ตอนที่ 186
ตอนที่ 489
October 22, 2026
บทที่ 489 : เพิกเฉยต่อกฎระเบียบ! “….” เฉินเจี้ยนโหยวกรีดร้องออกมา เสียงของนางดังฝ่าท้องฟ้าที่มืดมิดออกไปเป็นวงกว้าง ตูม! ในท้องทะเลห่างจากเรือออกไปสามสิบเมตร คลื่นลูกใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และน้ำทะเลก็กลืนร่างของเฉินเจี้ยนโหยวลงไปทันที บนพื้นเรือบริเวณที่เฉินเจี้ยนโหยวยืนอยู่เมื่อครู่นั้น มีหยดเลือดสี่ห้าหยดติดอยู่ที่พื้น “นี่..” “เจ้า..” “นี่..” หลงเทียนเจียว จางหยุนเทียน รวมทั้งหลิงซวี่สาวน้อยจากตระกูลหลิง และตำรวจน้ำอีกหลายนายที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น.. ทุกคนต่างก็ยืนอ้าปากค้างและอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก! ไม่มีใครคิดว่าหลิงหยุนจะกล้าทำร้ายคนของกลุ่มเทพอินทรี อีกทั้งคนผู้นั้นยังเป็นถึงคุณหนูเฉินของหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงอีกด้วย! น้อยครั้งมากที่หลิงหยุนจะทำร้ายผู้หญิง แต่ถึงแม้จะน้อยครั้ง หากเขาต้องการจะลงมือ ก็ไม่เคยรีรอเช่นกัน! หลิงหยุนไม่เคยให้ความสำคัญ หรือใส่ใจกับกฎระเบียบ และหลักการอะไรทั้งสิ้น เขาไม่เคยปล่อยให้กฏเกณฑ์ใดๆ มาตีกรอบตัวเขาเองได้! หัวใจของเขาต่างหากคือกฏเกณฑ์ทั้งปวง.. หัวใจของเขาต่างหากคือหลักการ! หลงเทียนเจียวซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-1 และเป็นคนของตระกูลหลงนั้น เป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ครั้งนี้.. ใบหน้าของเขาแดงก่ำ และรีบพุ่งไปหาบรรดาตำรวจน้ำหลายนายที่ยืนอยู่ พร้อมกับตะโกนสั่งเสียงดัง “พวกเจ้ายืนนิ่งทำไมกัน? รีบไปช่วยคนสิ!” “เอ่อ..” “ครับผม..” เมื่อได้ยินเสียงร้องเตือนสติของหลงเทียนเจียว ตำรวจน้ำต่างก็หายจากอาการตกตะลึง และรีบหันไปมองหลิงหยุนอย่างระมัดระวังตัว และเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านอะไร ทั้งหมดจึงรีบลงไปช่วยเฉินเจี้ยนโหยว หลงเทียนเจียวเหลือบมองไปยังร่างของเฉินเจี้ยนโหยวที่ลอยตกลงไปในน้ำทะเล และเมื่อเห็นนางโผล่หน้าขึ้นมาบนผิวน้ำแล้วก็รู้สึกโล่งใจ สมาชิกของกลุ่มเทพอินทรีนั้น ยอดฝีมือตั้งแต่ขั้นโฮ่วเทียน-4 ขึ้นไป จะต้องว่ายน้ำได้เก่งเช่นเดียวกับกองกำลังพิเศษ และก็เป็นทักษะพิเศษที่ทุกคนต้องมีสรุปง่ายๆก็คือว่า พวกเขาเป็นหน่วยรบพิเศษของจีน แต่เป็นหน่วยรบพิเศษที่รวมเฉพาะบุคคลที่มีวรยุทธเท่านั้น แต่ละคนจึงมีภูมิหลังที่ค่อนข้างลึกซึ้ง และไม่ธรรมดาแม้ว่าหลิงหยุนจะลงมือกับเฉินเจี้ยนโหยว แต่กลับลงมือต่อหน้าหลงเทียนหวู่ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ จึงไม่ต่างจากการหักหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย..สีหน้าของหลงเทียนเจียวบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด เขาหันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “สหาย.. เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังเล่นกับใคร?”หลิงหยุนมองหน้าหลงเทียนเจียวที่ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธแล้วก็ได้แต่นึกขัน ในแววตาของหลิงหยุนมีรอยยิ้มซ่อนอยู่แม้สีหน้าจะนิ่งเรียบ เขาพยักหน้าพร้อมกับเช็ดมือขวาของตนเองเพราะใบหน้าของเฉินเจี้ยนโหยวนั้นลงเครื่องสำอางค์ไว้หนาเตอะ เมื่อหลิงหยุนตบหน้านาง มือของเขาจึงติดความมันของเครื่องสำอางมาด้วยหลงเทียนเจียวเห็นว่าหลิงหยุนไม่สนใจที่จะตอบคำถามของตนเอง ก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก จึงพูดต่ออย่างโมโหว่า“ในเมื่อเจ้ารู้ว่าพวกเราเป็นคนของกลุ่มเทพอินทรี คงรู้ผลที่จะตามมาแล้วสินะ?”หลิงหยุนเริ่มหมดความอดทน เขาส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า “ข้าไม่รู้.. แล้วก็ไม่อยากรู้.. ข้ารู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น..”“อะไร..?” หลงเทียนเจียวร้องถามขึ้นทันทีหลิงหยุนสำรวจหลงเทียนเจียวก่อนจะพูดด้วยท่าทางสบายๆ “ข้ารู้เพียงว่า.. หากเจ้าพูดมากกว่านี้ เจ้าจะต้องลอยตกทะเลไปไกลกว่านาง แล้วก็ลอยสูงกว่านางเสียอีก!”ผลที่จะตามมางั้นรึ?! หลิงหยุนคร้านที่จะเสียเวลาครุ่นคิด!เหลยเชิ่งซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มเทพอินทรี ยังไม่กล้าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงหยุน และฉินตงเฉี่วย แม้กระทั่งหลัวจ้งซึ่งเคยเป็นหัวหน้าสำนักงานรักษาความมั่นคง คนหนึ่งมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ส่วนอีกคนก็มีความแข็งแกร่ง แต่ทั้งคู่ยังต้องคุกเข่าให้กับหลิงหยุน!“นี่เจ้า..!”หลงเทียนเจียวพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ คล้ายกับมีอะไรติดคอจนพูดไม่ออก ใบหน้าของเขาทั้งแดงและซีดสลับกันไปมา“เจ้าจะทำไม? ขืนเจ้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว.. อย่าหาว่าข้าไม่เตือน?”หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยท่วงท่าสบายๆ พร้อมกับมองหลงเทียนเจียวด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่สายตากลับแสดงออกซึ่งการคุกคามอย่างเปิดเผยและแน่นอนว่า.. หลงเทียนเจียวไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว เขาไม่สามารถมองเห็นระดับกำลังภายในของหลิงหยุนได้ ผู้ที่ฝึกวรยุทธย่อมรู้ดีว่า หากตนไม่สามารถมองเห็นระดับกำลังภายในของอีกฝ่ายได้ ย่อมมีความหมายได้สองอย่างคือ.. หนึ่งอีกฝ่ายไม่ได้ฝึกวรยุทธ หรือสอง.. อีกฝ่ายมีวรยุทธที่เหนือกว่าตนนั่นเอง!หลิงหยุนตบหน้ายอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 จนกระเด็นลอยไปไกลถึงสามสิบเมตร และเฉินเจี้ยนโหยวไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้ เห็นได้ชัดว่าฝีมือของเขานั้นไม่ธรรมดาตระกูลเฉินนั้นเป็นที่รู้กันว่ามีอำนาจมากมาย ตระกูลหลงเองก็เช่นเดียวกัน และดูเหมือนจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ต่อให้พวกเขามีอำนาจอยู่ในมือ แต่ก็ไม่ต่างจากน้ำไกลที่ไม่สามารถดับไฟได้ทันเวลา!ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร? หรือมีอำนาจอิทธิพลมากเพียงใดก็ตาม หากอีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า และเป็นผู้ที่ไม่ใส่ใจกับอำนาจอิทธิพลของคุณ หากคุณยังดึงดันที่จะใช้อำนาจอิทธิพลที่หนุนหลังอยู่ เพื่อหวังที่จะสร้างความตระหนกตกใจให้แก่คนประเภทนี้ นั่นหมายความว่าคุณกำลังรนหาที่ตาย!