ตอนที่ 68
บทที่ 442 ห้ามเล่นกับเด็กไม่ดี
October 28, 2026
พ่อบ้านโจวส่งองค์หญิงคังยี่ออกจากประตูจวน พอดีเห็นคนขับรถม้าคนนั้นจึงคุกเข่าขอร้องอ้อนวอน
พ่อบ้านโจวใช้สายตาถามเด็กรับใช้หน้าห้อง: “ท่านอ๋องกับพระชายากลับจวนมาให้เปิดประตูใหญ่ต้อนรับ แล้วมาแจ้งข้าด้วยล่ะ!”
แม้ว่าพระชายาจะไม่ชอบนั่งเกี้ยว แต่ชอบให้ในจวนสว่างไสว ระหว่างทางกลับเรือนเหมยจึงต้องถือโคมไฟมาเยอะหน่อย
เด็กรับใช้หน้าห้องมองมายังฉืออู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้าช้า ๆ——ฉืออู่ผู้เป็นที่ชื่นชอบของนายท่านใช้มือส่งสัญญาณไม่ให้พวกเขาลงมือ พวกเขามีหรือจะกล้า?
พ่อบ้านโจวเป็นใครกัน พอมาคิดดู ก็เข้าใจในอุบาย ท่านอ๋องกับชายาคงต้องการเตือนองค์หญิงเอก
เพื่อต่อไปนางจะได้ไม่มาที่จวนอ๋องบ่อย ๆ
องค์หญิงคังยี่เห็นเหยียนเจาไป๋ ดวงตาก็เบิกโพลงขึ้น โชคดีที่แม่นมอบรมสั่งสอนมารยาทมาตั้งแต่เด็ก ขอแค่นางยอมปฏิบัติโดยดี คนอื่นก็จับผิดนางไม่ได้: “เสด็จอาหยุน เสด็จน้าหยุน องค์อ๋องฉุน”
จากนั้น ก็แสร้งทำเป็นสอบถามคนขับรถม้าว่าทำผิดอะไร และบอกว่าจะลงโทษอย่างหนัก สุดท้าย จึงได้อธิบายจุดประสงค์ของการเดินทางมายังจวนอ๋องในครั้งนี้——เพื่อเชิญเสด็จน้าไปร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของนาง
การไปร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติขององค์หญิงคังยี่เมื่อปีที่แล้วไม่มีความทรงจำดี ๆ อะไรเลย หมิงโร่กำลังคิดว่าจะหาเหตุผลอะไรปฏิเสธ ‘ความหวังดี’
เหยียนเจาไป๋เอ่ยปากตรง ๆ ว่า: “ห้ามไป!”
“หา?” ใบหน้าหมิงโร่มองเหยียนเจาไป๋อย่างไม่เข้าใจความหมาย
“อยู่บ้านตัวเองยังถูกคนขับรถม้าของนางขวางจนเข้าบ้านไม่ได้ แล้วยังจะให้ตัวเองไปถูกแกล้งถึงที่อีกเหรอ?” เหยียนเจาไป๋ดึงหมิงโร่เข้าไปข้างใน เดินไปทั้งพร่ำสั่งสอนไป “องค์หญิงเอกนั่นถ้านางดีจริง ต้องไม่เลี้ยงบ่าวรับใช้ให้จองหองอย่างนั้นแน่ คิดว่าปกติก็คงวางอำนาจบาตรใหญ่จนเคยตัว ต่อไปคลุกคลีกับนางให้น้อยลง……”
จิตใจของหมิงโร่เบิกบานขึ้น ใบหน้าดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แล้วก็แอบเหลือบดูองค์หญิงคังยี่ แสดงเป็นเด็กน่าสงสารที่ถูกผู้ปกครองเตือนไม่ให้เล่นกับเด็กไม่ดีอย่างสมบทบาท
องค์หญิงคังยี่ยืนตะลึงอยู่ที่เดิม หน้าตาเหมือนถูกฟ้าผ่าใส่ยังไงยังงั้น——นางทำท่าทางอ่อนโยนที่สุดให้อ๋องฉุนดูแล้วทำไมเขายังรู้สึกว่านางวางอำนาจบาตรใหญ่อยู่?
องค์หญิงคังยี่ใช้สายตาชั่วร้ายมองไปที่คนขับรถม้าที่คุกเข่าร้องขอชีวิต
คนขับรถม้าแอบสำรวจองค์หญิงเอกตลอด เขาก็ควบรถม้าได้เร็วอย่างปลอดภัย องค์หญิงเองก็เคยชินนั่งรถพระที่นั่งที่เขาขับ ปกติต่อให้ปะทะกับผู้สูงศักดิ์ องค์หญิงก็จะทำเป็นบอกว่าจะลงโทษ
อันที่จริง องค์หญิงก็ทรงถือหาง เว้นแต่จะล่วงเกินองค์หญิงเอง ไม่อย่างนั้น จะไม่ลงโทษบ่าวรับใช้ข้างกายที่ทำงานดีเด็ดขาด ดังนั้น ความโอหังของเขานับวันก็ยิ่งทวีคูณขึ้น แต่ว่า สายตาขององค์หญิงในวันนี้ดูเหมือนไม่ใช่เลย……
คนขับรถม้าก้มหน้าลง หดเนื้อหดตัว
ซือห้าวเฉินก็ไม่สนใจใยดีคังยี่เดินตรงดิ่งเข้าจวน
นับว่าพ่อบ้านโจวก็ไว้ใจได้ เตือนด้วยความหวังดีว่า: “องค์หญิงเอก หากท่านยังไม่กลับ เกรงว่าประตูวังจะลงกลอนแล้ว……”
ชิงโม่หงโม่สองนางกำนัลก็กุลีกุจอเตือนว่า: “องค์หญิง พวกเรากลับกันก่อนเถอะ”
องค์หญิงคังยี่ถูกชิงโม่กับหงโม่ประคองขึ้นรถพระที่นั่ง นางยืนอยู่บนตั่ง ขาอีกข้างเหยียบคนขับรถม้าที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ยังคิดที่จะถีบเท้าใส่สักที
ชิงโม่รีบห้ามนางไว้ กระซิบข้างหูองค์หญิงคังยี่ว่า: “องค์หญิงทรงอย่ากริ้ว องครักษ์ของอ๋องฉุนยังดูอยู่ข้างนอกนะเพคะ”
องค์หญิงคังยี่รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าใส่อีกแล้ว ตัวโคลงเคลง ยอมให้คนทั้งสองประคองนางเข้าไปในรถพระที่นั่ง
ก่อนหน้าที่คนขับรถม้าผู้นั้นจะถูกองครักษ์ลากตัวไป จึงต้องหาองครักษ์ที่ควบรถม้าเร็วได้มาทำหน้าที่แทนกะทันหัน รถพระที่นั่งจึงเร่งความเร็วไปยังวังหลวงได้ กลัวแต่ว่าประตูวังหลวงลงกลอนก็จะกลับเข้าไปไม่ได้เท่านั้นเอง
เหยียนเจาไป๋จูงหมิงโร่เดินไปข้างหน้า อันที่จริง เขาก็ไม่ได้ ‘เล่นละคร’ หมดทีเดียว สมัยเด็ก เสด็จแม่ไม่ได้อยู่ข้างกาย เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์กลับวังหลวงทีไรก็ถูกเสด็จพี่ท่านอื่นรังแกทุกที เขาก็ทำอย่างนี้จูงนางกลับไปยังตำหนักหวูเซี๋ย