ตอนที่ 63
บทที่ 437 ช่วยกันวางแผน
October 28, 2026
ซือห้าวเฉินไม่สามารถสื่อสารกับกู่ทิพย์ได้ จึงไม่รู้สถานการณ์ภายในภูเขา จึงทิ้งองครักษ์ลับเอาไว้สองสามคนเพื่อสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ส่วนตนจะต้องพากู่ทิพย์ที่ไม่ยอมทำงานแล้วกลับไปหาพระชายาเพื่อให้ช่วยแปลให้
ก่อนที่จะไป ซือห้าวเฉินได้เอาเหล่าเถียที่พันอยู่รอบแขนส่งให้ชูอี “หากอีกฝ่ายมีความเคลื่อนไหวอะไร คนที่สะกดรอยตามไปให้พกงูตัวนี้ไปด้วย”
“ขอรับนายท่าน” อะอีรับเหล่าเถียมา และตั้งท่าจะเอาเหล่าเถียมาพันไว้รอบแขนเช่นเดียวกับเจ้านาย
แต่เหล่าเถียกลับไม่ให้ความร่วมมือ มันไม่ใช่งูที่จะยอมเป็นกำไลข้อมือให้ใครก็ได้ มันอยากเข้าไปแอบในแขนเสื้อ แต่ชุดที่องครักษ์ลับใส่เป็นชุดแนบตัว แขนเสื้อจึงถูกมัดเอาไว้ มันจึงไม่สามารถเข้าไปด้านในได้
มันจึงได้แต่ยืดตัวตรงและขึ้นไปบนศีรษะของชูอีแล้วพันรอบผมของเขาราวกับเป็นมงกุฎสีเขียว……
ใบหน้าของชูอีไร้อารมณ์ ปลายคิ้วของเขากระตุกขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ในใจของเขาก็บ่นไม่หยุด “เจ้าตัวเล็กนี่คือสัตว์ที่เจ้านายเลี้ยงเอาไว้ เจ้าอย่าสะบัดมันทิ้งเด็ดขาด!”
เหล่าเถียพอใจมากกับตำแหน่งที่อยู่ตอนนี้ เพราะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมาก
ซือห้าวเฉินกลับไปยังที่ตั้ง จึงพบว่าพระชายาของตนกำลังทำงานฝีมืออยู่และกำลังหลุบตาต่ำ ทุกฝีเข็มทำอย่างตั้งใจ เขาได้แต่แอบมองอยู่เงียบๆ แบบนั้น นี่เป็นท่าทางที่เหมาะสมกับอายุของนาง
หมิงโร่เย็บฝีเข็มสุดท้ายจนเสร็จ แล้วมัดปม จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมา “กลับมาเร็วจัง”
“มีกู่ทิพย์นำทางจึงไม่ต้องเสียเวลาในการหาที่กบดานของพวกมัน” ซือห้าวเฉินมองถุงหอมรูปทรงกลมที่อยู่ในมือของหมิงโร่ จากนั้นเขาจึงยิ้มออกมา “แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าที่กบดานตรงนั้นมีอะไร ทำไมตอนที่กู่ทิพย์ออกมาถึงดูเศร้าใจแบบนี้”
หลังจากสื่อสารอยู่ครู่หนึ่ง หมิงโร่ก็รู้สถานการณ์ของที่กบดานตรงนั้น เช่นด้านในมีคนกี่คน มีกู่ประเภทไหนในการโจมตี และก็สาเหตุที่หลิงหลงไม่พอใจ……
หมิงโร่รู้สึกตลกจึงเคาะศีรษะของหลิงหลงเบาๆ “หลิงหลงไม่ดื้อนะ รอให้พวกเราจัดการรังของพวกมันให้ได้ก่อน จะต้องพาเจ้าไปกินอาหารมื้อใหญ่”
หลิงหลงกระพือปีกเป็นการแสดงออกว่าพอใจกับการจัดแจงเช่นนี้
หมิงโร่อธิบายสถานการณ์ในภูเขาแห่งนั้นให้ซือห้าวเฉินฟัง พลางเอาผงยาไล่กู่ที่บดเอาไว้ดีแล้วมาใส่ไว้ในดอกนุ่นแล้วเอายัดเข้าไปในถุงหอม จากนั้นจึงเย็บปิดปากถุงหอมนั้น แล้วติดพู่ห้อยและลูกไม้ แค่นี้ถุงหอมงามวิจิตรก็เป็นอันเสร็จ
เมื่อเห็นพระชายาทำถุงหอมเสร็จแล้ว ซือห้าวเฉินก็ยื่นมือออกไปรับ ผลสุดท้ายกลายเป็นว่านางกลับเอาถุงหอมใส่เข้าไปในกระเป๋าแขนเสื้อตนเอง
ซือห้าวเฉินยื่นมือไปจ่อตรงหน้าพระชายาอย่างดื้อรั้น สายตาของเขานั้นชัดเจน นั่นคือรีบส่งถุงหอนนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
หมิงโร่ตีไปบนฝ่ามืออันเรียวยาวของซือห้าวเฉิน “นั่นคือของพี่ห้าต่างหาก”
“แล้วของข้าล่ะ”
หมิงโร่อมยิ้ม แล้วเอาถุงหอมทรงกลมมนวางไว้บนมือของซือห้าวเฉิน “นี่คือที่ข้าทำให้ท่านโดยเฉพาะ”
ซือห้าวเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย ถุงหอมอันนี้ใช้ผ้าไหมลื่นเป็นประกายสีแดงสลับทอง ด้านล่างยังมีพู่ห้อยสีแดงสลับทอง และยังมีดอกไม้ทรงกลมห้อยตุ้งติ้งอยู่อีกหนึ่งอัน ฝึเข็มก็เข้าสีกันเป็นอย่างดี เพียงแต่รูปทรงออกจะประหลาดไปหน่อย ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็เหมือนไข่ไก่ใบหนึ่ง
“รูปร่างของถุงหอมอันนี้……มีเอกลักษณ์มาก ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ซือห้าวเฉินหยิบถุงหอมมาเล่น จึงได้กลิ่นถุงหอมฟุ้งกระจาย
“นี่เกิดจากแรงบันดาลใจกะทันหันของข้าเอง แน่นอนว่าต้องไม่เหมือนใครอยู่แล้ว” หมิงโร่ทำงานเย็บปักถักร้อยมาทั้งวันจนไหล่แข็งไปหมด จึงบีบนวดไหล่ของตัวเอง
“ไม่ทราบว่าโร่เอ๋อร์ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน” ซือห้าวเฉินช่วยหมิงโร่บีบนวดไหล่