ตอนที่ 187
ตอนที่ 490
October 22, 2026
บทที่ 490 : ความกระวนกระวายใจของฉินตงเฉี่วย! หลังจากขับเรือไปด้วยความเร็วเต็มกำลังนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เรือของหลิงหยุนก็เข้าใกล้ฝั่งเมืองเหวินโจวมากแล้ว และเขารู้สึกว่าระยะทางห่างจากฝั่งเช่นนี้ โทรศัพท์มือถือน่าจะมีสัญญาณแล้ว เขาจึงจัดการเปิดโทรศัพท์ทันที ตั้งแต่หลิงหยุนเริ่มออกเดินทางไปยังเกาะเตียวหยู เขาก็ได้ปิดโทรศัพท์มือถือไว้ และได้ลองเปิดอีกครั้งเมื่ออยู่บนเกาะ แต่เมื่อพบว่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เขาจึงปิดทิ้งทันที ดังนั้นโทรศัพท์มือถือของหลิงหยุนจึงยังคงมีแบตเตอรี่อยู่เต็ม และทันทีที่โทรศัพท์มือถือถูกเปิด ก็มีข้อความ และสายที่ไม่ได้รับปรากฏขึ้นมากมาย โทรศัพท์ของหลิงหยุนทั้งดังและสั่นอยู่นาน กว่าเสียงเตือนต่างๆ จะสิ้นสุดลง! หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากนัก เขายืนเอามือไขว้หลังพร้อมกับจ้องมองโทรศัพท์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงหันไปพูดกับไป๋เซียนเอ๋อ “เซียนเอ๋อ.. หลังจากที่กลับเข้าไปในเมืองแล้ว เจ้ายังต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับบ้านเมืองสมัยใหม่อีกมากมาย เจ้าเข้าใจหรือไม่?” ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้นช่างกว้างใหญ่ไพศาล และความรู้ทางด้านการแพทย์ของหลิงหยุนนั้น ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากความล้มเหลวจากบททดสอบของสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่าในโลกบ่มเพาะนั้น ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น มีนักบ่มเพาะอยู่มากมายก็จริง แต่ก็มีคนธรรมดาสามัญอยู่ไม่น้อยเช่นกัน และแน่นอนว่าคนธรรมดาที่ไม่ได้บ่มเพาะตนนั้น ย่อมไม่สามารถเทียบเท่าผู้ที่บ่มเพาะได้อย่างแน่นอน ในสายตาของผู้ที่บ่มเพาะตนนั้น คนธรรมดาเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากมดเล็กๆตัวหนึ่งเท่านั้น! เหตุผลหนึ่งที่หลิงหยุนให้ความสำคัญในเรื่องของความแข็งแกร่งมาโดยตลอดนั้น ก็เพราะเข้าใจ และตระหนักในเรื่องนี้ได้อย่างลึกซึ้ง! เหตุใดนกอินทรีจึงรังเกียจที่จะเดินด้วยเท้า? นั่นก็เพราะมันรู้ดีว่าตนเองสามารถบินไปมาได้อย่างอิสระอยู่บนท้องฟ้า! หลิงหยุนรู้และเข้าใจดีว่า.. ภายใต้แผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่นี้ หากเขาไม่แข็งแกร่งพพอ เขาก็อาจถูกผู้อื่นสังหารได้ เพียงเพราะคนพวกนั้นอารมณ์ไม่ดี หรือว่าหงุดหงิด! ถูกต้อง..! ด้วยเหตุผลเพียงแค่ความหงุดหงิด หรืออารมณ์ไม่ดี! มันไม่ต่างจากเวลาที่เราหงุดหงิดแล้วต้องกินขนมขบเคี้ยว หรือขว้างปาสิ่งของ เตะสุนัข กระทืบมด หรือแม้แต่จับปลาทองในตู้ออกมาปาเล่น! ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ระบายอารมณ์กับผู้ที่อ่อนแอกว่า ผู้ที่อ่อนแอจึงมักจะกลายเป็นผู้ที่ต้องประสบกับความหายนะทั้งที่ไม่มีความผิดอะไร! หลิงหยุนไม่ต้องการให้ชะตาชีวิตของตนเองตกอยู่ในกำมือของคนอื่น เขาไม่ต้องการจบชีวิตเพียงเพราะแค่คนอื่นอารมณ์ไม่ดี แต่ตรงข้าม.. หลิงหยุนต้องการสร้างความสั่นสะเทือนให้กับโลกด้วยตัวของเขาเอง เขาต้องการให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายมองมาที่เขา และทำตามเขา หลิงหยุนต้องการให้ผู้อื่นเห็นถึงความตั้งใจของตนเอง หลิงหยุนต้องการเป็นผู้นำ และผู้ควบคุม ไม่ใช่ผู้เดินตาม! มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น จึงจะสามาถมีชีวิตที่เป็นอิสระ และมีความสุขที่แท้จริงได้! ดังนั้น.. หลิงหยุนจึงปรารถนาที่จะฝึกตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ! ขนาดโลกเล็กๆใบนี้ ยังมีหลายประเทศ หลายคน หลายภาษา จึงแทบไม่ต้องพูดถึงโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่านี้หลายเท่านัก! เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น หลิงหยุนได้เดินทางไปในที่ต่างๆมาหลายแห่งหน เขาจึงมีความสามารถในการเรียนรู้ และปรับตัวได้ค่อนข้างสูง!ดังนั้นเมื่อต้องมาอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินของประเทศจีนซึ่งตั้งอยู่บนโลกใบนี้ ประกอบกับความทรงจำเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตใจ บวกกับความช่างสังเกต ทำให้หลิงหยุนสามารถเรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับโลกใบใหม่ได้ค่อนข้างรวดเร็ว!ไม่เพียงเท่านั้น.. เมื่อมาถึงหลิงหยุนยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ แม้กระทั่งรัฐศาสตร์ เศรษศาสตร์ และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของประเทศนี้ด้วย ไม่เพียงหลิงหยุนจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับเมืองที่ทันสมัยนี้ได้ แต่ยังสามารอยู่ได้อย่างสะดวกสบายทั้งกาย และใจด้วยแต่ตอนนี้หลิงหยุนก็ได้มีเพื่อนร่วมชะตะกรรมเดียวกับเขาเพิ่มมาหนึ่งคนแล้ว ซึ่งก็คือไป๋เซียนเอ๋อนั่นเอง..แม้ว่าหลิงหยุนจะนับว่าเป็นผู้ที่มาจากต่างโลก แต่เขาก็ยังมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเหลืออยู่ และเป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวของเขาได้มากส่วนไป๋เซียนเอ๋อนั้นเป็นสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกลายร่าง นางจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในเมืองอีกสักระยะหนึ่งทีเดียวไป๋เซียนเอ๋อยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นางพยักหน้าและตอบหลิงหยุนไปว่า “เซียนเอ๋อเข้าใจค่ะพี่นายท่าน..”หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับแก้ไขให้อย่างระอา “นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเตือนเจ้า! เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่หลิงหยุน.. อย่าเรียกข้าว่านายท่านอีก!”ไป๋เซียนเอ๋อกรอกตาที่มีเสน่ห์นั้นไปมา ขนตายาวกระพริบถี่พร้อมกับพยักหน้าเก้อเขิน และแลบลิ้นออกมาอย่างน่าเอ็นดูในที่สุดเสียงเตือนต่างๆจากโทรศัพท์มือถือก็ดับลง หลิงหยุนเปิดข้อความออกอ่านเพียงสองสามข้อความ เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นที่จิงฉู เขาก็แต่รู้สึกโล่งใจและนี่ก็เป็นไปตามที่หลิงหยุนคาดหวังไว้ เขาได้วางแผนควบคุมทั้งด้านสว่าง และด้านมืดของเมืองจิงฉูไว้ทั้งเมืองได้แล้ว คนธรรมดาสามัญจึงยากที่จะทำอันตรายเขาได้อีกในเมืองจิงฉูตอนนี้มีทั้งยอดฝีมือถึงสามท่านคือ.. ท่านเสี่ยวหมอเทวดา ตู้กู่โม่ และหลงคุน ส่วนที่บ้านในอ่าวจิงฉูของเขาก็ยังมีน้าหญิงฉินตงเฉี่วยที่เก่งกาจอยู่อีกคน ตราบใดที่ผู้บุกรุกไม่ใช่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-4 ฉินตงเฉี่วยก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายอีกทั้งยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-4 นั้น ก็ใช่ว่าจะปรากฏตัวง่ายๆ!ดังนั้นหลิงหยุนจึงไม่รู้สึกกังวล และเป็นห่วงอะไรนักระหว่างที่อยู่บนเกาะเตียวหยูกับไป๋เซียนเอ๋อ เขาจึงสามารถมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับบททดสอบของสวรรค์ได้อย่างไร้กังวล!หลิงหยุนโทรหาหนิงหลิงยู่เป็นคนแรก เพื่อบอกกับเธอว่าเขากลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว อย่าได้เป็นกังวล!แต่หลิงหยุนพูดกับหนิงหลิงยู่ได้เพียงไม่กี่ประโยค ฉินตงเฉี่วยก็คว้าโทรศัพท์มือถือไปจากมือของหนิงหลิงยู่!แต่สิ่งที่ทำให้หลิงหยุนรู้สึกแปลกใจมากก็คือว่า.. เขาไม่ได้ยินน้ำเสียงที่มีร่องรอยของความโกรธ หรือไม่พอใจจากน้าหญิงของเขาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนมากเท่านั้น“เจ้าเด็กดื้อ.. เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไม๊?”“ข้าไม่เป็นไร.. ไม่ได้รับบาดเจ็บ วิญญาณยังไม่ออกจากร่าง..”“ถ้างั้นก็ดี.. เมื่อไหร่จะกลับบ้านล่ะ?”“ช้าสุดก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้เช้าก่อนเที่ยง..” หลิงหยุนประเมินเวลาคร่าวๆ