ตอนที่ 76
บทที่ 450 ไม่กล้ามีความคิดเห็น
October 28, 2026
“งั้นก็พาพ่อบ้านมา” ซือห้าวเฉินกล่าว
ไม่นานนักชูปาก็พาพ่อบ้านมายังห้องหนังสือนอกเรือน ซือห้าวเฉินนั่งตัวตรงอยู่เก้าอี้กลมหลังโต๊ะเขียนหนังสือ ทำให้คนรู้สึกถึงอำนาจเป็นอย่างมาก
พ่อบ้านจวนชือถึงแม้จะเคยผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาแล้ว ทว่าเผชิญหน้ากับหยุนชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังรู้สึกกดดันมาก เพียงเข้าประตูไปก็คุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว : “กระหม่อมชือหว้างน้อมพบท่านอ๋อง ท่านอ๋องโปรดวางใจ”
หมิงโร่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากบังลม เกือบจะหลุดหัวเราะ ‘ผิดหวัง’ ? ชื่อนี้พิเศษเสียจริง
ซือห้าวเฉินไม่ได้สนใจว่าพ่อบ้านจะชื่ออะไร ถามพ่อบ้านเรื่องของจวนชือเท่านั้น
“คืนก่อนหน้านี้มีคนเลวเข้ามาในจวน กระหม่อมกลับไม่รู้เลยสักนิด ราวกับหลับเป็นตาย วันที่สองเด็กรับใช้ที่รับผิดชอบทำความสะอาด พบว่าในลานเรือนมีคราบเลือด จึงได้บอกกระหม่อม กระหม่อมไปตรวจสอบดู พบว่าอารักขาเรือนในจวนประสบกับมืออำมหิต
กระหม่อมรีบไปรายงานกับนายท่าน พบว่าประตูห้องนอนของนายท่านเปิดไว้กว้าง บนประตูยังใช้กริชตอกข้อความเรียกค่าไถ่ กระหม่อมจึงไปตรวจสอบเรือนของท่านชายใหญ่และเรือนของฮูหยิน ยืนยันตามบันทึกกล่าว นายท่าน ฮูหยิน ท่านชายใหญ่ทั้งหมดหายไป...
กระหม่อมไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จึงไปรายงานคุณหนูใหญ่ที่จวนจู และไปรายงานต่อขุนนางกับท่านชาย”
ต่อมา พ่อบ้านชือยังบอกเรื่องเก่าเก็บมานานหลายปีของจวนชือ บ้านเกิดของนายท่านชืออยู่ที่ซีหนานพ่อของเขาก็เป็นขุนนางชนบทที่มีชื่อที่นั่น เดิมทีฮูหยินชือเป็นหญิงรับใช้ในจวน ในปีนั้นนายท่านชือเพื่อที่จะแต่งฮูหยินชือเป็นภรรยา จึงได้มีปากเสียงกับที่บ้าน จนกระทั่งถูกไล่ออกจากตระกูล นายท่านชือพาฮูหยินและของมีค่าบางอย่าง มาขอพึ่งผู้พี่ที่พระนคร
ในปีนั้นพ่อบ้านชือคือเด็กรับใช้ที่นายท่านชือพาออกมาจากบ้านเกิด มองดูนายท่านชือหลายปีมานี้ ค่อย ๆ ทิ้งทรัพย์สินในบ้าน ฮูหยินชือให้กำเนิดลูกชายลูกสาวคู่หนึ่ง ครอบครัวก็ยิ่งรักใคร่ปรองดองกัน
เหตุการณ์ไม่คาดคิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน ในตอนนี้คุณหนูใหญ่ออกเรือนไปได้ไม่นาน ฮูหยินวัดฉงเซิ่งขอพร ระหว่างทางได้พบกับนางน้อยที่พ่อแม่เสียชีวิต และพี่ชายต้องการขายนางแลกเงิน ฮูหยินมองดูนางน้อยนั่นอายุไม่ห่างกับคุณหนูใหญ่มากนัก สงสารนางที่ชีวิตยากลำบาก ก็ซื้อกลับมาเป็นหญิงรับใช้
คิดไม่ถึงว่าแม่นางกุ้ยเซียงนั่นมิใช่คนที่พอใจในหน้าที่ ไม่นานนักก็มอมเมานายท่าน ไม่เพียงแต่ทำให้นายท่านที่ต่อต้านแต่งนางสนมมาตลอดยกนางให้เป็นท่านน้า ยังเชื่อฟังคำพูดของนาง แม้กระทั่งให้คนในจวนเรียกนางว่าฮูหยินกุ้ย หลายปีมานี้ นายท่านชือลำเอียงไปทางฮูหยินกุ้ย ฮูหยินและท่านชายใหญ่ต้องกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมอย่างมาก...
พ่อบ้านชือพูดไม่หยุกปากเรื่องราวมากมาย หมิงโร่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าท่านน้านั่นมีปัญหา หญิงรับใช้คนหนึ่งที่ถูกซื้อกลับมา สุดท้ายนึกไม่ถึงว่าจะกดขี่ฮูหยินที่ซื้อนางกลับมาจนเงยหัวไม่ขึ้น ช่างมีความสามารถเสียนี่กระไร !
พ่อบ้านพูดทุกอย่างที่ตนเองรู้ ก่อนจะจากไปขอร้องให้หยุนชินอ๋องช่วยนายท่าน ฮูหยิน และท่านชายของเขา วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาสามวันแล้ว
ซือห้าวเฉินตัดสินใจว่าจะไปตรวจสอบจวนชือด้วยตนเอง ทันใดนั้นหมิงโร่ก็อาสาจะทำเอง : “ท่านน้ากุ้ยนั่นถึงแม้จะมิใช่แขก แต่ข้าสามารถแต่งตัวเป็นหมอหญิง ไปพบนางได้”
“ข้าจะไปตรวจคดีมิใช่ไปเป็นแขก ศาลปกครองดำเนินคดียังจะยอมให้นางพบหรือไม่พบ ?” ซือห้าวเฉินพูดและกำลังจะออกไป
“เช่นนั้นข้าไป” หมิงโร่รีบตามไปทันที
“ไปกันเถอะ ท่านหมอหญิง” ซือห้าวเฉินโบกไม้โบกมือเป็นการเชิญ
หมิงโร่เอียงหัวเล็กน้อย : “ตรวจคดีพาหมอหญิงไปรู้สึกไม่ถูกต้อง ข้าต้องแต่งเป็นนักกฎ... มือชันสูตรนั่นน่ะ...”
“มือชันสูตรก็คงไม่เหมาะ เช่นนั้นเจ้าแต่งเป็นข้า ?” ซือห้าวเฉินลูบหน้าผาก เขาไม่ค่อยเข้าใจว่านังหนูนี่คิดอะไรอยู่ นางอยู่ข้างตนเอง ก็คงไม่มีใครกล้าถามนาง ?
หมิงโร่ตั้งใจคิดไตร่ตรองอีกครั้ง : “ข้าแต่งเป็นเจ้า งั้นเจ้าจะทำเช่นไร ?”
“นวลน้องรู้สึกว่า ข้าแต่งเป็นหมอหญิงเป็นอย่างไร ?” ซือห้าวเฉินดีดหน้าผากหมิงโร่ไปหนึ่งที