ตอนที่ 185
ตอนที่ 488
October 22, 2026
บทที่ 488 : คู่แข่งหัวใจ – พี่น้องพบกันครั้งแรก! เมื่อครั้งที่อยู่ในป่าเสินหนงเจี๋ยนั้น หลิงหยุนรู้ดีว่าตระกูลเฉินนั้นทำเรื่องที่ไม่ดีนัก พวกเขาสมคบกับตระกูลโทคุงาวะของญี่ปุ่น เพื่อที่จะหาทางขโมยหม้อเสินหนงไปจากประเทศจีน เมื่อครั้งที่ยังอยู่ในขั้นปรับร่างกาย-4 นั้น หลิงหยุนได้ลงมือสังหารเฉินเจี้ยนเหยินแห่งตระกูลเฉินได้อย่างง่ายดาย จึงแทบไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้ที่เขาอยู่ในขั้นปรับร่างกาย-7 แล้ว ในสายตาของหลิงหยุนเวลานี้ ยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 แทบไม่มีความหมายอะไรในสายตาของเขา เฉินเจี้ยนโหยวจึงไม่ต่างจากแมลงสาบ หรือมดเล็กๆตัวหนึ่งเท่านั้น และเขาก็สามารถสังหารนางได้ภายในชั่วลัดนิ้วเดียวเท่านั้น เฉินเจี้ยนโหยวนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหลิงหยุน นางก็ถึงกับโกรธขึ้นมาทันที นางเติบโตขึ้นมาในตระกูลเฉินด้วยความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังหมั่นฝึกฝนจนสามารถเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-9 ได้ตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบปี ซึ่งก็ต้องนับว่าเก่งไม่เบาเลยทีเดียว และนางก็มีโอกาสสูงมากที่จะฝึกฝนจนสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้ หากจะพูดว่านางเป็นเพชรเม็ดหนึ่งของตระกูลเฉิน ก็คงจะไม่เกินจริงนัก! ใบหน้าของเฉินเจี้ยนโหยวแดงก่ำด้วยความโกรธ นางชี้หน้าหลิงหยุนด้วยความไม่พอใจพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว.. “นี่เจ้า.. ข้าไม่สนใจหรอกนะว่าเจ้าจะเป็นยอดฝีมือขั้นใหน? หรือจะเป็นคนของตระกูลเก่าแก่ตระกูลใด? เจ้ากล้าใช้วรยุทธบุกขึ้นเกาะเตียวหยูโดยเพิกเฉยต่อข้อตกลงระหว่างสองประเทศ ส่งผลต่อกองทัพและการเมืองของประเทศจีน เจ้าคิดว่าการที่เจ้านำธงขึ้นไปปักบนเกาะเตียวหยูได้นั้น คนทั่วทั้งประเทศจะยกย่องชื่นชมเจ้าหรือยังไง? เจ้าคิดผิดแล้ว.. เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าได้สร้างปัญหาให้กับประเทศจีนมากมายแค่ใหน?!” ตระกูลเฉินเองนั้นได้ตระกูลเก่าแก่ และนิกายลับหลายนิกาย ให้การสนับสนุนอยู่ จึงได้เป็นตระกูลใหญ่อันดับสามของประเทศจีน และตอนนี้ก็ยังแอบเชื่อมสัมพันธไมตรีกับตระกูลโทคุงาวะของญี่ปุ่นด้วย ความแข็งแกร่งของตระกูลเฉินที่มีขึ้นอย่างลับๆนั้น ทำให้เฉินเจี้ยนโหยวไม่เพียงถือดี แต่ยังหยิ่งจองหองอย่างมาก ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าผู้ใด นางก็มักจะแสดงสีหน้าท่าทางราวกับว่า ทุกคนต้องฟังคำพูดของนางแต่เพียงผู้เดียว! แต่นั่นก็ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวที่นางแสดงท่าทีจองหองกับหลิงหยุน! อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ.. หลิงหยุนเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าตนนั้นเป็นยอดฝีมือที่เก่งกล้าแต่อย่างใด อีกทั้งยังสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังใบหน้าไว้ เผยให้เห็นเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่ไม่แม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ ในความรู้สึกของเฉินเจี้ยนโหยวนั้น หลิงหยุนจึงดูไม่ต่างจากคนธรรมดทั่วไป แต่เฉินเจี้ยนโหยวหารู้ไม่ว่า ตั้งแต่หลิงหยุนฝึกฝนจนสามารถเข้าสู่ขั้นปรับร่างกายได้แล้ว อารมณ์ของเขาก็จะเริ่มสงบนิ่ง นางไม่รู้แม้กระทั่งว่าตั้งแต่เมื่อครั้งที่หลิงหยุนเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-4 ได้แล้วนั้น แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนก็ยังไม่สามารถมองเห็นระดับกำลังภายในของเขาได้! จึงแทบไม่ต้องพูดหลิงหยุนในตอนนี้ที่เข้าสู่ขั้นปรับบร่างกาย-7 แล้ว อีกทั้งยังมีสายฟ้าเทวะสีทองซึ่งทรงอานุภาพมากมายอยู่ในร่างกาย หากหลิงหยุนไม่ต้องการให้เห็น ก็ยากที่ยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 อย่างเฉินเจี้ยนโหยวจะสามารถมองออก! “หนวกหู..!” หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับสบถออกมา จากนั้นจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา.. “เจ้าพูดมา.. ข้าสร้างปัญหาอะไรให้กับประเทศจีนบ้าง?” เฉินเจี้ยนโหยวยกเรื่องของประเทศชาติขึ้นมาเพื่อกดดันหลิงหยุน และแอบคิดในใจว่าหลิงหยุนยังอ่อนหัดนัก! จากนั้นจึงตอบหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และเหยียดหยัน “ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาประกาศกร้าวว่า หากทางจีนไม่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผล พวกเขาก็จะไม่ร่วมสังฆกรรมระหว่างประเทศกับจีน และจะคว่ำบาตรกับจีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และทางด้านการทหาร สิ่งที่เจ้าทำลงไปนั้นได้ไปแตะต้องในจุดที่อเมริกาไม่อาจยอมได้อีกแล้ว!” ในบรรดายอดฝีมือทั้งสามคนนั้น เฉินเจี้ยนโหยวดูเหมือนจะโกรธ และไม่พอใจในการกระทำของหลิงหยุนมากที่สุด นั่นก็เพราะหลิงหยุนได้ทำการสังหารคนญี่ปุ่นไปเป็นจำนวนมาก! ครั้งที่แล้วพี่ชายของนางได้รับมอบหมายให้เข้าป่าเสินหนงเจี๋ยไปพร้อมกับโทคุงาวะ ทาเคซูกะเพื่อค้นหาหม้อเสินหนง แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งหมดถูกฆ่าตาย และจนป่านนี้ก็ยังไม่สามารถหามือสังหารพบ!ตอนนี้ประเทศจีนกับประเทศญี่ปุ่นก็กำลังมีกรณีพิพาทเกี่ยวกับเกาะเตียวหยู และตระกูลเฉินก็แอบช่วย และสนับสนุนญี่ปุ่นอย่างลับๆ แต่เพราะหลิงหยุนเข้ามายุ่ง จึงทำให้สถานการณ์กลับตาลปัตรไปหมด เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ตระกูลเฉินกรีดร้องออกมาด้วยความโมโหได้อย่างไรกัน?!หากเขาช่วยญี่ปุ่นไม่ได้ ตระกูลโทคุงาวะซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นก็จะไม่สนับสนุนตระกูลเฉินอีกสำหรับตระกูลเฉินแล้ว.. เพื่อแลกกับการที่พวกเขาจะสามารถล้มตระกูลหลงได้ บวกกับผลตอบแทนที่จะได้รับอีกมากมายมหาศาล เพียงแค่เกาะเตียวหยูเล็กๆเกาะเดียวจะเป็นอะไรไป?หากขายได้.. ก็ควรจะขายไป.. ประเทศจีนยังมีดินแดนอีกกว้างใหญ่ไพศาล..ดังนั้น.. เฉินเจี้ยนโหยวจึงดูเหมือนเป็นตัวแทนที่ตระกูลเฉินส่งมาที่นี่ เพื่อรอคอยและสอบถามจุดประสงค์ที่แท้จริงของหลิงหยุนแต่ความจริงก็คือว่า.. ตระกูลเฉินต้องการจะเป็นตระกูลแรกที่ได้ข้อมูลของหลิงหยุน และจะได้จัดการส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับทางญี่ปุ่น เพื่อให้ทางญี่ปุ่นส่งคนมาสังหารหลิงหยุนเป็นการแก้แค้น!แต่หลังจากที่หลิงหยุนได้ฟังเฉินเจี้ยนโหยวพล่ามอยู่นาน เขากลับตอบมาเพียงแค่สั้น “งั้นรึ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?”เฉินเจี้ยนโหยว และหลงเทียนเจียวถึงกับต้องหันไปมองหน้ากัน จากนั้นเฉินเจี้ยนโหยวก็ดึงการ์ดสีม่วงทองออกมาจากเอว และชูขึ้นต่อหน้าหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเราเป็นสมาชิกของกลุ่มเทพอินทรี และมีหน้าที่มานำตัวเจ้ากลับไปเมืองหลวง เจ้าต้องไปอธิบายเรื่องนี้ และรับผิดชอบต่อการกระทำของเจ้าด้วยตัวเอง!”หากสามารถพาหลิงหยุนไปเมืองหลวงได้ คำอธิบายของหลิงหยุนจะสามารถสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศได้สำเร็จและหลังจากนั้น.. ด้วยอิทธิพลของตระกูลเฉินที่มีในเมืองหลวง ตระกูลเฉินก็จะร่วมมือกับคนญี่ปุ่นลงมือสังหารหลิงหยุนระหว่างที่ยังอยู่เมืองหลวง นั่นย่อมหมายความว่า หากหลิงหยุนไปเมืองหลวงครั้งนี้ เขาจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีกและเมื่อใดก็ตามที่ทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ เฉินเจี้ยนโหยวก็จะได้รับความดีความชอบอย่างมากมาย ผลประโยชน์มากมายก็จะตามมาด้วยเช่นกัน!หลิงหยุนยังคงนิ่งเงียบ เขามองหลงเทียนเจียวด้วยแววตานิ่งเฉย จากนั้นจึงหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ส่วนเจ้าคือหลงเทียนเจียวแห่งตระกูลหลงงั้นรึ?”หลงเทียนเจียวแม้จะมีท่าทางหยิ่งจองหอง แต่ก็ดูสุขุมกว่าเฉินเจี้ยนโหยวมากนัก เขาพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับอย่างสุภาพ“ใช่แล้วสหาย.. ข้าเป็นคนตระกูลหลง! อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าของกลุ่มเทพอินทรีย์ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ด้วย พวกเราได้รับคำสั่งให้มารอเจ้าอยู่ที่นี่ และเมื่อใดก็ตามที่เจ้าปรากฏตัว ให้นำตัวเจ้ากลับไป พวกเราต้องทำตามหน้าที่ ขอสหายตามพวกเรากลับไปด้วยเถิด!”ตระกูลหลงนั้นแตกต่างจากตระกูลเฉิน ตระกูลหลงภาคภูมิใจในตนเองในฐานะที่เป็นตระกูลเก่าแก่ของประเทศจีน พวกเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อสร้างสมดุลอำนาจในประเทศนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ตระกูลหลงดีกว่าตระกูลเฉิน นั่นก็คือตระกูลหลงไม่ขายสมบัติชาติ..หลงเทียนเจียวคือใครน่ะหรือ?