ตอนที่ 214
ตอนที่ 517
October 22, 2026
บทที่ 517: ยังไม่แข็งแกร่งพอ! ใบหน้าของฉินตงเฉี่วยแดงก่ำ เรือนร่างสวยงามที่สั่นเทิ้มนั้นหันหลังกลับไปทันที และกำลังจะเดินจากไป “น้าหญิง..” หลิงหยุนเอ่ยปากเรียกโดยไม่หันกลับไปมอง “อะไรของเจ้าอีกล่ะ..?” ฉินตงเฉี่วยหันกลับมาถามห้วนๆ “ท่านรู้จักอารามจิ้งซินหรือไม่? แล้วอยู่ที่ใด?” หลิงหยุนถามขึ้นในที่สุด แม้จะรู้ดีว่าคำถามเช่นนี้เป็นการทำลายบรรยากาศที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่หลิงหยุนก็จำเป็นต้องถาม เพราะเขาต้องการไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิงกลับมา ฉินตงเฉี่วยรู้ดีว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงได้ถามถึงอารามจิ้งซิน ในใจของนางรู้สึกเสียดแทงราวกับถูกมีดแทง และแววตาเขินอายเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจขึ้นมาทันที “ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว! อารามจิ้งซินอยู่บนเขาชิงเฉิงในมณฑลเสฉวน..” แต่ถึงแม้จะไม่พอใจ ฉินตงเฉี่วยก็ยังคงตอบหลิงหยุนไป ทันทีที่ได้ฟัง ลูกนัยน์ตาของหลิงหยุนถึงกับสั่น เนตรหยินหยางของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำและขาววูบหนึ่งจึงค่อยๆดับลง “น้าหญิง.. ท่านคิดว่าอารามจิ้งซินจะส่งลูกศิษย์ไปร่วมงานชุมนุมปราบพรรคมารในเดือนหน้าด้วยหรือไม่?” หลิงหยุนถามขึ้นทันที แม้ว่าหลิงหยุนจะยืนหันหลังให้.. แต่ปฏิกิริยา และท่าทางทุกอิริยาบทของฉินตงเฉี่วยนั้น เขากลับเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยจิตหยั่งรู้ แต่เขาก็จำเป็นต้องถาม เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิง ฉินตงเฉี่วยเม้มริมฝีปากรูปงามเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเบาว่า “อารามจิ้งซินเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียง พวกเขาจะต้องส่งคนไปร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน!” ริมฝีปากของหลิงหยุนแสยะออกเป็นรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็น ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย.. ฉินตงเฉี่วยที่กำลังจะก้าวเดินจากไปนั้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนและครุ่นคิด แล้วจู่ๆก็ถามขึ้นมาว่า “หลิงหยุน.. เจ้าบอกความจริงข้ามา กำลังภายในของเจ้าตอนนี้อยู่ขั้นใหนกันแน่?” หลิงหยุนที่กำลังภาวนาอยู่ในใจเงียบๆ ได้แต่ส่ายหัวไปมาช้าๆ พร้อมกับตอบไปว่า “น้าหญิง.. ข้าฝึกฝนด้วยตนเอง เรื่องลำดับขั้นอะไรพวกนั้น.. ข้าไม่รู้และไม่เข้าใจจริงๆ ข้ารู้เพียงว่า.. ข้าสามารถสังหารหลิวซุ่ยเฟิงได้ภายในสามกระบวนท่า!” “ห๊ะ.. นี่เจ้ามั่นใจว่าจะสามารถสังหารหลิวซุ่ยเฟิงได้ภายในสามกระบวนท่างั้นรึ?” ฉินตงเฉี่วยร้องถามออกมาอย่างตกใจ ริมฝีปากสวยงามยั่วยวนของนางอ้าออกกว้างด้วยความตกตะลึง!หลิวซุ่ยเฟิงนั้นเป็นหนึ่งในสิบอันดับศิษย์ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมของสำนักดาบสวรรค์ ตอนนี้เขายังอายุไม่ถึงสามสิบ แต่กลับสามารถฝึกฝนจนเข้าสามารถเข้าสู่ระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-5 ได้แล้วแต่ตอนนี้.. หลิงหยุนกลับบอกว่าเขานั้นสามารถ..เช่นนี้ย่อมหมายความว่ากำลังภายในของหลิงหยุนนั้น อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นเซียงเทียน-6 แล้วสิ!ฉินตงเฉี่วยที่ตอนนี้อยู่ในระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-3 และเข้าใกล้ที่จะผ่านเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4 ได้ตลอดเวลา แต่เพราะหลายวันมานี้นางมัวแต่เป็นห่วงหลิงหยุนจนไม่มีกะจิตกะใจที่จะฝึกฝนฉินตงเฉี่วยมาจากตระกูลสามัญชน และนางก็นับว่าเป็นทายาทของตระกูลที่มีพรสวรรค์ในด้านการฝึกกำลังภายในและวรยุทธ แต่ก็ต้องยอมรับว่าฝีมือของนั้นด้อยกว่าหลิวซุ่ยเฟิงซึ่งมาจากตระกูลจอมยุทธเก่าแก่แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉินตงเฉี่วยจะไม่เก่งพอ หรือว่ายังฝึกฝนไม่หนักพอ สาเหตุที่นางด้อยกว่าหลิวซุ่ยเฟิงนั้น เหตุผลหลักก็คือเรื่องของปัจจัยในการฝึก ซึ่งไม่ต่างจากคนจนและคนรวยนั่นเองหลังจากที่เกิดเหตุการณ์กับฉินจิวยื่อแล้ว ตระกูลฉินก็ค่อยๆเสื่อมถอยลงไปตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา และด้วยมรดกของตระกูลฉิน จึงทำให้ปัจจัยในการฝึกฝนไม่อาจเทียบเท่าตระกูลจอมยุทธที่เก่าแก่อย่างตระกูลหลิวได้ เรียกได้ว่าเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าฉินตงเฉี่วยจะเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของตนเองอย่างมาก และทุ่มเทชีวิตทั้งหมดให้กับการฝึกวรยุทธแล้ว ก็ยังนับว่ายากเย็นแสนเข็ญมาก กว่าที่นางจะฝึกจนเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-3 ได้ แต่ในขณะที่หลิวซุ่ยเฟิงกลับรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับนางชีวิตของฉินตงเฉี่วยที่ผ่านมามีเพียงเรื่องการฝึกกำลังภายใน และการฝึกวรยุทธเท่านั้น จุดประสงค์ที่นางอุทิศชีวิตให้กับการฝึกฝนนั้น ก็เพื่อปกป้องครอบครัว และตระกูลของตนเองจากการถูกตระกูลอื่นๆที่แข็งแกร่งกว่ารุกรานส่วนอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ.. ความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวงจากความผิดพลาดเมื่อสิบแปดปีที่แล้วของพี่สาวนาง – ฉินจิวยื่อ ด้วยนิสัยของฉินตงเฉี่วย.. นางจึงคิดเรื่องแก้แค้นให้กับพี่สาว และตระกูลฉินมาโดยตลอด ดังนั้นนางจึงยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และทุ่มเทให้กับการฝึกฝน และพัฒนาความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง!ฉินตงเฉี่วยนั้นนับว่าเป็นผู้ฝึกฝนที่มีพรสวรรค์อย่างมากคนหนึ่ง ความก้าวหน้าที่รวดเร็วของนางนั้นเรียกได้ว่าเร็วจนถึงกับต้องอ้าปากค้าง และต่างเป็นที่รู้กันในสำนักดาบสวรรค์ว่านางเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างมากคนหนึ่งตัวของฉินตงเฉี่วยเองก็นับว่าเป็นผู้ฝึกบ่มเพาะที่มีพรสวรรค์อย่างมากคนหนึ่ง ความรวดเร็วในการก้าวหน้านั้นเร็วจนถึงกับต้องอ้าปากค้าง และนางก็เป็นที่รู้กันในหมู่บ้านดาบสวรรค์ว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างมากคนหนึ่งแต่ฉินตงเฉี่วยกลับคิดไม่ถึงว่า เพียงแค่เกือบหนึ่งเดือนที่หลิงหยุนไม่อยู่ เขาจะก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ แม้แต่ฉินตงเฉี่วยเองก็ไม่เคยพบเห็นใครที่เป็นเหมือนหลิงหยุนมาก่อนหลิงหยุนนั้นนับว่าอยู่เหนือบรรดาผู้เป็นเลิศด้านนี้ทุกคน จากที่ฉินตงเฉี่วยได้พบเห็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนมามากมาย หากนำมาเทียบกับหลิงหยุนแล้ว คนเหล่านั้นกลับไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปเท่านั้นเอง!แต่เมื่อฉินตงเฉี่วยได้ยินหลิงหยุนเอ่ยชื่ออารามจิ้งซินขึ้นมา นางก็นึกเป็นห่วงหลิงหยุน เพราะรู้ดีว่าศิษย์ของอารามจิ้งซินหลายคนได้เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 แล้ว หรือไม่ก็อาจเหนือกว่านั้น หากหลิงหยุนไปที่นั่นในเวลานี้ คงยากที่จะรอดกลับออกมาได้“หลิงหยุน.. ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี และรู้ว่าเจ้าเก่งและแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด! แต่หากเจ้าต้องการไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิง ข้าขอบอกว่า.. ด้วยความสามารถของเจ้าในเวลานี้ ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้!”แม้ว่าฉินตงเฉี่วยจะตกใจกับความก้าวหน้าที่รวดเร็วอย่างน่ากลัวของหลิงหยุน แต่นางก็เป็นห่วงความปลอดภัยของหลิงหยุนมากเช่นกันหลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มบางๆ และตอบไปว่า “ขอบคุณน้าหญิงที่เป็นห่วง! ข้ารู้ดีว่าตัวเองยังแข็งแกร่งไม่เพียงพอ แต่ข้าจะตั้งใจฝึกให้หนัก..”