ตอนที่ 65
บทที่ 439 เจ้าคือใคร
October 28, 2026
กู่ประจำตัวของหมอไสยพุ่งมาชนกระบี่โบราณเกิดเป็นเสียงกระทบกัน ซือห้าวเฉินพลิกมือตั้งท่าจะฟันไปอีกครั้ง หลิงหลงกลับเข้ามาขวางเอาไว้และอ้าปากกลืนตะขาบตัวนั้นเข้าไปคำเดียวหมด แม้ว่าจะกินอิ่มแล้ว แต่ให้กินอีกตัวสองตัวก็ยังพอไหว
หมอไสยที่ตัวแข็งทื่อเป็นหินกระอักเลือดออกมา และจ้องไปที่ซือห้าวเฉินอย่างหวาดผวา เมื่อก่อนอ๋องหยวนเคยบอกว่า กู่ประจำกายของเขาจะถูกกลืนไปอย่างไร้ร่องรอย หมอไสยไม่เชื่อ เพราะแม้ว่าจะกลืนเข้าไปแต่ระหว่างกู่ด้วยกันก็ต้องมีการต่อสู้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ว่าเมื่อครู่นี้ เขาเห็นกับตาว่ากู่ประจำกายของเขาถูกกระบี่ปัดออกไป และยังไม่ทันร่วงลงถึงพื้นก็หายวับไปแล้ว กู่ประจำกายของเขาคือตัวร้อยขา ตามหลักแล้วคือกู่ที่ตัวใหญ่ที่สุด ไม่มีทางที่จะถูกกลืนหายเข้าไปภายในคำเดียวแน่นอน ต่อให้กู่ของอีกฝ่ายมีขนาดใหญ่จนสามารถกลืนตัวร้อยขาเข้าไปภายในคำเดียว เขาก็ไม่น่าที่จะมองไม่เห็นกู่ตัวนั้น
องครักษ์ลับชะงักเพราะไม่รู้เช่นกันว่าทำไมหมอไสยคนนั้นถึงกระอักเลือดออกมา หรือว่าจะโดนไอกระบี่ของท่านอ๋องเข้า
ซือห้าวเฉินเก็บกระบี่เข้าปลอก แล้วเหลือบมองหลิงหลงที่นอนอยู่บนไหล่ แล้วกระซิบว่า “ตะกละอะไรขนาดนี้ ไม่กลัวหรือว่าข้าจะตัดเจ้าออกเป็นสองท่อน!”
หลิงหลงแกล้งทำเป็นนอนหลากหลายท่าอยู่บนไหล่ป่ะป๊า พลางหันไปกล่าวว่าอย่างมั่นใจ : ข้าเชื่อว่าป่ะป๊ารักข้า
เหล่าเถีย : แหวะ!
เมื่อชูอีลูบหน้าผากก็เห็นว่าที่มือของตนเองมีของเหลวขุ่นๆ ติดมา ริมฝีปากของเขาจึงเริ่มกระตุก : นายท่านพูดถูก เจ้าตัวน้อยนี่ สกปรกมากจริงๆ!
ชูอีที่พยายามอดทนจนถึงขีดสุด เอาตัวเหล่าเถียแกะออกจากผมแล้วส่งให้ฉืออู่ทันที “เจ้าช่วยพกงูของนายท่านไปด้วย”
ฉืออู่เป็นคนนิสัยรักสนุก จึงรู้สึกว่าการพกสัตว์ไปด้วยเป็นเรื่องน่าสนใจ แต่เมื่อเห็นหัวของลูกพี่มีของเหลวสีเขียวเลอะอยู่ก็ปฏิเสธเล็กน้อย “ใต้เท้าเหล่าเถีย พวกเรามาต่อรองกันหน่อยดีกว่า นอกจากที่หัวแล้ว ท่านพอจะเลือกไปอยู่ตรงอื่นได้ไหม”
เหล่าเถียเลื้อยขึ้นมาจากถุงเก็บธนูด้านหลังไปจนถึงหัวไหล่ จากนั้นจึงเอาหางน้อยๆ ของตนพันรอบแขนเอาไว้
“......” สีหน้าของชูอีแข็งทื่อ สามารถต่อรองได้ด้วยหรือว่าให้อยู่ตรงไหนได้บ่าง ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเจ้างูน้อยตัวนี้ถึงกลั่นแกล้งเขา
เมื่อฉืออู่เห็นว่าหมอไสยหยุดกระอักออกมาเป็นเลือดแล้ว ก็รีบเข้าไปแล้วกลอกยายาพูดความจริงเข้าไป หลังจากที่ยาออกฤทธิ์แล้ว ชูอีก็เข้าไปไต่สวน ซือห้าวเฉินคอยยืนฟังอยู่ด้านข้างพักหนึ่ง จนรู้แผนการคร่าวๆ ของพวกเขา
เวลานั้นเอง ชูซื่อที่สะกดรอยตามองค์ชายห้าไปก็กลับมา “นายท่าน อ๋องหลี่สะสมกำลังพลเป็นจำนวนมากอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณห้าลี้ ดูแล้วมีทั้งทหารและม้า ทั้งหมดมีประมาณหนึ่งพันนาย ข้าน้อยสืบเรื่องอยู่นาน คาดว่าจะเตรียมไว้สำหรับบุกเข้าไปที่ภูเขาหยกขอรับ”
เมื่อได้ยินว่ามีกองกำลังถึงพันกว่าคนเตรียมจะบุกเข้าไปที่ภูเขาหยกแววตาของซือห้าวเฉินก็ลุกโชน เจ้าห้าเตรียมคนตั้งมากมายไว้สำหรับขุดแร่ นับว่ามุมานะมาก
หลังจากที่ซือห้าวเฉินออกมาจากที่นั่น ภูเขาแห่งนี้ก็กลับคืนมาสู่สภาพเดิมอีกครั้ง หมอไสยที่กินยาพูดความจริงเข้าไปต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง ดังนั้นสถานการณ์ทุกอย่างจึงอยู่ในภายใต้การควบคุม
ชูชีเลือกองครักษ์ลับสิบกว่าคนที่มีหน่วยก้านเหมาะสม เพื่อช่วยพวกเขารับมือหมอไสยและพวก ส่วนที่เหลืออยู่ในภูเขา ก็เอาไว้ติดต่อกับอ๋องหลี่
เที่ยงวันของวันรุ่งขึ้น คนของอ๋องหลี่ออกเดินทางจากหุบเขามาอย่างยิ่งใหญ่ การเดินทางมาที่ภูเขาหยกแห่งนี้นับว่ามีความเสี่ยงสำหรับเขา แน่นอนว่าภูเขาหยกจึงไม่นำกองทัพมาเอง เพราะอาจจะเจอเข้ากับกองทัพซีเป่ยของหยุนชินอ๋องได้ ลำพังแค่ตัวพิษที่หมอไสยวางเอาไว้และยาแก้พิษของเขาไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด อ๋องหลี่จึงมอบหน้าที่นี้ให้คนสนิทและหัวหน้าของพรรคผีร้ายคนหนึ่งรับผิดชอบ
เมื่อกองทัพทหารม้ามาถึงภูเขาที่หมอไสยอยู่ ก็ได้ยืนยันกับหมอไสยอีกครั้งว่าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด จากนั้นจึงส่งคนล่วงหน้าไปที่หุบเขาก่อนเพื่อเข้าไปสำรวจในภูเขาหยกเมื่อแน่ใจแล้วว่าด้านในไม่มีด่าน ก็ค่อยเตรียมพร้อมดำเนินการขั้นต่อไป กองทัพจึงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
รองแม่ทัพที่มีหน้าที่นำกองทัพกลับเอ่ยว่า “ใต้เท้าหมอ พวกเราเอาคนมามากขนาดนี้ ยาที่เอาไว้ใช้สำหรับผ่านตัวพิษเกรงว่าคงไม่พอ”