ตอนที่ 61
บทที่ 435 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
October 28, 2026
เมื่อหมอสวีเห็นใบสั่งยา “ยาตัวอื่นๆ มีพร้อมแล้ว แต่ตี้กู่ผีไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยหนัก เกรงว่าไปพระนครก็อาจจะหาซื้อไม่ได้”
“นครลั่วมีร้านยามาก คงจะหาซื้อจากที่นั่นได้ไม่ยาก แต่ระยะทางค่อนข้างไกล เกรงว่าจะเสียเวลารักษาคนไข้” หมอสวีกล่าว
“ที่โรงยามีตี้กู่ผี พวกเจ้าลองคำนวนดูว่าต้องใช้เท่าไหร่ ข้าจะให้คนเอามาส่งให้” ที่โรงยาจะต้องทำยาทาบรรเทาพิษอยู่แล้วดังนั้นจึงต้องใช้ตี้กู่ผี ลูกศิษย์ที่โดนปีศาจหนูเข้าร่างของตนจะต้องเก็บเอาไว้ไม่น้อย
“ดียิ่ง” ตอนแรกที่หมอทหารซุนเห็นแม่นางคนนี้ตรวจชีพจรพร้อมใส่ผ้าคลุมหน้าไปด้วยก็คิดว่าเป็นพวกท่าดีทีเหลวเท่านั้น ไม่คิดเลยว่านางจะเป็นเจ้าของโรงยา เกรงว่าคงสนิทกับหมอหมิงไม่น้อย ท่าทางของเขาจึงเปลี่ยนเป็นเคารพนอบน้อมขึ้นมาทันที
เมื่อตรวจอาการเรียบร้อย หมิงโร่ก็ไม่อยากเสียเวลาอีก นางมุ่งหน้าไปยังภูเขาเพื่อตรวจที่มาของพิษ ซือห้าวเฉินพาหมิงโร่ไปยังตีนเขา บริเรณนี้ได้มีคนใช้ไม้ไผ่มาล้อมรั้วเพื่อขวางทางเอาไว้เพื่อตั้งด่านแล้ว เป็นการระวังไม่ให้ทหารลาดตระเวณหลุดลอดเข้าไป
“นายท่าน ตัวพิษยังคงแพร่กระจายอยู่ เมื่อเช้าได้นำสิ่งกีดขวางย้ายไปยังกระโจมค่ายที่ประจำการอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณหนึ่งลี้” ชูอีเห็นเจ้านายและพระชายามาถึงก็รีบเข้ามารายงานทันที
หมิงโร่ปล่อยหลิงหลงออกไปก่อน และได้ให้ยาเม็ดกันพิษกับองครักษ์ที่ตามมาด้วย จากนั้นจึงให้ซือห้าวเฉินพาตนเข้าไปในถ้ำ
“แล้วยาเม็ดนั้นพวกเราไม่ต้องกินหรือ” ซือห้าวเฉินถามขึ้น
“อ้า! ข้าลืมไป” หมิงโร่ทำท่านึกขึ้นมาได้
หมิงโร่เชื่อมั่นความสามารถในการจัดการเรื่องพิษในตัวหลิงหลงมาก อีกทั้งระบบการแพทย์ยังสามารถทำการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้ด้วย ขอเพียงแค่ซือห้าวเฉินอยู่ใกล้ตนย่อมไม่เกิดปัญหาอะไรอย่างแน่นอน หมิงโร่กลัวว่าสถานที่ที่องครักษ์ไป หลิงหลงจะยังไม่ทันได้จัดการจึงต้องทำการป้องกันไว้ก่อน
“เด็กดื้อ” ซือห้าวเฉินเคาะหน้าผากหมิงโร่
ยิ่งเดินขึ้นเขาไป ซือห้าวเฉินก็ยิ่งแปลกใจ เทือกเขานี้ไม่มีหมอก ตามหลักการแล้วไม่น่าจะมีตัวพิษได้ “ภูเขาแห่งนี้ไม่มีตัวพิษ แล้วสรุปว่าทหารพวกนั้นโดนพิษหรือไม่”
“อืม” หมิงโร่พยักหน้า “โดยทั่วไปแล้ว หากมีพืชเน่าเสียจำนวนมากอยู่ในหุบเขา หรือว่ามีพืชมีพิษจำนวนมากอยู่ บวกกับอากาศที่ไม่ถ่ายเทแล้วถึงจะทำให้เกิดตัวพิษตามธรรมชาติขึ้นได้
แต่ที่นี่ไม่อับและไม่ชื้น ตามหลักการแล้วน่าจะไม่มีตัวพิษอยู่ พิษที่ทหารพวกนั้นโดน เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ อีกอย่างด้านในนี้มีสมุนไพรพิษสองชนิดที่ไม่สามารถเติบโตได้บริวเณใกล้ๆ พระนครแห่งนี้”
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันไปเรื่อยๆ ก็มาถึงผืนป่าแห่งหนึ่ง หมิงโร่เดินไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วยืนอยู่ใต้ต้นไม้พลางมองขึ้นไปด้านบน จึงพบว่ากิ่งไม้ด้านบนมีตะไคร่และด้านบนมอสสีเขียวยังมีเกล็ดสีม่วงเข้มปรากฏอยู่
“พืชที่ดูคล้ายมอสนั่นคือต้นกำเนิดพิษ แต่หลิงหลงได้ใช้เกล็ดบนตัวของมันบดบังพิษพวกนั้นเอาไว้แล้ว” หมิงโร่ชี้ให้ซือห้าวเฉินดู
ซือห้าวเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย หากหมิงโร่ไม่ได้ชี้ให้เขาดู เขาคงคิดว่านั่นคือตะไคร่และคงไม่ได้สนใจ
หลิงหลงบินไปทั่วผืนป่าแห่งนี้แล้วจัดการแหล่งที่เป็นพิษจนเกลี้ยง ก่อนจะกลับมาเกาะบนไหล่ของหมิงโร่เพื่อขอรางวัล หมิงโร่ลูบปีกของมัน เจ้าตัวน้อยดีใจมากจนบินวนอยู่รอบตัวหมิงโร่
“เป็นโจรพันวันได้ แต่จะป้องกันโจรไปพันวันไม่ได้” หมิงโร่ขมวดคิ้วพลางกล่าว “ครั้งนี้สามารถควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้หมดแล้ว แต่หากอีกฝ่ายยังไม่ยอมวางมือ ครั้งหน้าอาจจะต้องใช้ยาที่มีพิษแรงกว่านี้ และข้าอาจจะไม่มีโอกาสได้กำจัดพิษด้วยซ้ำ”
ราวกับในใจเชื่อมโยงถึงกัน หมิงโร่กับซือห้าวเฉินสบตาซึ่งกันและกัน
ซือห้าวเฉิน “คงต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
หมิงโร่ “ทำอย่างไรก็ต้องรับผลอย่างนั้น”
ทั้งสองพยักหน้าอย่างพอใจ เพราะคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุด