ตอนที่ 59
บทที่ 433 ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
October 28, 2026
เมื่อองค์หญิงคังยี่มาถึงที่จวนแล้ว แน่นอนว่าต้องไปทำความเคารพพระชายาหยุนชินอ๋องก่อน เด็กเฝ้าประตูรีบเข้าไปรายงาน สุดท้ายพ่อบ้านโจวจึงได้แต่ต้องออกมารับหน้าแขกไปก่อน
“คารวะองค์หญิง” พ่อบ้านโจวทำความเคารพอย่างมีมารยาท “พระชายาออกไปข้างนอก องค์หญิงมีเรื่องด่วนอะไร บ่าวจะเป็นผู้นำไปถ่ายทอดให้เอง”
“ไม่มีเรื่องด่วนอะไร วันนี้ข้าออกม่เที่ยว ก็เลยถือโอกาสมาเยี่ยมเสด็จน้าด้วย” องค์หญิงคังยี่ส่งสายตา สาวรับใช้หงโม่รีบนำห่อหนักๆยัดใส่มือพ่อบ้านโจว
พ่อบ้านโจวอยากรู้ว่าองค์หญิงคังยี่มีวัตถุประสงค์อะไร จึงไม่ได้ปฏิเสธและรับถุงเล็กใบนั้นมาใส่ไว้ในกระเป๋าแขนเสื้อ
เมื่อองค์หญิงคังยี่เห็นพ่อบ้านโจวเก็บถุงเล็กไปก็เอ่ยปากว่า “ข้าได้ยินว่าอ๋องฉุนแห่งหนานหรงพักอยู่ที่จวนนี้……ไม่ทราบว่าข้าขอเข้าพบได้หรือไม่”
ตอนแรกองค์หญิงคังยี่คิดจะถามว่าอ๋องฉุนอยู่ที่จวนหยุนชินอ๋องหรือไม่ แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว บอกให้พ่อบ้านโจวพาไปพบเลยจะดีกว่า เพราะการทำเช่นนี้ไม่ว่าจะได้พบอ๋องฉุนหรือไม่ นางก็จะได้รู้ว่าแน่ชัดว่าอ๋องฉุนพักอยู่ที่นี่หรือไม่ คังยี่รู้สึกขึ้นมากะทันหันว่าสมองของนางไม่เคยคิดได้อย่างรวดเร็วเท่านี้มาก่อนเลย
“อ๋องฉุนออกไปกับท่านอ๋องตั้งนานแล้ว ตอนนี้จึงไม่อยู่ที่จวนขอรับ” พ่อบ้านโจวชินเสียแล้วที่เจ้านายของตนจะไม่อยู่ที่จวนเลยสักวัน แต่เมื่อโดนองค์หญิงคังยี่ถามแบบนี้ เขาก็เกิดความรู้สึกราวกับว่าตนเองโดนเจ้านายทิ้ง
“อ้อ” แม้ว่าองค์หญิงคังยี่จะไม่ได้พบใครทั้งนั้น แต่นางก็แน่ใจได้อย่างหนึ่งว่าอ๋องฉุนพักอยู่ที่จวนหยุนชินอ๋อง จึงพอที่จะปลอบใจตนเองได้ว่า คราวนี้นางไม่ได้มาเสียเที่ยว
พ่อบ้านโจวส่งองค์หญิงคังยี่เสร็จก็สั่งเด็กเฝ้าประตูให้ปิดประตู จากนั้นเขาจึงหยิบถุงเล็กที่สาวใช้ขององค์หญิงคังยี่มอบให้เขาออกมาจากแขนเสื้อ เมื่อเปิดดูจึงพบว่าด้านในคือเหรียญทองห้าตำลึง การตบรางวัลหนักแบบนี้สมแล้วที่เป็นถึงองค์หญิงเอก
เมื่อหมิงโร่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองยังอยู่ในห้วงกาลเวลา นางจึงยกมือขึ้นตีศีรษะตนเอง “แย่แล้ว”
หมิงโร่รีบออกมาจากห้วงกาลเวลา นางลืมผิงอ๋องที่เพิ่งทำการผ่าตัดเสร็จไปเสียสนิท ผิงอ๋องเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา หากเกิดเรื่องราวผิดปกติอะไร หากศิษย์น้องมาหานางตอนที่นางอยู่ในห้วงกาลเวลา นางก็จะไม่ได้ยิน
หมิงโร่ผลักประตูห้องเปิดออก แล้วเดินออกมา
อะยวนรีบเข้ามารับ “เจ้านายตื่นแล้วหรือ”
“อือ เมื่อครู่นี้มีคนจากโรงยาด้านหน้ามาตามหาข้าบ้างหรือไม่” หมิงโร่เดินเข้าไปในห้องรับแขกพลางเอ่ยถาม
“ไม่มี” อะยวนส่ายหน้า “ตอนนี้อยากรับของว่างเลยหรือไม่ขอรับ”
หมิงโร่มองท้องฟ้า ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาน้ำชาบ่ายแล้ว “เอามาก็ได้”
“รอสักครู่ บ่าวจะไปอุ่นร้อนก่อนแล้วจะรีบน้ำมาให้ขอรับ” อะยวนหันกลับไปยังห้องครัว
หลังจากที่อะยวนเพิ่งจะเอาของว่างร้อนๆ ออกมานั้น ซือห้าวเฉินก็มาถึงพอดี
“โร่เอ๋อร์” แววตาที่ซือห้าวเฉินมองพระชายานั้นอ่อนโยนกว่าเคย
หมิงโร่กลอกตาใส่อย่างไม้ไว้หน้า ท่าทางอ่อนโยนแบบนี้หลอกลวงกันชัดๆ “เฮอะ!”
“ทำไมโร่เอ๋อร์เห็นสามีแล้วไม่ดีใจล่ะ ข้ามารับเจ้ากลับจวนนะ” แม้ว่าพระชายาน้อยของเขาจะชอบอยู่คนเดียวและเป็นตัวของตัวเอง แต่ซือห้าวเฉินรู้สึกว่าทุกครั้งที่รับนางกลับไปที่จวน นางจะดูมีความสุขมาก
“รอไปก่อน อย่ามากวนเวลากินขนมของข้า” หมิงโร่โบกมือไล่เขาราวกับไล่ยุง
“ข้ายังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย หิวมากเหมือนกัน” ซือห้าวเฉินได้แต่แสร้งทำเป็นน่าสงสาร เป็นการลองใจดูว่าพระชายาจะสงสารตนหรือไม่
เขารู้อยู่แก่ใจดีว่าเมื่อคืนวานน่าจะลงมือกับนางหนักไปหน่อย แต่เรื่องนี้จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาเองก็ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน