ตอนที่ 69
บทที่ 443 ไต้เท้าไป๋ลำบากแล้ว
October 28, 2026
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่า การใช้ชีวิตในแผ่นดินใหญ่เฉินหัวแห่งนี้ไม่ง่ายเลย……
เหยียนเจาไป๋กลับมาครั้งนี้ เพราะเรือรบที่ทางตงเหิงจัดให้กองทัพเรือแย่มาก ลงน้ำแล้วยังสู้ความมั่นคงของเรือประมงไม่ได้ ได้แต่ฝึกซ้อมทหารเรือบนบกทุกวัน ไม่ต่างจากการวางแผนรบบนกระดาษ ไม่มีความหมายอะไรเลย
“อีกวันสองวัน เรือรบใหม่ก็จะส่งไปยังกองทัพ” ซือห้าวเฉินนับวัน เรือรบชุดแรกที่ไป๋เชินนำไปก็คงจะกลับมาแล้ว
“ทำที่เข้าท่ามา เรือสำเภาผุ ๆ พวกนั้น ไม่ต้องถูกโจมตีแค่โดนคลื่นใหญ่เข้าหน่อยก็แตกกระจุยแล้ว” เหยียนเจาไป๋รู้สึกว่าฮ่องเต้ตานซู่ตระหนี่เหลือหลายแล้ว ยิ่งไม่เคยเห็นเรือที่เสื่อมโทรมเท่าทัพเรือตงเหิงเลย
“ตั้งแต่ตงเหิงก่อตั้งแคว้นขึ้นมา ก็ไม่เคยทำสงครามทางน้ำ ถวายฎีกาต่อฮ่องเต้ก็ถอนเงินออกมาได้ไม่เท่าไหร่” คนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างฮ่องเต้ตานซู่ แม้แต่ค่าเสบียงก็ยังหักเข้ากระเป๋าส่วนตัว จะไปหวังว่าเขาจะติดตั้งอุปกรณ์กองทัพเรือให้หรือ?
“ยังไงก็ต้องเร่งเข้า ข้าเป็นองค์ชายจากเมืองอื่น ต้องจากตงเหิงกลับหนานหรงก่อนปีนี้แน่” นับดูถี่ถ้วนก็อีกไม่นานแล้ว
ในเมื่อเวลาไม่พอ การฝึกฝนคนจำนวนมากมีความลำบาก สู้ยกตัวอย่างจากเรือรบไม่ได้
ต้องฝึกทหารกลุ่มเล็กออกมาสักกลุ่ม ต่อไปจะได้มีไว้เป็นอ้างอิง
ซือห้าวเฉินบอกความคิดใหม่ให้เหยียนเจาไป๋รู้ เหยียนเจาไป๋ก็รู้สึกว่าใช้ได้ จึงปรับแผนการซ้อมรบใหม่ในใจ
“ในระยะนี้ ถ้าเจ้าสามารถสร้างรองแม่ทัพที่รับคำสั่งปฏิบัติการได้โดยตรงสักสองนาย ข้าจะมอบเรือรบหนึ่งลำให้เจ้า” ซือห้าวเฉินเชื่อมั่น รางวัลสูงอย่างนี้ต้องได้ผู้กล้าแน่นอน
ขนาดเหลือกตามองบนเหยียนเจาไป๋ยังขี้เกียจเลย สภาพทัพเรือของตัวเองเป็นยังไงจะไม่รู้เลยหรือ? เรือโทรม ๆ อย่างนั้นแค่เอาออกไปจับปลาก็ยังไม่กล้าออกไปไกลเลย……
แต่หมิงโร่รู้ว่าเหยียนเจาไป๋มีไม้เถี่ยหนานที่ล้ำค่าไว้ต่อเรือรบอยู่เท่าไหร่ เห็นพี่ห้าจะปฏิเสธ ถ้าเขาปฏิเสธต่อไปจะรู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไป คิดชกอกตัวเองจนหนำใจก็ไม่สามารถแสดงความเสียใจผิดหวังของเขาได้ อย่างน้อยต้องเอาหินก้อนใหญ่วางบนอกแล้วทุบให้แหลก
ดังนั้น หมิงโร่จึงส่งสายตาเอาเป็นเอาตายให้เหยียนเจาไป๋เพื่อให้เขาตอบตกลง
เหยียนเจาไป๋เห็นเสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ใช้ท่าทางแปลก ๆ สมองชงักไปชั่วครู่ก็พยักหน้ารับคำ
จากนั้น จือเฉ่าก็ยกหม้อไฟหยวนหยางออกมา ฝั่งหนึ่งเป็นน้ำสีครีมหอมข้น อีกฝั่งที่ก้นหม้อเป็นน้ำสีแดงสดหอมมีฟองปุด ๆ ขึ้นบนเตาอิฐสีแดงอิฐ ควบคู่กับอากาศภายนอกที่เย็นลง แม่นมตงกับจี้เยว่ก็ยกผักสีสันนานาสำหรับหม้อไฟออกมา
เหยียนเจาไป๋อยู่ในค่ายทหาร เวลาว่างมักจะก่อกองไฟงกับพวกนายพล ต้มน้ำหนึ่งหม้อ เอากุ้งเอาปลาที่ตกมาได้ลวกลงไปในหม้อ รสชาติไม่เลวเลย อีกทั้งกินกันเป็นกลุ่มใหญ่บรรยากาศก็ดี
แต่ที่เสี่ยวจิ่วเอ๋อให้คนเตรียมมาเห็นชัด ๆ ว่าประณีตกว่าเยอะมาก วัตถุดิบไม่เพียงอุดมสมบูรณ์ แม้แต่น้ำหม้อไฟที่ใช้จุ่มก็มีถึงสามชนิด
เหมือนกับคนอื่นที่ลิ้มลองหม้อไฟครั้งแรก เหยียนเจาไป๋กลายเป็นเชลยสเน่ห์ของหม้อไฟแล้วอย่างรวดเร็ว เดิมทีเป็นคนไม่กินเผ็ดเท่าไหร่ กลับโดนเผ็ดจนน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ยังดื้อดึงกินหม้อไฟเผ็ด
จนกระทั่งอิ่มหนำสำราญกลับถึงเรือนรับรองพักผ่อน เหยียนเจาไป๋ถึงนึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้าตัวเองได้รับปากซือห้าวเฉินว่าจะสร้างรองแม่ทัพขึ้นมาสองนาย
อีกทั้งของรางวัลก็อาจจะเป็นเรือรบโทรม ๆ ที่สร้างอย่างจำกัดจำเขียม——ตัวเองตกหลุมพลางของสองผัวเมียคู่นี้แล้วสินะ? เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ถูกบัวลอยงาดำทำเสียคนแล้ว อืม เป็นความผิดของบัวลอยงาดำล้วน ๆ!
วันที่สองพอเช้าตรู่ หมิงโร่พกถุงกำยานที่เตรียมไว้ให้คนของจวนกั๋วกง คิดว่าจะไปเยี่ยมเยียนครอบครัวคุณปู่ที่จวนกั๋วกง เพิ่งจะออกจากเรือนเหมย ก็พบไป๋เชินที่ตากแดดจนตัวดำระดับN กลับมาตัวมอมแมม
“ถวายบังคมองค์ชายา” ไป๋เชินเผยรอยยิ้มที่อบอุ่น
เมื่อก่อนหมิงโร่รู้สึกว่ารอยยิ้มของไป๋เชินสุภาพมาก แต่ตอนนี้ไต้เท้าไป๋กลายเป็นไต้เท้า’เฮย’ ไปแล้ว เห็นฟันสีขาวทั้งปากชัดมาก จนต้องตกตะลึง รู้สึกดีใจแบบแปลก ๆ
“ลำบากไต้เท้าไป๋แล้ว” หมิงโร่มองไปที่สีผิวของไป๋เชินที่ใกล้เคียงกับเพื่อนชาวแอฟริกา ก็เห็นภาพความลำบากในการต่อเรือออก