อย แต่นางกลับมีส่วนสูงถึงหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเซนติเมตร ทำให้เป็นที่สะดุดตายิ่งนัก ขาที่เรียวยาวทั้งสองข้างภายใต้กระโปรงสีแดงนั้น ก็ยิ่งเน้นให้นางมีรูปร่างที่งดงามน่ามองยิ่งขึ้น เสื้อผ้าสีแดงโอบรัดเรือนร่างขับให้ผิวขาวของนางละเอียดลออ และขาวนวลยิ่งขึ้น นับว่าเป็นสาวน้อยที่งดงามมากคนหนึ่ง สายตาของนางที่เต็มไปด้วยความเย็นชานั้น กำลังจ้องมองออกไปยังที่ห่างไกล และเหลือบมองไปทางอื่นบ้างเป็นครั้งคราว นางมีความงดงามที่ทำให้ผู้คนต่างก็รู้สึกไม่กล้าที่จะเข้าใกล้.. หลิงหยุนมองแล้วได้แต่แอบนึกขันอยู่ในใจ พร้อมกับคิดว่าอายุเพียงแค่สิบหกปี จะเด็กเกินไปที่จะมาเป็นยอดดวงใจของเขาอีกคนหรือไม่? ในจำนวนยอดฝีมือทั้งสามคนนั้น สาวน้อยหน้าตางดงามผู้นั้นอยู่ในขั้นต่ำสุด ฝีมือของนางยังอยู่เพียงแค่ระดับเริ่มต้นของขั้นโฮ่วเทียน-6 เท่านั้น แต่หลิงหยุนกลับเห็นว่า นางมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนที่สูงมากอย่างน่าอัศจรรย์ และสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วในวันข้างหน้า.. ชายหนุ่มคนหนึ่ง และหญิงสาวอีกสองคน ต่างก็นั่งล้อมเป็นวงกลมอยู่ในห้องโดยสารของเรือคล้ายกับกำลังปรึกษาหารืออะไรกันอยู่ และจากที่หลิงหยุนสังเกตเห็นนั้น ดูเหมือนว่าชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา และหญิงสาวที่อายุมากกว่าออกจะดูแคลนสาวน้อยผู้นั้น และไม่ต้องการที่จะเสวนากับนาง เด็กสาวผู้นั้นเองก็ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้ดี นางจึงเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ และพยักหน้าบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ในแววตากลับซ่อนความเหยียดหยันไว้.. แม้คนของกลุ่มนภาจะเดินทางกลับไปหมดแล้ว แต่กลุ่มเทพอินทรีก็ได้สั่งให้คนทั้งสามเฝ้ารอหลิงหยุนกลับมาจนกว่าจะพบตัวเขา และหากตายก็ต้องพบศพ..เพียงแค่ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดู หลิงหยุนก็รู้ว่าทั้งสามคนไม่สามารถทำอะไรเขาได้แน่ จึงหันไปมองจางหยุนเที่ยนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา“โอ้สหาย.. เอ่อ..ท่าน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว?!”หลิงหยุนเดินทางมาที่เกาะเตียวหยูเพียงคนเดียว และการกระทำของเขาก็ได้ปลุกจิตวิญญาณของชาวจีนที่ดับไปแล้วให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง จางหยุนเทียนทั้งนับถือและชื่นชมในการกระทำของหลิงหยุนจากหัวใจ และเมื่อได้พบหลิงหยุนอีกครั้ง จึงไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่าอย่างไรดี..“อืมม.. ข้ากลับมาแล้ว!”หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยเสียงนิ่งเรียบ และได้ใช้กำลังภายในปรับแต่งน้ำเสียง ให้เสียงของตนเองฟังแหบแห้งขึ้นเล็กน้อยจางหยุนเทียนอายุมากกว่าหลิงหยุนหลายปี แต่กลับใช้คำสรรพนามแทนชื่อของเขาว่า ‘ท่าน ’ หลิงหยุนเองก็ไม่ได้ห้าม หรือต้องการอธิบายสิ่งใด เขาเพียงแค่ต้องการจะถามจางหยุนเทียนไม่กี่คำแล้วก็จะรีบกลับไป เพราะไม่ต้องการให้ใครจดจำเขาได้จนอาจก่อให้เกิดปัญหามากมายกว่านี้เมื่อเห็นจางหยุนเทียนกำลังจะอ้าปากพูด หลิงหยุนจึงรีบจับมือของเขาไว้เพื่อเป็นการห้ามปราม พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นเคย“เจ้าตอบคำถามของข้าก็พอ..”“หลังจากคืนนั้น.. เกิดอะไรขึ้นกับประเทศจีนบ้าง?” หลิงหยุนใช้คำว่าคืนนั้น ย่อมหมายความถึงคืนที่เขาเพิ่งจะมาถึงเกาะเตียวหยูจางหยุนเทียนตอบด้วยความตื่นเต้น “คนจีนไม่เคยได้เข้าใกล้เกาะเตียวหยูมานานหลายปีแล้ว แต่ท่านกลับบนำธงชาติขึ้นไปปักบนยอดเขาได้ และเมื่อข่าวแพร่สะพรัดออกไป จึงเกิดความโกลาหลไปหมด!”“ตอนนี้ท่านได้กลายเป็นวีรุบุรุษของประเทศจีนไปแล้ว!”หลิงหยุนพยักหน้าเล็กน้อย.. การนำธงชาติขึ้นไปปักบนเกาะเตียวหยูนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสำหรับหลิงหยุน มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก เขาจึงไม่ได้สนใจกับเรื่องความโกลาหลที่เกิดขึ้นนัก และไม่สนใจกับคำว่าวีรบุรุษเสียด้วยซ้ำไป ไม่เพียงไม่สนใจ แต่กลับบไม่รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย..หลิงหยุนยังคงดูเงียบขรึมและสงบนิ่งพร้อมกับถามต่อทันที “แล้วพวกญี่ปุ่นล่ะ?”จางหยุนเทียนเห็นหลิงหยุนไม่มีสีหน้าท่าทางตื่นเต้นแม้แต่น้อย จึงรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ในใจกลับคิดว่าหลิงหยุนเป็นคนที่มีวรยุทธสูงส่ง เขาคงจะไม่สนใจกับเรื่องชื่อเสียงพวกนั้น แล้วก็ยิ่งนึกชื่นชมเขาอยู่ในใจมากยิ่งขึ้นจางหยุนเทียนกำหมัดด้วยความตื่นเต้น และตอบไปอย่างกระตือรือร้น “คนญี่ปุ่นน่ะเหรอ? ท่านจมเรือลาดตระเวนของพวกเขาไปหลายลำ แล้วก็ฆ่าคนของเขาไปมากมาย ไม่เพียงคนทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นจะตกอกตกใจ และถึงกับมีการเตรียมกองกำลัง!“อ่อ.. กองกำลังงั้นรึ?” หลิงหยุนยังคงจำคืนที่ไป๋เซียนเอ๋อกลายร่างได้ คืนที่มีนินจากว่าร้อยคนบุกขึ้นไปบนเกาะจางหยุนเทียนเกาศรีษะ พร้อมกับนึกทบบทวนอย่างละเอียด เขาเหลือบมองเข้าไปในห้องโดยสารซึ่งมีคนของกลุ่มเทพอินทรีย์อยู่สามคน แล้วจึงกระซิบเสียงเบาว่า