ตอนที่ 225
ตอนที่ 528
October 22, 2026
บทที่ 528 : ไร้เหตุผลสิ้นดี! ด้วยคำสั่งของผู้อำนวยการหน่วยรักษาความมั่นคงเขตจิงฉี หัวหน้าจ้าวมีสีหน้า แววตา และท่าทางเคร่งขรึมขึ้นมาทันที หลังจากรับคำสั่งแล้ว เขาจึงรีบวิ่งตรงไปยังภัตตาคารจิงฉูพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกห้านาย ถังเทียนห่าวมาที่หน่วยงานย่อยของสำนักงานรักษาความมั่นคงในเขตจิงฉีนี้เพื่อตรวจงาน หลิวจินไล๋จึงมีหน้าที่รับผิดชอบในความปลอดภัยของถังเทียนห่าว ดังนั้นจึงต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธเฝ้าระวังความปลอดภัยอยู่รอบตัว แต่ในเวลานี้มีนักท่องเที่ยวอยู่ริมทะเลสาบเต็มไปหมด ตำรวจทุกนายจึงไม่แสดงตัวให้รู้ว่ามีอาวุธปืนติดตัวมาด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการแตกตื่น ทุกคนจึงวิ่งไปยังภัตตาคารโดยที่ยังไม่ชักอาวุธออกมา และพร้อมที่จะขึ้นไปยังชั้นหกเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำความผิด แต่ถึงกระนั้นตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะชักปืนออกมาได้ก็ต่อเมื่อผู้ร้ายต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่เท่านั้น ถังเทียนห่าวยังคงนิ่งเฉย และไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบและเย็นชา ปล่อยให้หลิวจินไล๋จัดการทุกอย่าง และตอนนี้สมองของเขาก็กำลังทำงานอย่างหนักด้วยการวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ‘ที่ผ่านมาเมืองจิงฉูก็สงบสุขดีนี่นา.. ทำไมจู่ๆถึงได้มีคนทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ จางเติงเกอเองก็เป็นพวกนักเลงเจ้าถิ่นที่ชอบข่มเหงคนอื่นไปทั่ว นี่คงจะต้องไปสะดุดตอที่ใหนเข้าอย่างแน่นอน!’ ถังเทียนห่าวสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ก็เลือกที่จะเงียบ และไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาได้แต่รอดูว่าความจริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? “ผู้อำนวยการหลิว.. คุณรีบพาคนของคุณสองคนขึ้นไปสอบถามเรื่องราวให้ชัดเจนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แล้วจำไว้ว่าอย่าสั่งให้คนของคุณยิงโดยเด็ดขาด..” ถังเทียนห่าวหันไปสั่งหลิวจินไล๋ที่ตอนนี้โมโหจนแทบคลั่ง! “ผู้อำนวยการถังครับ.. ยังจะต้องสอบถามอะไรอีก? ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันกล้าโยนคนลงมาจากชั้นหกแบบนั้น แสดงให้เห็นว่ามันเห็นชีวิตของคนอื่นเป็นผักปลา การกระทำแบบนี้เข้าข่ายเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน!” หลิวจินไล๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก สีหน้าของเขาตอนนี้ดูช่างน่าขันสิ้นดี! ถังเทียนห่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้คำพูดของหลิวจินไล๋ดูจะไม่ผิดนัก แต่เขาก็พูดความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะความจริงคนที่ถูกโยนลงมาจากชั้นหกก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต! “คุณไม่เคยได้ยินบ้างหรือยังไง..? ตบมือข้างเดียวไม่ดัง! ไปตรวจสอบสถานการณ์ให้แน่ใจก่อนจะดีกว่า..” ตอนนี้หลัวจ้งก็ได้พ้นจากตำแหน่ง และตกอับอย่างที่สุด หากใครยังเลือกที่จะยืนอยู่ข้างรองนายเทศมนตรี – เสียเจิ้นติง ก็คงต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหน่อย แต่ถึงกระนั้น.. พี่ใหญ่อย่างเสียเจิ้นติงก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีอำนาจอิทธิพลหยั่งรากค่อนข้างลึก เพราะแม้แต่หลี่ยี่เฟิง และถังเทียนห่าว ยังไม่สามารถดึงเขาให้ตกลงมาได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆนี้ ภรรยาของเสียเจิ้นติง – จางหลาน ก็เป็นถึงคนใหญ่คนโตของโรงพยาบาลประจำเจียงหนาน และมีภูมิหลังที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และด้วยอำนาจอิทธิพลที่หยั่งรากค่อนข้างลึกนี้ ทำให้เมื่อหลี่ยี่เฟิง และถังเทียนห่าวตกต่ำ เสียเจิ้นเหยินซึ่งเป็นลูกชายของเขา จึงผยองถึงขั้นกล้าทำร้ายร่างกายถังเมิ่งจนศรีษะแตก และกระดูกหัก! และด้วยนิสัยเลือดร้อนของถังเทียนห่าว เมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถูกทำร้ายปางตายเช่นนั้น มีหรือที่เขาจะไม่ตั้งใจแก้แค้นให้กับถังเมิ่ง แต่หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับหลี่ยี่เฟิงอย่างถี่ถ้วนแล้ว ถังเทียนห่าวจึงสามารถคลายความเคียดแค้นลงได้บ้าง..จนถึงตอนนี้ ถังเทียนห่าวยังแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้หากต้องพบเจอกับเสียเจิ้นติงในเรื่องของการงานบ้าง ถังเทียนห่าวก็ยังสามารถพูดคุย และทักทายเสียเจิ้นติงได้โดยที่ไม่ทวงถามเรื่องนี้หลี่ยี่เฟิงได้เตือนเขาไวว่า ‘แก้แค้นอีกสิบปีก็ยังไม่สาย’ อีกทั้งตอนนี้ถังเมิ่งเองก็ได้หลิงหยุนรักษาอาการบาดเจ็บให้จนหายดีภายในเวลาแค่สองสามวัน และตอนนี้ร่างกายของถังเมิ่งกลับแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมากหลายเท่ายิ่งไปกว่านั้น ถังเมิ่งเองก็ได้บอกกับถังเทียนห่าวว่า ความแค้นครั้งนี้เขาจะเป็นคนชำระเอง ไม่จำเป็นต้องให้ถังเทียนห่าวออกหน้า!ลูกชายของตัวเองปลอดภัยดีแล้ว ส่วนลูกชายของศัตรูกลับยังต้องคอยหลบซ่อนตัว ถังเทียนห่าวเพียงแค่ต้องอดทนรอคอยโอกาสที่จะมาถึงอย่างใจเย็นที่สุดเท่านั้น!ทั้งถังเทียนห่าว และถังเมิ่งต่างก็รู้ดีว่า เหตุผลที่เสียเจิ้นเหยินต้องหนีไปหลบซ่อนตัวนั้น ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวการแก้แค้นจากถังเมิ่ง แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่มีต่อหลิงหยุนต่างหาก!และตราบใดที่มีหลิงหยุนอยู่ ถังเทียนห่าวก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น!จางเติงเกอเป็นหลานชายของจางหลาน แม้ว่าจะไม่ใช่ญาติที่สนิทชิดเชื้อ แต่ก็นับว่าเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ดังนั้นการที่ใครสักคนกล้าทำกับจางเติงเกอถึงขนาดนี้ ถังเทียนห่าวจึงพอคาดเดาได้อย่างมั่นใจว่า จางเติงเกอคงต้องไปทำอะไรโง่ๆ จนเจอดีเข้านั่นเองส่วนหลิวจินไล๋นั้นยิ่งรู้ดีแก่ใจมากกว่าใครๆ เขาแอบมองถังเทียนห่าวพร้อมกับนึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ และได้แต่คิดอยู่ในใจว่า เขาคงต้องขึ้นไปดูเหตุการณ์ด้วยตัวเอง หากเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลอย่างไร ก็จะได้เตรียมหาวิธีรับมือ!“ผู้อำนวยการถัง.. ถ้าอย่างนั้น.. ผมก็จะขึ้นไปดูเดี๋ยวนี้?” หลิวจินไล๋ตอบแต่ถังเทียนห่าวกลับเพียงแค่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่แม้แต่จะพยักหน้าตอบรับ..………ที่ชั้นหกของภัตตาคารจิงฉู..ไม่รู้ว่าเพราะผู้จัดการภัตตาคารเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือว่าเป็นเพราะวันนี้มีแขกมารับประทานอาหารมาก จึงมัวแต่ไปวุ่นวายอยู่ในครัว ก็เลยไม่รู้ว่าด้านนอกภัตตาคารเกิดอะไรขึ้น?ภายในห้องดูทะเลสาบซึ่งเป็นห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดนั้น หลิงหยุนกับสาวสวยทั้งสองคนกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ และอาหารที่สั่งก็ทยอยขึ้นมาเสริฟอย่างรวดเร็ว“เร็วเข้าอาหารมาแล้ว.. รีบๆกินกันเลย ผมยังมีธุระต้องไปจัดการอีกหลายเรื่อง อีกอย่างผมก็หิวมากแล้วด้วย!”และทันทีที่อาหารถูกนำมาเสริฟขึ้นโต๊ะ หลิงหยุนก็ไม่สนใจอะไรอีก เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากทันทีวันนี้หลิงหยุนตั้งใจมาทานอาหาร เรื่องอื่นๆ อาจล่าช้าได้ แต่เรื่องกินไม่สามารถล่าช้าได้..พนักงานเสริฟสาวสองคนจ้องมองหลิงหยุนตาเป็นประกาย สายตาที่มองมานั้นไม่ต่างจากกำลังจ้องมองวีรบุรุษ!