ตอนที่ 66
บทที่ 440 สามีเป็นคนร้ายกาจมาก
October 28, 2026
“ข้าคือพระเจ้าของแกไง” ฉืออู่ยังคงไม่ขยับเขยื้อน
คนจากเผ่าผีร้ายไม่เคยโดนหยามเกียรติเช่นนี้มาก่อน จึงดึงดาบออกมาแล้วเดินเข้าไปฟันที่ฉืออู่ ทว่ามือของเขาไร้เรี่ยวแรง เพียงหยิบดาบออกมาจากปลอก ดาบก็ร่วงหล่นลงบนพื้นและไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหยิบมันขึ้นมาอีก
ดูจากรูปการณ์แล้วจะต้องเป็นเพราะตัวพิษของพระชายาอย่างแน่นอน ฉืออู่ส่งสัญญาณมือ องครักษ์ลับกระโดดลงมาราวกับทหารเทพ และจัดการโจมตีอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือ
ทหารลับของอ๋องหลี่อาการดีหน่อย แม้ว่าท่าทางจะเชื่องช้า แต่ก็ไม่ได้อยู่ในอาการลนลานแต่อย่างใด
แต่ชาวบ้านพวกนั้นเคยเห็นเหตุการณ์นองเลือดอย่างมากที่สุดก็คือตอนที่ลงมือฆ่าหมู ไม่เคยเจอเหตุการณ์วุ่นวายฆ่าคนราวผักปลาเช่นนี้มาก่อน ทำให้ทุกคนตกใจจนหน้าถอดสี และพากันคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อร้องขอชีวิต และพวกขี้ขลาดบางคนถึงกับฉี่ราดใส่กางเกง สถานการณ์ตอนนี้จึงอยู่ในความโกลาหล
ฉืออู่ลงมือสังหารพวกที่ใส่หน้ากากพรรคผีร้าย และกลับไปนั่งยอบตัวอยู่ตรงหินผาเหมือนอย่างตอนแรก “ใครที่เต็มใจจะทำงานขุดแร่ต่อให้มายืนอยู่ตรงนี้” ฉืออู่ชี้นิ้ว
ชาวบ้านพวกนั้นตั้งใจมาเพื่อขุดแร่อยู่แล้ว สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าขุดแร่ให้ใครก็ขุดได้ทั้งนั้น ขอแค่ไม่ตายก็พอ และพากันชี้ไปทางฝั่งของฉืออู่
ส่วนพวกทหารลับพวกนั้น บางคนเป็นพวกซื่อสัตย์ไม่กลัวตาย และแน่นอนว่ามีบางพวกที่ไม่อยากตายก็เดินไปรวมกับพวกชาวบ้านด้วย
ตามกฎทหารการหนีทหารจะต้องตายเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังเป็นพี่น้องร่วมรบ แต่นาทีถัดมากลับฆ่ากันเอง ชาวบ้านเมื่อเห็นพวกทหารบ้าคลั่งจนสังหารพวกเดียวกันเองก็ตกใจจนเสียขวัญ และพากันมาเบียดเสียดอยู่ฝั่งของพวกที่ยินดีขุดแร่……
รองแม่ทัพคนนั้นลากฝีเท้าอันหนักอึ้งไปยังหมอไสย “ใต้เท้าหมอ ท่านรีบหาทางเร็วเข้า”
หมอไสยกล่าวอย่างไม่รีบร้อน “ไม่ต้องรีบ ข้าขอคิดทบทวนดูก่อน”
รองแม่ทัพคิดในใจว่าหากท่านไม่รีบ คนของพวกเราจะถูกสังหารตายกันหมด รองแม่ทัพจึงมองหมอไสยและพวกด้วยความสงสัย
พวกเขาไม่เพียงไม่รีบร้อนเท่านั้น แต่ท่าทางของพวกเขายังดูไม่เหมือนคนโดนพิษ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนชุดดำที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาไม่ได้สังหารพวกเขา!
“พวกเจ้า……” รองแม่ทัพเพิ่งกระจ่าง หมอไสยกับคนชุดดำพวกนี้คือพวกเดียวกัน พวกเขาต่างหากที่โดนหักหลัง
อ๋องหยวนแห่งซีคังเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถึงได้กล้าตลบหลังพรรคผีร้าย!
รองแม่ทัพแน่ใจแล้วว่าพวกของหมอไสยล่อพวกเขาเข้ามาในหุบเขา ก็เพื่อต้องการดึงคนงานไป เขาจึงกล่าวกับหมอไสยอย่างเคียดแค้น “เจ้าคิดว่าเข้าไปในภูเขาหยกได้แล้ว แล้วจะขุดแร่ได้เลยงั้นหรือ หากไม่มีใครคอยส่งเสบียงเข้ามา ไม่ช้าก็เร็ว พวกเจ้าจะต้องอดตาย”
“คิดว่าปิดตาข้าเข้ามาแล้วข้าจะจำทางไม่ได้งั้นหรือ” หมอไสยยิ้มอย่างบ้าคลั่ง “ตอนนี้เจ้าติดกับดักแล้ว ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลยว่า ข้าได้ใช้ผงยาโรยทำสัญลักษณ์เอาไว้ตามทางเรียบร้อยแลว ขอแค่เดินตามรอยออกไปก็สามารถออกจากที่นี่ได้แล้ว”
“พวกสารเลว!” รองแม่ทัพรู้ตัวแล้วว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว จึงชักกระบี่ออกมาแล้วปาดคอตายแล้วเขวี้ยงระเบิดควันขึ้นฟ้า เพื่อบอกอ๋องหลี่ว่า คนซีคังไม่ทำตามข้อตกลง
เมื่อฉืออู่เห็นว่าก่อนที่แม่ทัพจะตายได้ส่งสัญญาณควันออกไปก็พอเดาได้ว่าแผนการของเจ้านายตนเองประสบความสำเร็จแล้ว จึงออกคำสั่งสังหารคนสนิทขององค์ชายห้าและพรรคผีร้าย ชาวบ้านที่ยินดีติดตามไปขุดแร่ให้นำตัวไปแล้วรวมเอาไว้ในที่เดียว
แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันที่แสงแดดแผดเผา แต่ซือถังก็ยังคงยืนอยู่ตรงยอดเขา และมองลงมายังทิศทางของภูเขาหยก
“ท่านอ๋อง ตรงนี้ลมแรง ท่านกลับไปพักที่กระโจมดีหรือไม่ ข้าน้อยจะคอยดูอยู่ตรงนี้เองขอรับ” ทหารคนสนิทกล่าวเตือน
“ไม่เป็นไร” ซือถังยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน
ทหารคนสนิทจนปัญญา จึงได้แต่ยืนถือร่มเพื่อบังลมให้ท่านอ๋อง แต่ริมหน้าผาลมแรง ร่มกระดาษน้ำมันบางๆ ถูกพัดเสียจนส่งเสียงผับๆ ราวกับว่ากำลังจะขาดกระจาย
นี่เป็นครั้งแรกที่ซือถังเผชิญหน้ากับเสด็จอาที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งสงคราม ศึกครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการชิงแร่หยกเท่านั้น แต่สำหรับเขาแล้วมีความหมายลึกซึ้งมาก หากเขาสามารถเอาชนะศึกครั้งนี้ได้ก็จะเป็นการพิสูจน์ว่าตนเองมีความสามารถเหนือกว่า และน่าจะได้รับการช่วยเหลือมากขึ้นจากเผ่ามารดาของเขาด้วย
บางที อาการป่วยของเขาอาจจะดีขึ้นก็ได้
ซือถังจ้องเขม็งไปด้านหน้า เมื่อเขาเห็นควันสัญลักษณ์สีแดงพุ่งทะยานขึ้น ร่างของเขาก็สั่นโงนเงนแล้วถอยหลังไปสองก้าว ซือถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเป็นฝ่ายแพ้ และไม่คิดว่าว่าเฟิงมู่หยวนจะทรยศ