ตอนที่ 62
บทที่ 436 คนใจร้าย
October 28, 2026
หมิงโร่ใจเต้นระส่ำ ต้นน้ำด้านข้างค่าย หมายความว่าแม่น้ำสายนั้นใช่หรือไม่ แม่น้ำสายนั้นไหลผ่านหุบเขาและยังไหลผ่านหมู่บ้าน คนพวกนี้บ้าระห่ำเกินไปหรือไม่!
“ลองตรวจสอบให้แน่ชัดว่าตอนนี้แหล่งน้ำยังปลอดภัยดีหรือไม่ ดีที่สุดคือขุดบ่อน้ำเพิ่มจะได้ใช้น้ำอย่างปลอดภัย” เมื่อหมิงโร่คิดว่าอีกฝ่ายจะวางยาพิษลงในแหล่งน้ำก็รู้สึกแน่นในอก รู้สึกว่าการหายใจติดขัดขึ้นมา
สีหน้าของซือห้าวเฉินก็เคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน “อย่าเพิ่งรีบร้อน กลางหุบเขามีบ่อน้ำอยู่แล้ว ลองส่งคนไปตรวจสอบดูหน่อย น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
“ในแม่น้ำมีสัตว์น้ำ หากวางยาพิษที่มีโทษถึงตายลงไปจะทำให้สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก และจะทำให้คนสังเกตเห็นได้ง่าย ดังนั้น พวกเขาน่าจะใช้พิษที่ทำให้เกิดโรคติดต่อ หากเป็นเช่นนั้นก็คงวุ่นวายมากเช่นกัน”
หมิงโร่ให้องครักษ์ไปเก็บตัวอย่างน้ำมาจากแม่น้ำในหลายๆ ตำแหน่ง หลังจากตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีอะไรที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ หมิงโร่คิดแผนการล่วงหน้าเอาไว้หลายแผนการ แต่ทุกแผนการจะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ตอนนั้นนางเลยคิดไม่ออกว่าควรใช้วิธีการใดดี
ตอนนี้ศัตรูอยู่ในที่ลับแต่ฝ่ายตนอยู่ในที่แจ้ง สถานการณ์อ่อนไหวมาก แต่ซือห้าวเฉินแน่ใจว่าอีกฝ่ายลงแรงมากขนาดนี้จะต้องลงมือขั้นต่อไปในเร็ววันนี้แน่
“สองวันนี้พวกเราคงต้องอาศัยอยู่กลางหุบเขาเสียแล้ว” ซือห้าวเฉินสัมผัสใบหน้าของหมิงโร่
“ก็คงทำได้เท่านี้” ต้องอยู่ในบริเวณไม่ไกลเท่านั้น ถึงจะลงมือแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา
หลังจากทานอาหารกลางวันง่ายๆ กันแล้ว หมิงโร่ก็ไปยังภูเขาแห่งหนึ่ง ด้านในมีเตียงหินหนึ่งอัน ใต้ช่องระบายอากาศมีโต๊ะหิน และยังมีม้านั่งหินอีกสองอัน……
แม้ว่าการตกแต่งจะเรียบง่าย แต่ก็พอมองออกได้ว่า ภูเขาแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างประณีต เตียงหินมีฟูกขนสัตว์ปูเอาไว้ ผ้าห่มที่ใช้ก็หนานุ่ม ส่วนม้านั่งหินก็ยังมีฟูกผ้าฝ้ายปูไว้ด้านบน สำรับน้ำชาที่วางเอาไว้บนโต๊ะก็สวยงามวิจิตร ดูก็รู้ว่าเป็นของใช้ของขุนนาง
หมิงโร่เข้าไปในห้วงกาลเวลาแล้วเก็บสมุนไพรไล่ยุงออกมาและมัดรวมกันไว้เป็นช่อ หลังจากนั้นถอดรองเท้าแล้วเหยียบบนโต๊ะหิน เพื่อนำหญ้าหอมไปแขวนไว้บนช่องระบายอากาศ
เมื่อซือห้าวเฉินเข้ามาก็เห็นพระชายาน้อยของตนเองกำลังยืนอยู่บนโต๊ะ จึงรีบเข้าไปประคองนางเอาไว้ “มีเรื่องอะไรก็รอให้ข้ากลับมาก่อนแล้วค่อยทำสิ อย่าประมาท”
หมิงโร่โบกมือแล้วหันไปทางซือห้าวเฉิน “ตอนนี้ข้าสูงกว่าท่านแล้วนะ”
“อืม” ตอนนี้ราวกับซือห้าวเฉินอุ้มเด็กน้อยอยู่ เขาใช้มือเพียงข้างเดียวอุ้มพระชายาออกมา
หมิงโร่รีบเอามือโอบคอของซือห้าวเฉินเอาไว้ “ข้าตกใจหมด”
“กลัวอะไร ข้าไม่ทำเจ้าตกลงมาแน่” ซือห้าวเฉินเอาหมิงโร่ไปนั่งลงบนเตียง แล้วหยิบรองเท้าที่นางถอดไว้ใต้โต๊ะมา พลางคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งต่อหน้าหมิงโร่แล้วสวมให้นางอย่างจริงจัง
นิ้วของซือห้าวเฉินเรียวยาว รองเท้าของหมิงโร่เมื่ออยู่ในมือของเขาก็ดูเล็กกระจ้อยร่อย
หมิงโร่หลุบตาลง สิ่งที่นางมองเห็นก็คือศีรษะด้านบนของซือห้าวเฉิน และใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูงดงามไร้ที่ติ
เด็กหญิงทุกคนที่เคยฟังนิทานเรื่องซินเดอเรร่าก็มักจะจินตนาการว่า วันหนึ่งจะมีเจ้าชายปรากฏตัวแล้วเอารองเท้าแก้วมาสวมให้ตนเอง
ตอนนี้หมิงโร่รู้สึกมหัศจรรย์ใจ ราวกับจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไปได้ถูกนำกลับมาแล้ว ความคาดหวังในใจของนางที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองคือใคร ตอนนี้นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มมีตัวตนขึ้นมาและรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
“ทำไมหรือ” ซือห้าวเฉินเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับดวงตาเปล่งประกาย
หมิงโร่โน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วจูบลงบนแก้มของซือห้าวเฉิน จูบนี้จูบให้สามีของตนที่หล่อเหลาเกินห้ามใจ
ซือห้าวเฉินไม่ค่อยพอใจนัก และตอบโต้ด้วยการจูบลงบนริมฝีปากอย่างเร่าร้อน “โร่เอ๋อร์จูบผิดที่อยู่เรื่อย”