ตอนที่ 57
บทที่ 431 มือของอาจารย์สั่นหรือ
October 28, 2026
เมื่อเฟิงมู่หยวนเป็นเช่นนี้แล้วก็ไม่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงในวังได้อีกต่อไป จึงถูกส่งตัวกลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม และหากถูกขุนนางคนอื่นถาม เขาก็จะพูดแค่ว่าเขาได้รับบาดเจ็บภายในจากการฝึกวรยุทธ์
แม้ว่าชาวซีคังจะชำนาญวิชาพิษกู่ที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถฝึกฝนได้ มีเพียงราชวงศ์และพ่อมดเฉพาะทางเท่านั้นที่จะเลี้ยงกู่ได้ คนธรรมดาจะรู้จักเพียงสมุนไพรพิษไม่กี่ชนิดเท่านั้นหรือไม่ก็อาจจะใช้เป็นเพียงแมลงพิษเท่านั้น
หมิงโร่กับหลิงหลงสามารถสื่อสารกันทางความคิดได้ จึงรู้ว่าเฟิงมู่หยวนตั้งใจปล่อยกู่ประจำตัวออกมาเพื่อต้องการวางยาพิษพี่ห้า หมิงโรจึงรู้ได้ในทันทีว่าเฟิงมู่หยวนคนนี้เป็นบุคคลอันตราย ควรที่จะทำถุงหอมเอาไว้เพื่อป้องกันการโจมตีจากกู่
เนื่องจากบรรยากาศนั้นอึมครึมจากเหตุการณ์ที่อ๋องหยวนแห่งซีคังกระอักเลือดออกมา ฮ่องเต้ตานซู่จึงพระราชอภิเษกให้กับองค์รัชทายาทและธิดาเอกของเฉิงเสี้ยงฝ่ายขวา งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมภายในวังค่อยๆ สิ้นสุดไป เหล่าฮูหยินและคุณหนูที่ปกติชอบรั้งอยู่ในวังก็รีบแยกย้ายกันออกไปอย่างรวดเร็ว
หมิงโร่ไม่รู้ว่าเฟิงมู่หยวนยังมีไม้เด็ดอะไรอีกหรือไม่ จึงไม่อยากปล่อยให้เหยียนเจาไป๋กลับโรงเตี๊ยมไป จึงให้เหยียนเจาไป๋ไปนั่งรอบนรถม้าที่จะกลับจวนอ๋องไปพร้อมกับนาง
เหยียนเจาไป๋ก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก เขาเพียงพยักหน้า
ในขณะที่หมิงโร่และซือห้าวเฉินได้นั่งลงบนเกี้ยวแล้ว จางจินเลี่ยงก็รีบวิ่งตามเข้ามาประชิด “หยุนชินอ๋อง ช้าก่อน”
หากเป็นขันทีทั่วไป หากได้ยินขันทีผู้จัดการกล่าวเช่นนี้จะต้องรีบหยุดลงอย่างแน่นอน แต่คนพวกนี้กลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน แบกเกี้ยวขึ้นแล้วมุ่งหน้าไปยังประตูวังต่อไป พวกเขาเป็นขันทีของตำหนักคุนไท่ เมื่อไท่ซ่างหวงไม่อยู่ในวัง เขาก็จะฟังเพียงคำสั่งของท่านอ๋องเท่านั้น
จางจินเลี่ยงจนปัญญา ได้แต่วิ่งไปขนาบด้านข้างเกี้ยวและกล่าวว่า “หยุนชินอ๋อง ข้าน้อยอยากถามว่า ปลามังกรทองตัวนี้จะต้องดูแลอย่างไร อย่าว่าแต่จะเลี้ยงเลย ข้าน้อยไม่เคยเห็นมันมาก่อนด้วยซ้ำ”
สิ่งที่จางจินเลี่ยงกลัวที่สุดคือการมีคนนำสิ่งมีชีวิตมาถวายฮ่องเต้ เช่น ดอกไม้ ปลา นก เป็นต้น หากเลี้ยงไม่ดีเรื่องนี้ก็จะซวยมาถึงตนเอง และหยุนชินอ๋องยังนำปลาที่เลี้ยงยากที่สุดเช่นนี้มาอีก แค่จางจินเลี่ยงก็ขนลุกทั้งตัวแล้ว ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าหยุนชินอ๋องจะบอกว่าปลาตัวนี้บ่าวคนไหนเป็นคนเลี้ยง เขาจะได้หาวิธีนำตัวคนคนนั้นเข้ามาในวังเพื่อเลี้ยงปลา
แน่นอนว่าตอนที่ปลามังกรทองอยู่ในจวนมีคนเลี้ยงดูอยู่ แต่ซือห้าวเฉินย่อมอ่านความคิดของจางจินเลี่ยงออก
“ปลาตัวนี้เลี้ยงง่ายนัก ก็แค่ให้ลูกปลาลูกกุ้งกับมันทุกวันเป็นอาหาร สามวันเปลี่ยนน้ำครั้งหนึ่งแค่นี้เอง” อย่างไรเขาก็เคยเห็นพระชายาเลี้นงเช่นนี้อยู่บนเรือ ส่วนคนอื่นจะเลี้ยงแบบนี้ได้หรือไม่นั้น……ก็เป็นเรื่องของเขา
“......” จางจิ่นเลี่ยงรู้สึกว่าชีวิตของคนเรานั้นโหดร้ายและสิ้นหวัง
ลูกปลาและลูกกุ้งต้องให้เท่าไหร่ น้ำที่เปลี่ยนต้องใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ข้อมูลที่หยุนชินอ๋องบอกก็ไม่ต่างอะไรกับไม่บอก……
จางจิ่นเลี่ยงคิดว่าปลามังกรทองตัวนี้หากเลี้ยงไม่ดีสองวันก็คงตายแล้ว! สู้ไปหาคนจากสวนอสูรล้ำค่ามาสักคนจะดีกว่า เพื่อให้มาเลี้ยงปลามังกรทองโดยเฉพาะ อย่างน้อยๆ หาเพื่อนมาเดือดร้อนแทนก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตัวเองต้องเดือดร้อน
หมิงโร่ขึ้นไปบนรถม้า และเมื่อนางเห็นเหยียนเจาไป๋นั่งอยู่อย่างเรียบร้อยก็ถอนใจ “คนซีคังชำนาญเรื่องการใช้พิษกู่ สองวันนี้พี่ห้าก็อย่าพึ่งกลับไปโรงเตี๊ยมเลยนะเจ้าคะ”
“ได้” เมื่อครู่นี้เหยียนเจาไป๋เองก็สัมผัสได้เช่นกันว่าอันตรายอยู่ใกล้ตัว แต่เขายังไม่ทันจะได้ลงมือก็ถูกจัดการเรียบร้อยเสียแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเห็นเฟิงมู่หยวนกระอักเลือด เขาก็เชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกันและพอจะเดาได้เรื่องราวคร่าวๆ ได้
“ก่อนหน้านี้พี่ห้ามีความแค้นอะไรกับเฟิงมู่หยวนหรือไม่เจ้าคะ” หมิงโร่รู้สึกไม่ไว้ใจเฟิงมู่หยวนผู้นี้เป็นอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้พี่ไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน” เหยียนเจาไป๋ขมวดคิ้วแน่น “พี่เลยไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเขาถึงลงมือกับพี่”
“น่าจะเป็นเพราะอิจฉาที่พี่ห้ารูปงามกว่า” หมิงโร่ผายมือ
“ฮ่าๆ” เหยียนเจาไป๋รู้สึกเพียงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก “เจ้าคิดเหตุผลที่ดูจะไม่สมเหตุสมผลแบบนี้ออกมาได้อย่างไร”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ” หมิงโร่เปิดผ้าม่านออก แล้วมองผ่านหน้าต่างออกไปเพื่อดูรถและบ้านเรือนด้านนอก
เมื่อกลับถึงจวนแล้ว หมิงโร่ก็สั่งให้จือเฉ่าไปทำเกี๊ยวน้ำน้ำแกงไก่ เพื่อเป็นของว่างตอนดึก ส่วนตนเองนั้นพาจือซูและจี้เยว่ไปเลือกผ้าที่เหมาะแก่การทำถุงหอม
เมื่อจือเฉ่าทำเกี๊ยวน้ำเสร็จ ก็เอาใส่กล่องอาหารแล้วให้ฉืออู่นำไปให้เรือนรับแขกที่อ๋องฉุนอยู่ ส่วนตนเองนั้นยกถาดออกไปที่ห้องบรรทม
“รีบมากินเกี๊ยวน้ำเร็วเข้า” ซือห้าวเฉินโบกมือเรียกหมิงโร่
“ข้าไม่กิน กินในงานเลี้ยงจนอิ่มจะแย่แล้ว” หมิงโร่โบกมือปฏิเสธแล้วเลือกผ้าต่อไป