ตอนที่ 55
บทที่ 429 มอบอะไรเป็นของขวัญ
October 28, 2026
หมิงโร่เมื่อหนึ่งปีก่อน มีความรู้สึกต่อวังหลวงและโลกใบนี้เพียงแค่แปลกหน้าและหวาดกลัว ตอนนี้นางไม่ได้เผชิญโลกใบนี้เพียงลำพังอีกแล้ว และยังมีความหนักแน่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เกี้ยวหยุดลงด้านหน้าสำนักเชียนชิว หมิงโร่และซือห้าวเฉินจึงลงจากเกี้ยว และก้าวเข้าไปในวัง เหล่าข้าราชการและขุนนางชั้นสูงต่างพากันทำความเคารพ
หมิงโร่เพิ่งจะนั่งลงบนที่นั่งของตัวเอง องค์หญิงแปดก็มาถึงพอดี
องค์หญิงแปดยื่นกล่องผ้าไหมให้กล่องหนึ่งแล้วกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “นี่คือของขวัญที่หมิงยู่ตั้งใจเลือกมาให้เพื่อไถ่ความผิดเพคะ เสด็จน้าหยุนได้โปรดรับไว้”
“พระชายาผิงอ๋องมีน้ำใจแล้ว ข้าไม่ได้ถือสาอะไร” หมิงโร่เองก็สงสัยเช่นกันว่าองค์หญิงแปดเตรียมอะไรไว้เป็นของขวัญให้ไทเฮาเฉียน จึงหันไปส่งสายตาให้แม่นมต่ง
แม่นมต่งรับกล่องผ้าไหมมาจากมือขององค์หญิงแปด และกลับไปยืนอยู่ด้านหลังหมิงโร่เงียบๆ
องค์หญิงแปดแปลกใจที่หมิงโร่รับของขวัญเอาไว้ง่ายๆ แต่นางก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก หลังจากมอบของขวัญชิ้นใหญ่แล้วก็กลับไปนั่งที่นั่งของนางเอง
หมิงโร่มองไปรอบๆ ท่านตาไม่ได้มาด้วย มีเพียงลุงสามพาป้าสามและผู้พี่โหยวมาด้วย เมื่อกวาดตามองไปยังโต๊ะที่เปล่งประกายของจวนชินอ๋อง องค์หญิงหนิงผิงจึงทำหน้าตาทะเล้นใส่หมิงโร่
หลังจากนั้น ฮ่องเต้ตานซู่ก็มาพร้อมกับฮองเฮา ไทเฮาและเข้าประจำที่นั่งด้วยกัน เหล่าข้าราชบริพารต่างพากันก้มหัวทำความเคารพ
หมิงโร่เลิกคิ้วขึ้น ไทเฮาเฉียนกับฮองเฮาไม่ค่อยถูกกันนัก ไม่ว่าจะเป็นงานส่งท้ายปีหรือว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ต้องอยู่กินข้าวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มักจะมีเธอไม่มีฉัน มีฉันไม่มีเธออยู่เสมอ
วันนี้กินยาอะไรผิดไปหรือไม่
หลังจากที่ฮ่องเต้กับฮองเฮาประจำที่แล้ว จางจินเลี่ยงก็รับคำสั่งนำเหล่าขุนนางจากแคว้นอื่นมาเข้าเฝ้า
เหยียนเจาไป๋พาขุนนางบุ๋นสองคนและแม่ทัพอีกหนึ่งคนเข้ามาในสำนักเชียนชิว หลังจากทำความเคารพแล้ว ขันทีน้อยก็มาเชิญเข้าไปประจำที่นั่ง วันนี้เหยียนเจาไป๋สวมชุดคลุมงูเหลือมสีเทาเข้ม ศีรษะของเขาใส่มงกุฎบุรุษเอาไว้ ดูแล้วน่าเกรงขามและสูงสง่าไร้คู่แข่ง ทำเอาบรรดาคุณหนูจากตระกูลใหญ่พากันหมายปอง
โดยเฉพาะองค์หญิงคังยี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮองเฮา นางมองเขาอย่างไม่ละสายตา
ในหัวของหมิงโร่ส่งสัญญาณเตือนออกมาเสียงดัง ผู้หญิงที่ไร้สมองคนนี้กำลังจะจีบชายที่ใสซื่อที่สุดในตระกูลของนาง
ซือห้าวเฉินรู้สึกอยากหัวเราะ จึงหันไปกระซิบเบาๆ ว่า “ปากคว่ำขนาดนี้ จะให้ข้าล่ามเจ้าเอาไว้ดีหรือไม่”
“เฮ้อ! หลานสาวของท่านคิดจะจีบพี่ชายของข้า”
“อย่างนั้นนางก็ต้องจีบให้ได้ถึงจะนับ” ซือห้าวเฉินรินน้ำชาแล้วเอาไปวางไว้ตรงหน้าหมิงโร่
“มีควาเป็นไปได้ว่าฮ่องเต้ตานซู่น่าจะตามใจคังยี่” แม้ว่าจะมีองค์หญิงจากหนานหรงสองคนแต่งเข้ามาอยู่ที่ราชวงศ์ตงเหิงแล้ว แต่ซือห้าวเฉินและผิงอ๋องไม่สนิทใจกับตานซู่มากนัก
“หากกล่าวเรื่องสายเลือด คังยี่นับว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ ขององค์รัชทายาทเชียวนะ” ซือห้าวเฉินเอ่ยปากเบาๆ “หากคังยี่ยินดี แล้วเจ้าเขียนจดหมายตอบกลับไปว่าไม่ชอบคังยี่ ท่านพ่อตาก็คงไม่เห็นด้วยอยู่ดี”
“อ้า ลืมตัวละครอย่างพ่อข้าไปเสียแล้ว” หมิงโร่ตบหน้าผากตัวเอง “ต้องเขียนว่าคังยี่ร่วมมือกับคนอื่นเพื่อใส่ร้ายข้า”
“เจ้าเขียนแบบนั้น……ท่านพ่อตาคงให้เหยียนเจาไป๋แต่งงานกับคังยี่แล้วมาอยู่ที่หนานหรง เพื่อทรมานนางไปตลอดชีวิตเป็นการแก้แค้นให้เจ้า……” ซือห้าวเฉินดูออกแต่แรกว่าอย่าดูถูกท่านพ่อตาที่เป็นฮ่องเต้คนนี้ราวเป็นของเล่น เพราะจะแอบวางแผนแบบลับๆ อย่างแน่นอน
“......” หมิงโร่กะพริบตาปริบๆ แม้ว่าจะรู้สึกว่าซือห้าวเฉินกล่าวไม่ถูกต้องนัก แต่ก็คิดว่ามีเหตุผลมาก
ขอแค่คังยี่จีบพี่ห้าของตนไม่สำเร็จ แค่นี้หมิงโร่ก็จะวางใจได้แล้ว จากนั้นนางก็นั่งรอให้งานเลี้ยงเริ่มต้น
แต่คิดไม่ถึงว่าจางจินเลี่ยงจะกล่าวอีกว่า “อ๋องหยวนแห่งซีคังและราชทูตขอเข้าเฝ้า”
“ทำไมไปที่ไหนก็เจอแต่เขา” หมิงโร่มองเฟิงมู่หยวนอย่างปวดใจ คนๆ นี้ขนาดอยู่ในที่ลับยังทำเรื่องชั่วร้ายเอาไว้มาก ตอนนี้ออกมาอยู่ในที่แจ้งแบบนี้ ไม่รู้ว่าวางแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้อีกบ้าง