ตอนที่ 213
ตอนที่ 516
October 22, 2026
บทที่ 516: หัวใจหวั่นไหว! หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี สมาชิกในครอบครัวทั้งสามคนต่างก็นั่งหัวเราะกันอย่างมีความสุขอยู่ในห้องรับแขก ช่างเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นยิ่งนัก พระอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก.. “แย่แล้ว..” จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมา ฉินตงเฉี่วยลุกขึ้นอย่างรีบร้อน นางกระทืบเท้าเล็กๆ ลงบนพื้นพร้อมกับร้องอุทานเสียงดังออกมา “ข้ามัวแต่คุยจนลืมกินข้าวเลย..” ฉินตงเฉี่วยทำหน้าตาตกอกตกใจพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนนิ่ง และตำหนิเขาว่า “เพราะเจ้าคนเดียว ทำให้ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย!” พูดจบนางก็ไม่สนใจสองพี่น้องที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นอีก และรีบพุ่งเข้าไปยังห้องครัวทันที “พี่ใหญ่.. น้าหญิงเป็นห่วงพี่มากเลยรู้มั๊ย? ระหว่างที่พี่ไม่อยู่น้าหญิงก็หัดทำอาหาร พอรู้ว่าพี่จะกลับมาถึงบ้านตอนเที่ยง น้าหญิงก็วุ่นอยู่ในครัวตั้งแต่เช้า แล้วยังไม่ยอมให้ฉันเข้าไปช่วยด้วยนะ..” หนิงหลิงยู่เห็นฉินตงเฉี่วยพุ่งเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว จึงได้แต่แอบกระซิบให้หลิงหยุนฟัง ฉินตงเฉี่วยที่อยู่ในห้องครั้วนั้นได้ยินคำพูดของหนิงหลิงยู่อย่างชัดเจน ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ยังคอยเงี่ยหูฟังคำตอบของหลิงหยุน แต่หลิงหยุนกลับไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้านิดหน่อยเท่านั้น.. ……… “อาหารพร้อมแล้วค่ะ..” หนิงหลิงยู่เดินส่งเสียงร้องออกมาจากห้องครัว อาหารถูกนำมาเสริฟบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว มีทั้งเป็ด ไก่ ปลา และอาหารทะเลอีกมากมาย บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร ทั้งสามคนนั่งลงเตรียมตัวรับประทานอาหาร แต่เพียงแค่หลิงหยุนหยิบตะเกียบขึ้นมาเท่านั้น ฉินตงเฉี่วยที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลิงหยุนก็พูดขึ้นมาว่า “เจ้าเด็กดื้อ.. ข้าขอเตือนเจ้าก่อนนะ ห้ามบอกว่าอาหารที่ข้าทำไม่อร่อย!” “อาหารที่ท่านทำจะไม่อร่อยได้อย่างไรกัน? ต้องอร่อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว..” ดวงตาคู่สวยของหลิงหยุนจ้องลึกลงไปในดวงตาของฉินตงเฉี่วย แต่นางกลับไม่กล้ามองตาหลิงหยุน และมีท่าทางลนลานอย่างเห็นได้ชัด และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ฉินตงเฉี่วยเองก็ไม่รู้เช่นกัน นางเริ่มหวาดหวั่นกับความรู้สึกเช่นนี้ คล้ายกับเป็นความสุข และความรู้สึกที่นางรอคอย แต่ก็บีบคั้นหัวใจ และยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ แล้วทั้งสามคนเริ่มรับประทานอาหาร หลิงหยุนยกตะเกียบคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นใหญ่เข้าปากทันที‘ใส่น้ำตาลมากจนหวานเกินไป!’แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีจุดอ่อน และจุดแข็งของตนเอง!หลิงหยุนถึงกับแอบถอนหายใจอยู่เงียบๆ ในเรื่องของการฝึกวรยุทธนั้น ฉินตงเฉี่วยนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ดีเลิศคนหนึ่ง แต่ในเรื่องของการทำอาหารนั้น แทบจะไม่ต้องพูดถึง..“รสชาติอาหารเป็นอย่างไรบ้าง?!”ฉินตงเฉี่วยถือตะเกียบไว้ในมือพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนที่เคี้ยวตุ้ยๆ และกำลังกลืนอาหารลงท้องไปด้วยสีหน้าที่มีความสุขอย่างมาก..“สุดยอดไปเลย..! อาหารที่ท่านทำอร่อยมากจริงๆ เป็นรสชาติที่ถูกปากข้ามาก..” หลิงหยุนตอบไปเช่นนั้น แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง“เจ้าพูดจริงหรือ?!”ฉินตงเฉี่วยหน้าตาเบิกบานมีความสุขขึ้นมาทันที แล้วนางก็รีบคีบไก่วางลงไปบนจานของหลิงหยุนอีกหนึ่งชิ้นหลิงหยุนกัดไปหนึ่งคำ.. และครั้งนี้ดูเหมือนจะใส่เกลือมากไปหน่อย!แต่หลิงหยุนก็ยังคงเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย แล้วกลืนลงท้องไปราวกับไม่มีอะไร“อร่อยมากจริงๆ! น้าหญิง.. กับข้าวที่ท่านทำอร่อยทุกอย่างเลย ข้ากำลังหิวพอดี คงต้องกินให้มากหน่อย..”หลิงหยุนร้องอุทานราวกับกำลังได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ และเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวความจริงแล้วอาหารที่ฉินตงเฉี่วยทำนั้นรสชาติแย่มาก แต่หลิงหยุนรู้ดีว่าฉินตงเฉี่วยนั้นทำด้วยใจ เขาจึงทานมากกว่าปกติ และทำท่าทางราวกับว่ามันเอร็ดอร่อยอย่างมาก“นี่.. เจ้ากินให้ช้าหน่อย! ระวังจะติดคอล่ะ..”ฉินตงเฉี่วยจ้องมองหลิงหยุนที่คราบอาหารเลอะเทอะเต็มปาก แต่ในใจก็นึกพอใจอย่างมาก นางลุกขึ้นไปนั่งด้านข้างหลิงหยุน และจัดการเช็ดปากให้กับเขาอย่างอ่อนโยนหนิงหลิงยู่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง.. เพราะเธอเป็นคนสอนฉินตงเฉี่วยทำอาหารด้วยตัวเอง และเคยลิ้มลองรสชาติอาหารฝีมือของนางดูแล้ว ดังนั้นท่าทางของหลิงหยุนในเวลานี้ จึงทำให้หนิงหลิงยู่ค่อนข้างงุนงงและสับสนอย่างมาก จนอดคิดไม่ได้ว่าฝีมือการทำอาหารของน้าหญิงจะพัฒนาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?หนิงหลิงยู่จึงหยิบตะเกียบคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก แล้วเธอก็รีบกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองหลิงหยุนด้วยความรู้สึกสงสาร..‘พี่ใหญ่ช่างน่าทึ่งจริงๆ!’หนิงหลิงยู่แอบชื่นชมหลิงหยุนอยู่ในใจเงียบๆอาหารทุกอย่างรสชาติแย่ไม่ต่างกัน แต่หลิงหยุนกลับกินจนอิ่มแปล้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “น้าหญิง.. ข้ากินจนจุกเลย..”“มาๆ มาเช็ดปากก่อน..” ฉินตงเฉี่วยรีบส่งกระดาษเช็ดปากในมือให้กับหลิงหยุนระหว่างที่ฉินตงเฉี่วยดูแลเอาใจใส่หลิงหยุนอยู่นั้น นางก็แอบสังเกตุเห็นจานของหนิงหลิงยู่ยังคงมีผักสองสามชิ้นวางอยู่ สีหน้าของหนิงหลิงยู่นั้นเคร่งเครียดราวกับคนที่กำลังต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่อยู่