ตอนที่ 189
ตอนที่ 492
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 492 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 492 : มนุษย์กับปีศาจ! หลิงหยุนประคองร่างของหลงหวู่ไว้ และรีบพาไป๋เซียนเอ๋อขึ้นลิฟท์ไปที่ห้อง 1758 อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เข้าไปในห้องได้ หลิงหยุนก็รีบปิดประตู และจัดการคลายจุดให้กับหลงหวู่พร้อมกับประคองร่างของเธอไปที่เตียง หลิงหยุนเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และตื่นตระหนกของหลงหวู่ เขารู้ดีว่าหลงหวู่นั้นหวาดกลัวมากเพียงใด เพราะเขาเป็นคนประคองร่างของเธอขึ้นมาเอง เพียงแค่เดี๋ยวเดียว.. ร่างของหลงหวู่ก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น และเปียกชื้นเต็มเสื้อยืดไปหมด! ทันทีที่หลิงหยุนคลายจุดให้.. ด้วยสัญชาติญาณหลงหวู่กระโจนเข้าสู่อ้อมแขนของหลิงหยุนทันที มือทั้งสองข้างของเธอกอดหลิงหยุนไว้แน่น และไม่ยอมปล่อยอีกเลย! ดูเหมือนเธอจะหวาดกลัวมากจริงๆ! หลิงหยุนรู้ดีว่านี่เป็นปัญหาใหญ่.. ก่อนที่จะเดินทางไปยังเกาะเตียวหยูนั้น หลิงหยุนเองก็ต้องใช้เวลาในการอธิบายเรื่องนี้ให้ถังเมิ่ง และเสี่ยวเม่ยหนิงฟังอยู่นาน จนเขาเองก็เหน็ดเหนื่อย และเมื่อยปากมากกว่าที่จะทำให้ทั้งสองคนยอมรับความจริงเรื่องนี้ได้! แต่สำหรับคนอื่นๆ รวมทั้งหนิงหลิงยู่และฉินตงเฉี่วยนั้น หลิงหยุนตั้งใจที่จะบอกอย่างคลุมเครือ และอธิบายให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ถูกขัดขวางก่อนออกเดินทาง หลงหวู่เองก็เคยถามหลิงหยุนเช่นกันว่า เขาจะไปที่นั่นทำอะไร? และหลิงหยุนก็ตอบกลับไปเพียงแค่ว่าเขาจะไปฆ่าคน และไม่ได้พูดถึงเรื่องการกลายร่างของไป๋เซียนเอ๋อให้เธอรู้แม้แต่น้อย เขาออกเดินทางไปพร้อมกับสุนัขจิ้งจอกสีขาว แต่เมื่อกลับมาสุนัขจิ้งจอกกลับกลายร่างเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว หลงหวู่เองก็พอที่จะคาดเดาได้ เธอจึงได้มีอาการหวาดกลัวมากถึงเพียงนี้.. หลิงหยุนคงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว และคงต้องค่อยๆอธิบายให้เธอเข้าใจอย่างช้าๆ! หลิงหยุนโอบร่างของหลงหวู่ไว้พร้อมกับพูดยิ้มๆ “หลงหวู่.. ปกติคุณเป็นคนใจกล้านี่นา.. ทำไมตอนนี้ถึงได้กลัวขนาดนี้ล่ะ? นางดูไม่เหมือนคุณตรงใหน?” หลิงหยุนค่อยๆตะล่อมหลงหวู่ให้เข้าเรื่อง.. หลงหวู่ยังคงซุกอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน ตอนนี้ใบหน้าสวยงามของเธอก็ซีดจนขาว และไม่กล้าแม้แต่จะมองไป๋เซียนเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลิงหยุน สายตาของหลงหวู่จับจ้องอยู่เพียงแค่ลำตัวของหลิงหยุนเท่านั้น และตอบกลับไปว่า “แต่.. เธอ.. เธอไม่ใช่..” หลงหวู่อยากจะพูดออกมาว่าไป๋เซียนเอ๋อไม่ใช่มนุษย์! แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเช่นนั้น เพราะตำนานเรื่องเล่าสุนัขจิ้งจอกนั้นเป็นเรื่องที่นี่ขัน! หลิงหยุนสัมผัสได้ว่าหลงหวู่กอดเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และเหงื่อเย็นก็ไหลโชกจนเขาเองยังรู้สึกได้ เขานึกเสียดายที่ไม่มียันต์ปรับจิต ไม่เช่นนั้นรับรองว่าสภาพจิตใจของหลงหวู่จะสามารถกลับสู่สภาพปกติทันทียันต์ปรับจิตเป็นยันต์ระดับห้า ระดับกำลังภายในของหลิงหยุนยังไม่สามารถปลุกเสกได้ คงต้องรอให้เข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-9 เสียก่อนหลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจใช้วิธีอื่นในการอธิบาย..เขาโอบกอดหลงหวู่ไว้ จากนั้นจึงค่อยๆพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “นี่คุณคงรู้เดาว่าไป๋เซียนเอ๋อก็คือสุนัขจิ้งจอกที่ผมพาไปที่เกาะด้วยใช่ไม๊? คุณเดาได้ถูกต้องแล้วล่ะ!”“เอ่อ..” หลงหวู่ที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของหลิงหยุนด้วยความหวาดกลัว และมีอาการคล้ายว่าแทบจะทนไม่ได้นั้นเมื่อได้ยินหลิงหยุนยืนยันว่าไป๋เซียนเอ๋อก็คือเจ้าขาวปุยจริงๆ อีกทั้งความหวาดกลัวของหลงหวู่ก็ได้พุ่งขึ้นไปถึงขีดสุดแล้ว จึงไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนกับครั้งแรก..คนเราก็เป็นเช่นนี้.. แทบจะทุกคน ล้วนหวาดกลัวในสิ่งที่ตนเองคาดเดา แต่เมื่อรู้ความจริง กลับจะสามารถยอมรับได้ง่ายๆนั่นเพราะไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่..? ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ!เมื่อพบว่าร่างกายของหลงหวู่ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้างแล้ว หลิงหยุนก็เริ่มรู้สึกว่าหนทางของเขาเปิดแล้ว เขายิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลงหวู่.. คุณยังไม่รู้ว่าเจ้าขาวปุยไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกธรรมดา นางคือจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางซึ่งเป็นสัตว์เทพที่อาศัยอยู่ระหว่างโลกกับสวรรค์ ก่อนที่ผมจะออกเดินทางไปที่เกาะกลางทะเลนั้น หางที่สามของนางก็ได้งอกออกมาแล้ว..”“จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางนั้น เมื่อหางที่สามงอก มันจะสามารถกลายร่างเป็นคนได้ และที่ผมพาไปที่เกาะกลางทะเล ก็เพื่อให้นางกลายร่าง..”“อย่าคิดว่านี่เป็นแค่ตำนาน หรือนิยายปรัมปราเท่านั้น คุณก็เห็นกับตาแล้วว่าเซียนเอ๋อกลับมาพร้อมกับผมจริงๆ?”ความจริงมักเสียงดังเสมอ..! หลิงหยุนพูดเพียงไม่กี่คำ แต่กลับสามารถทำให้หลงหวู่รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมาก และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกี่ยวข้องกับทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศของหลิงหยุนด้วยระหว่างที่หลิงหยุนประคองร่างของหลงหวู่ขึ้นมาบนห้องนั้น ฝ่ามือของเขาแนบติดอยู่กับแผ่นหลังของหลงหวู่อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้พลังในร่างกายของหลิงหยุนนั้นมีอานุภาพมาก ระหว่างนั้นเขาจึงได้ถ่ายเทลมปราณลงไปในร่างของหลงหวู่เพื่อทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลง..อีกทั้งในระหว่างที่อธิบายให้หลงหวู่ฟังนั้น หลิงหยุนก็ได้ใช้มังกรคำรามที่มีผลโดยตรงต่อจิตใจของผู้ฟัง แม้ว่าเสียงของเขาจะไม่ดังนัก แต่ก็มีพลังทำให้จิตใจของหลงหวู่สงบลง และค่อยๆผ่อนคลายอย่างช้าๆแม้หลงหวู่จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง แต่ยังคงมีอาการหวาดกลัวอยู่ จึงได้แต่รำพึงรำพันออกไปว่า“นางไปใหนแล้ว.. นางไม่ใช่ปีศาจใช่ไม๊?”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับถามขึ้นว่า “ทุกชีวิตมีเส้นทางชีวิตในแบบของตนเอง ในสายตาของมนุษย์อย่างพวกเรา สิ่งมีชีวิตอื่นล้วนต้องเป็นปีศาจอย่างนั้นเหรอ?”หลิงหยุนตอบหลงหวู่กลับไป และเธอก็ถึงกับอึ้งไปกับคำตอบของหลิงหยุน หลงหวู่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นเธอเองก็เป็นถึงบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และชื่นชอบภาพยนตร์แนวไซ-ไฟเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Resident Evil หรือ Zombie Wars ล้วนเป็นภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ