ตอนที่ 52
บทที่ 426 พูดคำว่าอ๋อง อย่าพูดคำว่ากระมังต่อ
October 28, 2026
“ลำบากพี่ห้าแล้ว……” พ่อของนางเป็นเจ้าเมืองกรุงหนานหรง จะมาด้วยตนเองไม่ได้เชียวหรือ
พ่อบ้านโจวนำรายงานที่มาจากฉางซานมายังตำหนักเจียอาน “ท่านอ๋อง พระชายา รายงานถูกนำเข้าคลังเพื่อทำตำราแล้ว นี่คือรายการของขวัญขอรับ”
ไท่ซ่างหวงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็มักจะมอบรางวัลให้มากมาย พ่อบ้านโจวจึงคุ้นเคยกับการรับของขวัญเป็นอย่างดี ก็แค่สร้างคลังเก็บของให้มัน ขอแค่มีกำลังมากพอ เขาก็จะสามารถจัดเก็บได้อย่างรวดเร็วและเรียบร้อย
ด้วยความหลักแหลมของพ่อบ้านโจวจึงส่งรายการของกำนัลให้พระชายา หมิงโร่สัมผัสม้วนกระดาษที่หนาบึก นี่คือความรักของท่านพ่อแท้ๆ
“พ่อบ้านโจวมาพอดีเลย ช่วยจัดที่พักให้พี่ห้าของข้าด้วยนะเจ้าคะ”
“บ่าวจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยขอรับ” พ่อบ้านโจวเดินไปอย่างรวดเร็ว
ของกำนัลที่อ๋องฉุนนำมาด้วยนั้นมากมายนัก ต้องดำเนินการจัดแจงอย่างดี
การจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้พี่ห้าจะต้องจัดการอย่างดี หมิงโร่โบกมือไหวๆ ต้องการจะไปที่ภัตตาคารเรืองรองเพื่อเตรียมโต๊ะไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยสั่งห้องครัวเล็กเตรียมอาหารที่สดใหม่เอาไว้สำหรับมื้ออาหาร
ตอนนี้เป็นเวลาอาหารเย็นแล้ว ห้องอาหารในภัตตาคารเรืองรองเต็มทุกที่นั่ง หมิงโร่และคนอื่นมาถึงยังห้องอาหารที่เตรียมไว้สำหรับซือห้าวเฉินเท่านั้น เมื่อมาถึงเสี่ยวเอ้อก็ยกน้ำชามาให้
หมิงโร่ยื่นรายการอาหารให้เหยียนเจาไป๋ “พี่ห้าอยากทานอะไรก็สั่งได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะ”
เหยียนเจาไป๋เปิดรายการอาหารที่หุ้มด้วยผ้าจือจิ่นฝังทอง รายการอาหารด้านในไพเราะสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น กลีบอ่อนปัทมา ผลท้อมรกต ปลาใบกุ้ยน้ำค้างหยก……หากไม่มีรูปประกอบด้านข้าง ก็คงไม่สามารถเดาได้เลยว่าเป็นอาหารชนิดใด อย่างเช่นย่ำหยาดน้ำฟ้าหาท้อ เมื่อดูรูปประกอบก็จะรู้ว่าคือขาหมูแช่บ๊วย แต่หากไม่มีรูปก็ยากจะคาดเดาว่าคืออะไร
เหยียนเจาไป๋สั่งอาหารตามมารยาทสองอย่าง ก่อนจะส่งรายการอาหารคืนหมิงโร่ “ที่เหลือให้น้องเก้าเป็นคนสั่งก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ” หมิงโร่สั่งอาหารที่ตนชอบแล้วหันหน้าไปมองซือห้าวเฉิน “ท่านอยากกินอะไร”
“เจ้าเลือกเลย เพราะอะไรก็อร่อยสู้ของที่เจ้าทำเองไม่ได้” หยุนชินอ๋องเป็นเจ้าของภัตตาคารเรืองรอง สามารถเปลี่ยนแปลงกิจการของตระกูลตนเองให้เป็นเช่นนี้ได้ ก็นับว่าน่าประหลาดใจมากแล้ว
“ฮ่าๆ” หมิงโร่คิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนหน้าบาง แต่คำชมนี้ก็เกินจริงไปมาก
เสี่ยวเอ้อนำอาหารออกมาจัดวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว เหยียนเจาไป๋รู้สึกว่าอาหารของภัตตาคารเรืองรองนั้นไม่เลว ไม่เพียงแค่ชื่ออาหารไพเราะเท่านั้น แต่การจัดจานก็สวยงาม อาหารจานนี้ทั้งสีทั้งกลิ่นเพียบพร้อม รู้ได้เลยว่าต้องมีราคาแพงอย่างแน่นอน
หมิงโร่เองก็ชอบอาหารของภัตตาคารเรืองรองเช่นกัน และได้ยกให้มันเป็นสถานที่สำหรับนัดพบ
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เสี่ยวเอ้อก็จัดการเก็บโต๊ะ จากนั้นจึงจัดสำรับน้ำชาพร้อมผลไม้
หมิงโร่กินผลไม้ไปพลางมองเอามือเท้าคางมองถนนอันวุ่นวายเบื้องล่าง “พี่ห้า เสด็จพอมอบอะไรให้เป็นของขวัญให้ฮ่องเต้ตงเหิงหรือเจ้าคะ”
“อืม……” เหยียนเจาไป๋นึกถึงของขวัญที่เสด็จพ่อให้กรมโยธาธิการจัดเตรียมให้ แล้วกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ของขวัญชิ้นใหญ่มากชิ้นหนึ่ง”
“มีค่ามากมายไหม” หมิงโร่คิดว่าไม่อาจดูถูกฮ่องเต้ตานซู่ได้เลย
เหยียนเจาไป๋ส่ายหน้า “มีค่าไม่มากนัก”
“อ้อ” ขอแค่ไม่มีค่าอะไรก็พอ แค่นี้หมิงโร่ก็ไม่สนใจแล้วว่ามันคืออะไร “ช่วงสองสามวันนี้ทางเมืองตะวันออกจะมีตลาดกลางคืน เดี๋ยวพวกเราไปเดินเล่นกันเถิด”
“กรุงตงเหิงคึกคักจริง”
“สำหรับเตรียมงานฉลองวันเกิดของฮ่องเต้ มีลูกค้ามาที่ร้านของข้าเยอะจนปวดหัว พอๆ กับช่วงปีใหม่เลยเจ้าค่ะ” แต่หากสามารถทำเงินได้ หมิงโร่รู้สึกว่าพิธีโซ่วหนิงก็ถือว่าใช้ได้
“เอ๊ะ นั่นคือผิงอ๋องกระมัง” เหยียนเจาไป๋เห็นองค์ชายสามเดินลงมาจากรถพระที่นั่ง และหันกลับไปประคองสตรีนางหนึ่งลงมาจากรถ