ตอนที่ 64
บทที่ 438 โจมตีโดนเป้า
October 28, 2026
ซือถังส่งสัญญาณให้ทหารคนสนิทรับกล่องยามา “แบบนี้ก็ดี”
ซือถังพอใจกับการจัดการเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เขากลัวว่าคนงานเยอะเกินไปจนยากต่อการควบคุม หากมีคนหนีออกไปอาจทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้ คนที่ใช้ส่วนมากคือแรงงานที่อยู่ในหมู่บ้านของตนเอง หากตัวพิษใช้งานได้ดีจริง เขาก็จะให้คนงานขุดแร่เข้าไปในภูเขามากหน่อย ความเร็วในการขุดแร่ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
หมอไสยชี้ไปที่แผนที่ที่ร่างแบบง่ายๆ แผ่นหนึ่ง ครั้งนี้คนที่จะเข้าไปในภูเขามากหน่อย หากเข้าไปทางด้านหน้าจะมีคนเห็น ดังนั้นเข้าไปทางข้างหลังจะปลอดภัยกว่า
ข้าไม่ได้วางตัวพิษไว้ที่ผืนป่าแห่งนี้ เวลาที่คนของอ๋องหลี่เดินผ่าน ให้พวกเขากินยานี้เข้าไปก็พอ”
ซือถังเองก็ไม่ใช่คนโง่ คิดอยู่พักหนึ่งจึงเอ่ยว่า “วันหน้าข้าจะส่งคนงานจำนวนมากเข้าไปในภูเขา ยาแค่นี้คงไม่พอใช้ หมอไสยช่วยเขียนสูตรยาให้ข้าหน่อย ข้าจะได้สั่งให้คนไปฝึกกลั่นยาเอาไว้ จะได้ไม่ต้องไปขอยาที่หมอไสยบ่อยๆ”
“ข้าสามารถให้สูตรยานี้กับอ๋องหลี่ได้แน่ แต่ว่าการกลั่นยาต้องใช้วิชาลับของเผ่าหมอไสย เกรงว่าคนของอ๋องหลี่จะกลั่นยาไม่ได้” หมอไสยให้คนไปหยิบกระดาษกับพู่กันมาแล้วเขียนสูตรยาให้อย่างสบายใจ ถึงอย่างไรตัวพิษเขาก็เป็นคนสร้างเอง ต่อให้คนของอ๋องหลี่สามารถกลั่นยาออกมาได้จริง เขาก็แค่เพิ่มหรือลดสมุนไพรพิษก็สามารถได้พิษที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว
หากอ๋องหลี่ทิ้งท่านอ๋องของพวกเขาแล้วขุดแร่ด้วยตนเอง ก็อย่าโทษพวกเขาว่าหน้าไหว้หลังหลอกก็แล้วกัน
“พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปในเขาช่วงเที่ยง หากทางหมอไสยมีการเคลื่อนไหวอะไรก็ส่งคนมารายงานก็แล้วกัน” ซือถังได้สูตรยาแล้วรีบผละออกไป
เมื่อหมอไสยเห็นอ๋องหลี่จากไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็เริ่มหายไป หากไม่ใช่เพราะว่าเบื้องหลังของเขามีพรรคผีร้ายคอยช่วยเหลืออยู่ ตนคงให้อ๋องหลี่ที่มีหูมีตาทั่วไปหมดทำเป็นกู่หุ่นเชิดไปแล้ว คงไม่ต้องมาคอยถูกเขากดขี่แบบนี้
“อูจัวกับอูอิ่นยังไม่ส่งข่าวมาอีกเหรอ” หมอไสยถาม
“ยังขอรับ” มีคนคนหนึ่งเอ่ยตอบ “ที่ด่านป้องกันมีคนแค่สิบคนเท่านั้น การทำอาหารเย็นต้องใช้น้ำ บางทีพวกเขาอาจจะต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ถึงจะลงมือวางยาอีกครั้งได้”
“อืม” หมอไสยพยักหน้า “ถ้าก่อนเที่ยงพวกเขายังไม่ได้ส่งข่าวมา ให้ส่งคนไปดู เจ้าเด็กสองคนนี้ใช้พิษเป็น แต่เป็นคนที่ซุกซนมาก อย่าปล่อยให้เขาไปแอบหลับจนเสียเรื่องสำคัญ”
“ขอรับ ใต้เท้า”
ในเวลานั้นเอง คนที่หมอไสยพูดถึงทั้งสองคน ไม่เพียงแต่ยังไม่ได้วางยา แต่ยังโดนเหล่าเถียกัด สภาพของคนทั้งสองจึงเหมือนรูปปั้นหิน ไม่สามารถขยับร่างกายส่วนใดได้เลยเหลือเพียงดวงตาเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ชูอู่เคยเห็นว่าใต้เท้าฉินรับมืออย่างไรกับบุคคลอันตรายเช่นนี้ จะต้องลอกคราบพวกเขาและเอาใส่ไว้ในกระสอบ ส่วนผม คิ้วและหนวด จะต้องถูกโกนทิ้งทั้งหมด
ฉืออู่นำของที่ค้นได้จากตัวของคนทั้งสองออกมากองไว้รวมกัน แล้วเอาใส่ไว้ในถุง จากนั้นกระบอกไม้ไผ่เล็กสีดำสนิทก็ได้ล่วงออกมากระแทกเข้ากับพื้นหินด้านล่าง เมื่อกระทบกับแผ่นหินก็ส่งเสียงก้องกังวาน แล้วทะยานขึ้นท้องฟ้าด้วยความเร็ว เกิดเป็นแสงไฟระเบิดพุ่งสู่กลางท้องฟ้าอันมืดสนิท
“เอ๊ะ นี่่มันอะไรกัน!” ฉืออู่รีบโยนถุงใบนั้นทิ้ง แล้วเอามือปิดปากปิดจมูกของตนเพราะกลัวว่าจะเป็นควันพิษ
เนื่องด้วยมีเหล่าเถียเป็นผู้สนับสนุน ชูอีที่หัวเป็นสีเขียวเตะก้นฉืออู่ “เจ้าทำบ้าอะไรอีก?”
“ข้าไม่ได้ทำ! มันระเบิดเอง!” ฉืออู่ลูบก้นอย่างน่าสงสาร เห็นได้ชัดเลยว่าชายที่หัวเป็นสีเขียวคนนี้มีแรงมากกว่าปกติ
อีกด้านหนึ่ง คนที่อยู่ที่ภูเขาเมื่อเห็นแสงไฟก็รีบไปรายงาน “ใต้เท้าหมอ อูจัวกับอูอิ่นส่งข่าวแล้ว ทางด้านนั้นมีคนมาตักน้ำไปใช้แล้วขอรับ”
“ดีมาก” หมอไสยยิ้มอย่างพึงพอใจ ขอเพียงแค่พวกเขาเอาน้ำในแม่น้ำไปใช้ ไม่ว่าจะทำอาหารหรือว่ากินเข้าไปโดยตรง หรือต่อให้เอามาใช้ล้างหน้า โดนอวัยวะต่างกันก็จะแสดงอาการหนักเบาต่างกัน
เวลาก่อนเที่ยงคืน ซือห้าวเฉินพาองครักษ์ลับกลุ่มหนึ่งมาถึง ชูอีเริ่มรายงานก่อนว่ามีคนจากในถ้ำออกมาเพื่อวางยาพิษ แต่โดนพิษของเหล่าเถียจนกลายเป็นมนุษย์หิน และยังบอกอีกด้วยว่าองค์ชายห้ามาที่นี่ด้วย ตอนที่พวกนั้นไปแล้วเขาได้ส่งชูซื่อตามไป และแน่นอนว่าไม่ลืมเล่าเรื่องที่ทำพลุระเบิดไปโดยไม่ระวัง
ซือห้าวเฉินมองไปยังถ้ำที่มีเถาวัลย์ปกคลุม พร้อมมีแสงเล็ดลอดออกมากลางความมืด “ลงมือ!”