ตอนที่ 74
บทที่ 448 การวางแผนไม่เล็ก
October 28, 2026
ซือห้าวเฉินยึดถือหลักการ ‘ภูเขาไม่มาหาข้า ข้าก็จะไปหาภูเขา’(เมื่ออีกฝ่ายไม่สนองความต้องการของตน ตนเองก็จะเสนอความต้องการให้อีกฝ่ายแทน)
จับพระชายาน้อยไว้ในอ้อมอก ป้อนชาขิงกว่าครึ่งถ้วยจึงจะยอมวางมือ
หมิงโร่ไร้คำพูดมองขึ้นฟ้า ทันใดนั้นภาพสุดคลาสสิกก็ผุดขึ้นมาในหัว คิดไปคิดมาก็หัวเราะออกมา : “วะฮ่า ๆ”
“หัวเราะอะไร ?” ซือห้าวเฉินหยิกแก้มของหมิงโร่
หมิงโร่หยิบชาขิงอีกถ้วยบนโต๊ะ ยื่นไปที่ริมฝีปากของซือห้าวเฉิน : “พ่อใหญ่ กินยาได้แล้ว !”
คิ้วรูปดาบของซือห้าวเฉินขมวดเล็กน้อย ตามการจัดเรียงความอาวุโสของตระกูลซือ เขาควรจะเป็น ‘พ่อเก้า’ ทว่า ตามการจัดเรียงของตระกูลท่านแน่นอนว่าเขาเป็นลูกชายคนโต ‘พ่อใหญ่’ก็คือ ‘พ่อใหญ่’ สินะ ซือห้าวเฉินรับชาขิงในมือของหมิงโร่ รู้สึกว่าภรรยาหัวเราะแปลก ๆ
ซือห้าวเฉินไม่เก็ตจุดที่หัวเราะอย่างเปิดเผยนี้โดยสิ้นเชิง หมิงโร่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวราวหิมะ จำต้องให้ชีวประวัติที่แพร่หลายของพ่อใหญ่บูกับซือห้าวเฉิน
ซือห้าวเฉินได้ยินเสียงคิ้วต่อสู้กัน คิดเพียงอยากกดนังหนูในอ้อมแขนตีก้นสักที
“ฮ่า ๆ ๆ” หมิงโร่เย้าแหย่การแสดงออกของซือห้าวเฉิน
ซือห้าวเฉินกัดริมฝีปากของหมิงโร่อย่างโหดเหี้ยม : “นังหนูไม่ดี !”
“เจ็บ ๆ ๆ !” หมิงโร่ปิดปากตนเองไว้ “พ่อใหญ่...ฮือ...”
สองคนหยอกล้อกัน มวยผมของหมิงโร่คลายหมดแล้ว
ชูปาพูดอยู่นอกกระโจม : “นายท่าน”
ซือห้าวเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย วันนี้ชูปาอยู่ในจวน ปรากฏตัวอยู่ที่นี่คงจะมีเรื่องอะไรมารายงาน
ซือห้าวเฉินช่วยหมิงโร่จัดการเสื้อผ้าและทรงผม จึงเปิดปากพูด : “เข้ามา”
“นายท่าน พระชายา” หลังจากชูปาแสดงความเคารพแล้วจึงรายงาน “ตอนบ่ายจางกงกงมาประกาศพระราชโองการ นายท่านไม่อยู่บนตำหนัก เขาก็รออยู่ที่ประตูวัง ตอนที่ข้าราชบริพาลออกมา ยังมิไปไหน
ข่าวที่กระจายออกมาจากวังบอกว่า ตระกูลชือทางตะวันออกของเมืองถูกโจรปล้นสะดม ผู้คุ้มกันที่เฝ้ายามตอนกลางคืนถูกฆ่าตายหมด นายท่านชือ ฮูหยินตระกูลเหยาและลูกชายคนโต ถูกคนเลวลักพาตัวไป คนเลวทิ้งคำพูดไว้ ต้องการสามล้านตำลึงเพื่อไถ่ตัวนายท่านทั้งสามของตระกูลชือ ให้เวลาเพียงสามวัน ให้ตระกูลชือเตรียมเงิน ถ้าไม่ได้รับเงินค่าไถ่ ทุกวันจะฆ่าหนึ่งคน
ฝ่าบาทตรัสว่า คดีนี้เกี่ยวเนื่องไปถึงขุนนางในราชสำนัก ผลกระทบนั้นเลวร้ายยิ่งนัก จึงมีพระราชโองการโดยเฉพาะ สั่งให้นายท่านควบคุมตรวจสอบสามกรมสะสางคดีภายในสามวัน ช่วยใต้เท้าชือและพ่อแม่กลับมา...”
“เจ้าพูดว่าใต้เท้าชือ ทว่าขุนนางส่วนพระองค์กรมพระคลังชือจงเฉิง ?” หมิงโร่ติดต่อกับฮูหยินจูที่อีกนิดเกือบจะแท้งลูก ทันได้นั้นก็คิดได้ ตระกูลชือนี้ แปดสิบเปอร์เซนต์ก็คือครอบครัวฝ่ายหญิงของฮูหยินจู
“ถูกต้อง” ชูปาพยักหน้าตอบรับ
ซือห้าวเฉินอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว ชือจงเฉิงนี่เป็นใครกัน เขาไม่รู้เลย พระชายารู้ได้อย่างไรกัน ?
หมิงโร่ดูการแสดงออกของซือห้าวเฉิน ก็รู้ทันทีว่าเขาไม่ได้นำความสัมพันธ์มาเรียงต่อกัน : “ชือจงเฉิงเป็นท่านน้าเล็กของนายท่านจูที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในพระนคร ปีนี้สอบจอหงวนรอบสุดท้ายได้อันดับที่สาม จากนั้นเข้ากรมพระคลังเป็นขุนนางส่วนพระองค์”
“~อ้อ ยอดรักรู้อย่างละเอียดเสียจริง~” ซือห้าวเฉินตั้งใจลากเสียงยาว น้ำเสียงนั้นยังคงอิจฉาเล็กน้อย “ข้าคิดขึ้นได้ ทั่นฮัวหล่างที่ยอดรักโยนบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างน่ะ”
“...”หมิงโร่ตากระตุก จุดสนใจของแฟนหนุ่มผู้เป็นที่รัก ผิดประเด็นไปมาก การร้องขอชีวิตของหมิงโร่กำลังจะยากที่จะอยู่ในเส้นทาง “เช้าวันนี้พี่สาวของใต้เท้าชือเกือบจะแท้งลูก ในเวลานี้ยังรักษาครรภ์อยู่ที่โรงยาพระหนึ่ง เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายในตระกูลนี้”