ตอนที่ 56
บทที่ 430 อยากกินอีกสักตัว
October 28, 2026
หมิงโร่ยอมแพ้จากใจ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นคนแก่อายุสี่สิบกว่าปีทวงของขวัญจากคนอื่นหน้าตาเฉย อีกทั้งยังเป็นถึงเจ้าแผ่นดิน คาดว่าก่อนหน้าคงไม่มีใครเป็นแบบนี้และต่อไปก็คงไม่มี
ซือห้าวเฉินค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “ของขวัญอวยพรนั้น น้องรู้สึกเสียดายที่จะให้ ยังคิดอยู่เลยว่าหากฝ่าบาทไม่ถาม อาจจะนำกลับไปด้วย”
เวลานี้ไม่เพียงฮ่องเต้ตานซู่เท่านั้น แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ตรงนั้นต่างก็สงสัยว่าเป็นของดีมาจากไหน หยุนชินอ๋องถึงชอบมันขนาดนี้
ซือห้าวเฉินส่งสัญญาณมือ ขันทีสวมใส่ชุดเสื้อแขนกลมสีเขียวเข้มสี่คนก็ยกโถใบใหญ่ลายดอกไม้สลักเข้ามา โถใบนั้นยังถูกปกคลุมไว้ด้วยผ้าสีไหมสีแดงอีกชั้น จึงไม่มีใครรู้ว่าด้านในของโถใบนั้นมีอะไรอยู่
ขันทีสี่คนนั้นวางโถใบนั้นลง ส่วนขันทีที่เป็นผู้นำมาได้เปิดผ้าไหมสีแดงออก ทุกคนจึงเห็นว่าด้านในโถใบนั้นมีปลาตัวใหญ่สีทองสองตัวแหวกว่ายอยู่ และเนื่องจากมันเคยเติบโตมาจากน้ำในบ่อ ทำให้สีสันของมันสดใส ทุกคนเห็นแล้วต่างสะดุดตา
“ปลามังกรทองนี้คือปลาที่น้องหามาจากมหาสมุทรทางใต้ นับว่าหายากมาก” ซือห้าวเฉินพูดตั้งมากมายขนาดนี้ก็เพียงเพื่อต้องการจะสื่อความหมายเพียงอย่างเดียวว่า ปลานี้ล้ำค่า หากท่านไม่เห็นค่าของมันก็แสดงว่าท่านตาไม่ถึง
ปลาตัวนี้หายากหรือไม่นั้นตานซู่ไม่รู้ แต่ว่าชื่อของมันนั้นไม่เลวเลยทีเดียว จึงไม่ได้จับผิดอะไร และให้จางจินเลี่ยงยกมันออกไปเลี้ยงไว้อย่างดี
จางจินเลี่ยงรีบสั่งให้คนเอาโถปลาออกไป ส่วนคนสี่คนที่ยกโถปลาเข้ามาตอนแรกนั้น เขาไม่กล้าออกคำสั่ง เพราะเป็นคนของไท่ซ่างหวง เขาไม่สามารถสั่งการอะไรได้
หลังจากนั้นก็มีญาติที่มาจากตระกูลเดียวกันเข้ามาอวยพร เมื่อมาถึงคราวของราชฑูตแห่งหนานหรง หมิงโร่ก็ชะงักไป ผ้าจิ่นต้วนสีทองคลุมสิ่งของที่มีความยาวประมาณสองเมตรเข้ามา ดูจากรูปร่างแล้วคล้ายกับเรือลำน้อยลำหนึ่ง
ขุนนางจากกรมพิธีการของหนานหรงสั่งให้คนเปิดผ้าไหมจิ่นต้วนออก โครงก้างปลาสีทองเปล่งประกายปรากฏแก่สายตาทันที ตานซู่พอใจของขวัญชิ้นนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ของที่เป็นทองย่อมมีมูลค่าแน่นอน
หมิงโร่มองเหยียนเจาไป๋ ไหนตกลงกันแล้วไงว่าอย่าเอาของแพง แววตาของเหยียนเจาไป๋แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม และส่งสายตาให้หมิงโร่วางใจ
หลังจากนั้นขุนนางคนนั้นก็กล่าวต่อไปว่า “นี่คือก้างทองของปลาฉลามหัววัว มีอานุภาพในการปราบมารและอสูร”
อันที่จริงแล้วฮ่องเต้ตานซู่ไม่ค่อยสนใจคำพูดของขุนนางคนนั้นเท่าไหร่ ได้แต่สั่งให้คนมายกไปเก็บ แต่หมิงโร่กลับฟังแล้วเข้าใจ
ปลาฉลามหัววัวนี้เทียบเท่ากับเขี้ยวจิ้งจอกที่เอาไว้ไล่ปีศาจ เพียงแต่ด้านนอกนั้นหุ้มแผ่นทองเอาไว้ จึงทำให้ดูแล้วระยิบระยับ แต่อันที่จริงแล้วไม่ใช่ทองแท้
หลังจากนั้นหมิงโร่ก็เห็นของขวัญที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ราชทูตคังซีมอบเตียงหยกอุ่น ที่ทำจากหยกคุณภาพสูงและการแกะสลักฝีมือดี
หลังจากเสร็จพิธีมอบของขวัญแล้ว นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเครื่องดนตรี นางรำค่อยๆซอยเท้าเบาๆ ออกมาสู่กลางท้องพระโรงแล้วเริ่มร่ายรำ
ในช่วงการมอบของขวัญ หมิงโร่ได้กินนำไปก่อนจนอิ่มแล้ว ตอนนี้จึงได้แต่นั่งดูการแสดงอย่างจริงจัง
องค์หญิงคังยี่บรรเลงพิณให้เสด็จพ่อของนาง และได้รับคำชื่นชมยกใหญ่จากเฟิงมู่หยวน โดยหลักๆ ของคำชมคือเพลงนี้เป็นบทเพลงจากสวรรค์ บนโลกมนุษย์ยากที่จะได้ยิน
องค์หญิงคังยี่เพียงหันไปยิ้มตอบรับคำชมของเฟิงมู่หยวนตามมารยาทเท่านั้น จากนั้นจึงหันไปถามเหยียนเจาไป๋ “อ๋องฉุนคิดว่าบทเพลงที่คังยี่บรรเลงเป็นอย่างไรบ้างหรือเพคะ”
เหยียนเจาไป๋ขี้เกียจจะพูดอะไรมากนัก “ใช้ได้ทีเดียว”
แม้ว่าองค์หญิงคังยี่จะไม่ค่อยพอใจกับคำชมนี้เท่าไหร่นัก แต่เพราะเขาหล่อเหลาจึงได้คะแนนเพิ่มไป องค์หญิงคังยี่เดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองด้วยท่าทางที่อ่อนโยนงดงามที่สุด
ดวงตาของเฟิงมู่หยวนหรี่เล็ก เดิมทีเขาก็ไม่ได้ชอบองค์หญิงเอกแห่งตงเหิงเท่าไหร่นัก แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าองค์หญิงคังยี่มีใจให้เหยียนเจาไป๋ แต่กลับมีท่าทางไม่ใส่ใจตนเอง นับเป็นการท้าทายความเป็นชายในตัวเขาอย่างยิ่ง
และเมื่อหันไปมองเห็นท่าทางไร้ความรู้สึกของเหยียนเจาไป๋ ก็ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ เหยียนเจาไป๋ก็แค่ใช้หน้าตาหล่อเหลาของเขาในการดึงดูดองค์หญิงคังยี่ไม่ใช่หรือ เขาจะต้องทำให้เหยียนเจาไป๋เสียโฉม ดูสิว่าองค์หญิงคังยี่จะยังสนใจในตัวมันอยู่อีกหรือไม่
ตำแหน่งที่นั่งของเหยียนเจาไป๋และเฟิงมู่หยวนอยู่ตรงข้ามกันพอดี ตรงกลางเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงร่ายรำของห้องโถง เวลานี้นอกจากหลิงหลงแล้วไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ามีแมลงประหลาดท่าทางคล้ายแมงมุมผสมแมงป่องกำลังเดินลัดเลาะริมพรมไปยังทิศทางตรงกันข้าม