ตอนที่ 39
บทที่ 413 นี้มันก็ยากไป
October 28, 2026
"หมิงโร่ตรวจสอบก่อน หากไม่มีปัญหาอะไร วันมะรืนก็ผ่าดัดได้" การถอดแผ่นเหล็ก ในมุมมองของหมิงโร่นั้นง่ายมาก ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมการมากมายอะไร
"ได้" เสิ่นซงก็พูดต่อว่า "ยังไม่คนไข้อีกราย เป็นไข้หวัด ข้าตรวจชีพจรแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าปัญหามาจากตรงไหน ได้จ่ายยาแก้ไข้หวัดเม็ดเล็กและยาแก้ไอน้ำไป พรุ่งนี้จะกลับมารักษาอีกรอบ เมื่อถึงเวลานั้นท่านก็มาดูหน่อยนะ"
"พรุ่งนี้ช่วงเช้าข้าจะเข้าเวรตรวจแล้วกัน" หมิงโร่คิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ดีดีดี งั้นจะได้ไปแจ้งจวนจูและจวนโจวด้วย นายท่านจูอยากให้ท่านช่วยตรวจครรภ์ของฮูหยิน ฮูหยินเฒ่าโจวก็รอรักษาอาการเวียนศีรษะกับท่านอีกครั้ง" อดทนรอถึงสองเดือน ในที่สุดก็ได้ตรวจกับอาจารย์ เสิ่นซงจัดการอย่างชัดเจน
"เจ้าจ้างรถม้ามาสักสองคัน อยู่คนละทิศคนละทางทิศตะวันออกที่หนึ่งกับทิศตะวันตกที่หนึ่ง ขาของหนานซิงก็หักพอดี" หมิงโร่ลูบหน้าผาก ตัวเองก็ไม่หนีไปไหน ก็ไม่รู้ว่าลูกศิษย์เร่งรีบอะไรกันนักกันหนา
"ได้เลย" เสิ่นซงหยิบเศษเหรียญหนึ่งเหรียญจากกระเป๋าเงินแล้วยื่นให้หนานซิง "เดียวเจ้านั่งรถไปนะ"
เสิ่นซงบ่นในใจ ไม่รู้ว่าจะถูกอาจารย์หญิงทิ้งไปเป็นเดือนๆ อีกเมื่อไหร่ ฟังคนไข้บ่นจนหูชาไปหมด จะไม่รีบร้อนได้อย่างไร
"โอ๊ย" หนานซิงมองดูขาสั้นของตนเอง อาจารย์ปู่คงไม่ใช่รังเกียจว่าข้าของเขาสั้นใช่ไหม?
หมิงโร่ได้แบ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของหนานหรง ยกเว้นอาหารทะเลแห้งและผลไม้เมืองร้อน ได้แบ่งผ้าไหมมัดหมี่ย้อมครามให้กับ หนานซิง อะยวน เหว้ยชิง และเจ้าป้าจ้าวคนละสองพับ
"วัสดุเหล่านี้ให้ฮู้เอวียนและคนอื่นในโรงยาไปตัดชุด พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาวัดตัว น่าจะมีผ้าเหลือ ก็ทำรองเท้าให้กับคนอื่นที่ทำงานในโรงยาด้วย" หมิงโร่ยิ้มแล้วพูด "ทำให้หนานซิงสองคู่"
"ขอบคุณอาจารย์ปู่ เฮ้อๆ" หนานซิงเกาหัว
"ทำรองเท้าใหม่ให้เจ้าแล้ว ยังไม่มีไปทำธุระอีก" เสิ่นซงตบกระบาลหนานซิงทีหนึ่ง
"ร้านขนมตุ๊บตั๊บเปิดใหม่ที่หัวมุมถนน ทำขนมตุ๊บตั๊บอร่อยมาก ข้าจะไปซื้อมาให้อาจารย์ปู่" หนานซิงพูดแล้วก็วิ่งออกไป
จื่อซูยิ้มแล้วพูด "นายน้อยหนานซิงวิ่งเร็วจริงๆ"
"อ้อ เปลืองรองเท้าจริงๆ ด้วย" หมิงโร่เพิ่งนึกออกว่า ไม่เห็นอะยวนเลย "อะยวนล่ะ?"
"ไอ่หยา ลืมเรื่องนี้ไปเลย" เสิ่นซงตบหน้าผาก "องค์ชายชือ ไม่ถูกตอนนี้น่าจะต้องเรียกนายท่านชือแล้ว มาที่โรงยาของเรา บอกหัวสมองไม่ค่อยปลอดโปร่ง ข้าจับชีพจรแล้ว ปกติดีอยู่ เขาเคยมีประวัติป่วยอยู่ จึงใช้วิชาเคล็ดลับการฝังเข็มที่ท่านสอน
นายท่านชือตอนนั้นรู้สึกอาการดีขึ้นมาก คิดว่าวิธีฝั่งเข็มใช้สำหรับรักษาโรคจิตอาละวาดไม่ใช่เหรอ แม่นางอะยวนมีความรู้เรื่องพวกนี้ ข้าจึงให้นางไปตรวจดู
แม่นางอะยวนบอกว่า นายท่านชือมีวิชาควบคุมจิต เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยทะลุทะลวงวิชาพรากวิญญาณ จึงควบคุมจิตยากกว่าคนอื่น ดีที่พบสาเหตุ หากไม่พบสาเหตุ นานวันเข้า จิตก็จะถูกควบคุม
นายท่านชือเชิญแม่นางอะยวนไปที่จวนเพื่อตรวจรักษา แม่อะยวนยินยอมไปตรวจ ข้าจึงเรียกฮู้เอวียน สองคนคุ้มครองแม่นางอะยวนไปจวนนายท่านชือ"
"ตอนนี้องค์ชายชือท่านนี้เป็นขุนนางอะไร?" นี่เป็นขุนนางในราชสำนักแล้วเหรอ ไม่ว่าในครอบครัวจะแย่งชิงกันขนาดไหน ก็คงได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว
"ปีนี้องค์ชายชือผู้สอบได้อันดับสาม ตอนนี้เป็นหลางจง ของกรมการคลัง เห็นว่าเป็นขุนนางระดับห้านะ" เสิ่นซงก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องในราชสำนัก นี่ก็ได้ยินนายท่านจูเคยพูดไว้
"อ้อ" ขุนนางระดับห้าในเมืองหลวงไม่ใช่ขุนนางระดับต้นๆ แต่ก็มีประโยชน์มากในเมืองหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมการคลังควบคุมเงินเสบียงและประชากร เป็นกรมหนึ่งที่มีอำนาจพอสมควร
แต่ฝ่ายตรงกันข้ามชำนาญการใช้วิชากู่ การฆ่าคนนั้นง่ายกว่าการควบคุมคนมาก นี้ก็ทำมาครั้งแล้วครั้งเล่า จะต้องมีกลอุบายอะไรแน่นอน
เสิ่นซงเห็นอาจารย์เงียบไปนาน ถามแบบหยั่งเชิง "ท่านดูซิ ว่าต้องให้ข้าไปพาตัวแม่นางยวนกลับมาไหม?"
"ไม่ต้อง ให้นางจัดการไป" หมิงโร่รู้สึกว่าตระกูลชือมีอะไรไม่ชอบมาพากล
ฉุนยี่เดินเข้ามา "นายท่าน ท่านอ๋องให้มาถามว่าท่านจะกลับจวนตอนไหน"