ตอนที่ 227
ตอนที่ 530
October 22, 2026
บทที่ 530 : โหมโรง! ถังเทียนห่าวร้องตะโกนใส่โทรศัพท์ระหว่างที่วิ่งตรงเข้าไปยังภัตตาคารจิงฉู เขาตรงขึ้นไปชั้นบนสุดของภัตตาคารทันที คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ระหว่างทางก็วิ่งชนผู้คนที่เดินอยู่ แต่เขาก็ไม่สนใจอะไร.. ถังเทียนห่าววิ่งชนผู้คนตามทางไปอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับร้องตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดัง ท่าทางของถังเทียนห่าวดูตื่นตระหนกอย่างมาก เขาหวั่นเกรงจนลืมรักษาภาพพจน์ของผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงไว้ แตในนาทีนี้เขาก็ไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ในเมืองจิงฉูแห่งนี้.. คุณจะสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ไปวุ่นวาย หรือมีปัญหากับหลิงหยุน! คนอื่นอาจไม่รู้.. แต่ถังเทียนห่าวนั้นไม่รู้ไม่ได้! เพราะคนอย่างหลิงหยุนนั้นเรียกได้ว่าแม้แต่มือสังหารอาชีพยังไม่อาจเทียบเคียงได้! ถังเทียนห่าวร้อนใจ และเป็นกังวลอย่างที่สุด..! แต่เขาไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของหลิงหยุน เพราะรู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายมากที่เขาจะจัดการกับคนของหลิวจินไล๋ได้ไม่ต่างจากการบี้มดสองสามตัว! ถังเทียนห่าวร้อนใจว่าหากหลิวจินไล๋มีตาแต่กลับไร้แวว และไปสร้างความรำคาญใจให้กับหลิงหยุนจนกระทั่งเขาโกรธ และตัดสินใจลงมือแล้วล่ะก็ ต่อให้ตำรวจที่มีปืนเหล่านั้น รวมทั้งตัวหลิวจินไล๋เองก็ยากที่จะรอดไปได้! ในคืนที่หลิงหยุนต้องการไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิงนั้น เขาได้พาเหล่ากุ่ยกับตู้กู่โมบุกไปที่บ้านของเฉิงเทียน และจัดการกับยอดฝีมือทั้งสามคนรวมทั้งซันเทียนเปียว จนแม้กระทั่งตัวซันเทียนเปียวเองยังต้องอ้อนวอนขอชีวิต เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นถังเทียนห่าวก็ได้เห็นกับตาตัวเอง อีกทั้งในคืนวันเดียวกันนั้น ด้วยคำขอของเหลยเจิ้งแห่งกลุ่มเทพอินทรี ถังเทียนห่าวพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสิบกว่านาย จึงต้องเข้าไปจัดการกับซากศพที่กลาดเกลือนเต็มคฤหาสน์ของเฉิงเทียน และภาพที่ถังเทียนห่าวได้พบนั้น ก็ช่างน่าสยดสยองไม่ต่างจากอยู่ในขุมนรก ตำรวจแต่ละนายรวมทั้งตัวเขาเองยังแทบอาเจียนออกมา เรื่องนี้.. ถังเทียนห่าวเองก็ไม่ได้พูดให้ใครฟังแม้แต่ถังเมิ่งที่เอาแต่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนเขาเองถึงกับต้องสั่งห้ามถังเมิ่งไม่ให้ถามอีก เพราะมันน่าสยดสยองเกิดกว่าที่จะเล่า! ถังเทียนห่าววิ่งเข้าไปในลิฟท์ราวกับคนคลุ้มคลั่ง ในใจของเขานึกเกลียดจางเติงเกอขึ้นมาจับใจ.. เพราะเขาช่างสร้างปัญหาได้อย่างไม่จบไม่สิ้น! ‘จางเติงเกอมันคิดว่ามันเป็นใครกัน? ถึงได้กล้าไปยั่วยุหลิงหยุนจนทำให้ฉันต้องวุ่นวายขนาดนี้!’ อย่าว่าแต่หลิงหยุนเพิ่งจะจับจางเติงเกอโยนลงไปในทะเลสาบเลย ต่อให้คนทั้งเมืองจิงฉูเข้ามาพร้อมกัน ก็ไม่สามารถจัดการกับหลิงหยุนคนเดียวได้! ทางด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานรักษาความมั่นคงที่ตามถังเทียนห่าวมาตรวจงานด้วยนั้น ก็ถึงกับงุนงงว่าเหตุใดถังเทียนห่าวถึงได้มีท่าทางร้อนรนจนคลุ้มคลั่งเช่นนั้น พวกเขาได้แต่คิดในใจว่า เหตุใดผู้อำนวยการที่เคร่งขรึมจึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้! จางเติงเกอและลูกน้องของเขารวมทั้งหมดเก้าคนที่เพิ่งถูกหลิงหยุนจับโยนลงไปในทะเลสาบนั้น เมื่อได้เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของถังเทียนห่าวก็ถึงกับตกตะลึง และต่างคนต่างก็หันไปมองหน้ากันพร้อมกับเสียวสันหลังวาบ.. ที่ชั้นหกของภัตตาคารจิงฉู หลิวจินไล๋กำลังยืนถือโทรศัพท์ตะลึง และอ้าปากค้างด้วยความงุนงง!“ให้พวกเราออกไปจากห้องนี้นี่นะ? นี่มัน..”หลิวจินไล๋ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดถังเทียนห่าวจึงออกคำสั่งเช่นนั้น เขาได้แต่แอบมองหลิงหยุนที่ยังคงนั่งยิ้ม และได้แต่คิดในใจว่าหลิงหยุนช่างเป็นคนที่คาดเดาได้ยากยิ่งนัก..‘ดูท่าครั้งนี้ฉันคงจะสะดุดตอเข้าแล้วล่ะสิ..’หลิวจินไล๋นิ่งอึ้งด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง.. จากนั้นความหวาดกลัวก็เริ่มเข้าครอบงำจิตใจ และตอนนี้ขาของเขาก็เริ่มสั่นจนไม่สามารถแม้แต่จะขยับขาได้หลิงหยุนได้ยินเสียงตะโกนสั่งของถังเทียนห่าวได้อย่างชัดเจน และเขายังคงไม่ใส่ใจหลิวจินไล๋ และไม่เห็นหลิวจินไล๋อยู่ในสายตาน้อยต่อให้หลิวจินไล๋แสดงออกว่าเคารพนบนอบเขา หรือแสดงท่าทางยิ่งจองหองใส่เขา หรือแม้จะแสดงท่าทางหวาดกลัวเขา หลิงหยุนก็ไม่แยแสอีกต่อไป เขาคร้านที่จะใยดีกับคนผู้นี้เรียกได้ว่าในสายตาของหลิงหยุนนั้น หลิวจินไล๋ไม่ต่างจากมดปลวกที่ไม่ว่าจะแสดงท่าทีอย่างไร ก็ไม่ได้มีผลใดๆต่อความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย!“หนิงน้อย.. อิ่มหรือยัง?”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับร้องถามเสี่ยวเม่ยหนิง เขาจะต้องรีบส่งเด็กสาวตัวแสบนี้กลับไปที่โรงเรียนก่อนแม้ว่าระหว่างรับประทานอาหารจะมีเรื่องราวที่วุ่นวายหลายครั้ง แต่หลิงหยุนก็สามารถจัดการแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที จึงไม่มีผลต่อการรับประทานอาหารของพวกเขาทั้งสามคนเสี่ยวเม่ยหนิงมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนุกสนาน เรียกได้ว่าภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้ช่วยให้เธอเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น แล้วก็สามารถกินอาหารได้มากกว่าปกติ“อิ่มพอดีเลย..”แต่ขณะที่หลิงหยุนกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปนั้น หลิงหยุนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตึงๆดังอยู่หน้าห้อง หลิงหยุนรู้ดีว่าถังเทียนห่าวกำลังมา เขาจึงค่อยๆลุกขึ้นยืน และผลักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ออกไปด้านหลัง“หลิวจินไล๋.. ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเอง!”ทันทีที่ถังเทียนห่าวออกมาจากลิฟท์ เขาก็ร้องตะโกนสั่งหลิวจินไล๋เสียงดังจนแขกเหรื่อที่อยู่ชั้นบน และชั้นล่างต่างก็ได้ยินกันหมดหลิวจินไล๋เองก็กำลังรอคอยอยู่แล้ว เขาจึงรีบหลีกทางให้!หลิวจินไล๋แม้จะเรียกว่าเป็นคนดีไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับเลวไปหมดเสียทีเดียว เขาเป็นข้าราชการที่อยู่ในระดับล่างของระบบ แต่มีมือขวาและซ้ายที่ค่อนข้างไร้สมอง สิ่งที่เขาทำทั้งหมดก็เพียงแค่ต้องการรักษาตำแหน่งที่มีอยู่ และต้องการไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆเท่านั้น