ตอนที่ 215
ตอนที่ 518
October 22, 2026
บทที่ 518: สอนกระบี่นวะสังหารให้กับฉินตงเฉี่วย! “พี่ใหญ่.. พี่จะสอนวรยุทธให้ฉันจริงๆเหรอคะ?” หนิงหลิงยู่ดีอกดีใจที่หลิงหยุนกลับมาถึงบ้านก็บอกว่าจะสอนวรยุทธให้กับตนเอง เธอดีอกดีใจและตื่นเต้นจนหน้าแดง เพราะเมื่อครู่เธอเองก็เพิ่งจะอิจฉาฉินตงเฉี่วยที่หายออกไปจากบ้านด้วยกับหลิงหยุนสองต่อสอง.. “จริงสิ.. ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกายหรือจิตใจ เธอก็พร้อมทั้งหมดแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับเธอที่จะฝึกวรยุทธที่สุด พี่จะสอนให้เธอเอง! ฉินตงเฉี่วยที่กลับมาถึงบ้านตั้งแต่บ่ายนั้น ก็พบว่านางเองก็ไม่สามารถละสายตาจาหลิงหยุนได้.. หลิงหยุนไม่พูดพร่ำเพรื่ออีก.. เขาสั่งให้หนิงหลิงยู่ไปหยิบกระดาษกับปากกามาให้ จากนั้นก็ลงมือเขียนเคล็ดวิชาดาราคุ้มกาย และวิชาคลื่นคงคาลงไปในกระดาษ เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ส่งให้หนิงหลิงยู่ เพื่อสร้างร่างซึ่งเป็นกายอัปสรนี้ให้กับหนิงหลิงยู่ หลิงหยุนต้องใช้เวลาไปกว่าห้าชั่วโมงในการถ่ายเทพลังอมตะจำนวนมาหาศาเข้าไปในร่างของเธอ “หลิงยู่.. ท่องเคล็ดวิชาพวกนี้ให้ขึ้นใจ และจำไว้ว่าเพียงแค่ท่องเท่านั้น อย่าด่วนฝึกฝน ต้องรอจนกว่าพี่ใหญ่จะเป็นผู้สอนให้เท่านั้น..” หลิงหยุนบอก+ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย หนิงหลิงยู่ยื่นสองมือออกไปรับกระดาษสองสามแผ่นที่หลิงหยุนส่งให้ และบรรจงถือไว้ราวกับได้สมบัติล้ำค่ามาครอบครอง.. แต่จะว่าไปแล้ว.. กระดาษสองสามแผ่นนั้นก็นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ เพราะมันคือเคล็ดวิชาคลื่นคงคาที่ไม่ได้ด้วยไปกว่าวิชาพลังลับหยินหยางเลยแม้แต่น้อย ร่างของหนิงหลิงยู่นั้นเป็นกายอัปสร ซึ่งเป็นร่างมีคุณสมบัติหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุน้ำกับไม้ หลิงหยุนจึงต้องการถ่ายทอดวิชาคลื่นคงคาที่เขาเห็นว่าเหมาะสมกับหนิงหลิงยู่ให้ “จำไว้ว่าต้องท่องทุกคำให้ขึ้นใจ ท่องทีละคำจนกว่าจะจำได้หมด แล้วพี่ใหญ่จะเป็นคนทดสอบเธอด้วยตัวเอง.. เข้าใจใช่มั๊ย?” หลิงหยุนย้ำหนิงหลิงยู่ด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง สีหน้าของหนิงหลิงยูเปี่ยมไปด้วยความสุข หลิงหยุนจึงหันไปยิ้มให้ฉินตงเฉี่วยพร้อมกับถามขึ้นว่า “น้าหญิงท่านหิวหรือยัง? ถ้าหิวแล้ว.. ข้าจะไปทำอาหารให้ท่านทาน?” ฉินตงเฉี่วยไม่ได้ทานอาหารเที่ยง และตอนนี้ก็เริ่มหิวมากแล้ว และยิ่งนึกถึงรสชาติอาหารที่แสนอร่อยของหลิงหยุน นางก็ได้แต่กลืนน้ำลายแล้วพูดเร่งเร้าหลิงหยุน “นี่เจ้ายังจะรออะไรอยู่อีก? รีบไปทำอาหารให้ข้ากินได้แล้ว! จริงด้วยสิหลิงยู่.. เจ้าเองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงนี่..” “ข้าจะไปทำเดี๋ยวนี้แล้ว..” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเดินตัวปลิวเข้าไปในห้องครัว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ภายในบ้านเลขที่-9 ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณแน่นอนว่าหลิงหยุนต้องผสมน้ำลายมังกร โสม และสมบัติล้ำค่าอื่นๆอีก ทันทีที่อาหารเสร็จเรียบร้อย หนิงหลิงยู่ที่กำลังสนอกสนใจกับเรื่องวรยุทธ ก็รีบลุกขึ้นและหมดความสนใจในทันทีทั้งสามคนนั่งลงรับประทานอาหารเย็นที่แสนอร่อยกันอย่างมีความสุข หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว และด้วยฤทธิ์ของน้ำลายมังกรกับโสมที่กินเข้าไป ทำให้ฉินตงเฉี่วยรู้สึกว่าตนเองจะสามารถผ่านเข้าสู่ขั้นต่อไปได้แล้ว นางจึงรีบบอกหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่ว่าจะกลับไปที่ห้องนอนดังเช่นปกติแต่หลิงหยุนกลับร้องบอกให้ฉินตงเฉี่วยรอเขาสักครู่ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหยิบถ้วยใบใหญ่ออกมา และรีบจัดการรินน้ำลายมังกรลงไปจนเต็มถ้วยแล้วยื่นให้กับนางน้ำลายมังกรตรงหน้านั้นเป็นสีใสราวกลับผลึกแก้ว กลิ่นหอมที่น่าดึงดูดนั้นทำให้ฉินตงเฉี่วยที่แม้จะอิ่มมากแล้ว ก็ยังยากที่จะปฏิเสธได้“น้าหญิง.. นี่เป็นน้ำลายมังกร ท่านดื่มเข้าไปให้หมดแล้วรีบกลับไปฝึก มันจะช่วยให้การฝึกฝนของท่านรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะคาดคิดเชียวล่ะ!”แต่จู่ๆ น้ำตาของฉินตงเฉี่วยก็ไหลพราก และร่างบอบบางของนางก็สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง..ฉินตงเฉี่วยเริ่มฝึกฝนวรุยทธเกือบจะเรียกได้ว่าตั้งแต่อยู่ในท้องมารดาด้วยซ้ำไป แต่เพราะนางขาดแคลนโอสถที่จะช่วยในการฝึกฝน ทำให้ที่ผ่านมานางต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักด้วยตนเอง เพื่อที่จะทำให้ตนเองสามารถก้าวหน้าทัดเทียมศิษย์พี่น้องคนอื่นๆที่มีโอสถเพิ่มความแข็งแกร่งดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา.. นางจึงรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาถึงขั้นฝึกไปพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย..แต่ตอนนี้หลิงหยุนกลับมอบน้ำลายมังกรให้กับนางซึ่งนับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ฉินตงเฉี่วยตื่นเต้น และตื้นตันได้อย่างไรกัน?หลิงหยุนเห็นแล้วถึงกับถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “น้าหญิง.. ท่านเป็นอะไร..?!”ฉินตงเฉี่วยถอนหายใจน้ำตาเอ่อ.. นางประคองถ้วยที่ใส่น้ำลายมังกรไว้สองมือ และยกขึ้นดื่มโดยไม่ให้หกแม้แต่หยดเดียวหลิงหยุนได้แต่ส่ายหน้า ที่จู่ๆอารมณ์ของน้าหญิงก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน เมื่อครู่นางยังตื่นเต้นดีใจกับน้ำลายมังกรอยู่เลย แต่แล้วจู่ๆกลับร้องไห้ หลิงหยุนไม่เข้าใจว่าน้ำลายมังกรถ้วยใหญ่นี้มีความหมายต่อหญิงสาวเช่นฉินตงเฉี่วยอย่างไร?สองชั่วโมงต่อมา.. ฉินตงเฉี่วยก็สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4 ได้ และเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-4 ได้ในเวลาถัดมาทันที..ฉินตงเฉี่วยใกล้จะเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-5 ได้ด้วยซ้ำไป แต่นางรู้สึกว่านั่นจะเป็นการก้าวหน้าที่ก้าวกระโดดจนเกินไป และอาจเป็นผลเสียต่อความเสถียรของกำลังภายในในระดับย่อยๆของนางได้ นางจึงยังไม่รีบร้อนที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไปเร็วนักฉินตงเฉี่วยต้องการความเสถียรในแต่ละระดับมากกว่าขั้นที่สูง และสัมผัสได้ว่าตอนนี้พลังชี่ในร่างกายของนางนั้นมีมากขึ้นเป็นสองเท่าหลังจากฝึกฝนเสร็จแล้ว.. ฉินตงเฉี่วยก็เดินออกมาจากห้องนอนของตนเอง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง นางเห็นร่างสูงใหญ่ของหลิงหยุนที่ยืนอยู่ลานหน้าบ้าน กำลังดูดซับเอาพลังจันทรา และพลังดาราอีกนับล้านๆดวงเข้าไป“สวรรค์.. นั่นมัน..”ฉินตงเฉี่วยเดินออกไปนอกบ้าน และจู่ๆ ก็เห็นแสงสีเหลืองนวลของพระจันทร์ทอดลงมาราวกับสายน้ำตก และร่างของหลิงหยุนก็ถูกครอบไว้ด้วยแสงสว่างพวกนั้น