ตอนที่ 82
บทที่ 456 เตรียมใจไว้สำหรับการถูกตราหน้าแล้ว
October 28, 2026
หมิงโร่แอบมีมีความหวังขึ้นในใจต่อฉินโม่อยู่บ้าง ศิษย์พี่ผู้เมตตาท่านนี้ทำความดีความชอบก็ตั้งมากมายในจวนชือ แต่กลับลืมเรื่องที่ว่าทำไมจึงไปที่นั่นไปได้อย่างหมดจดได้อย่างไร......
พ่อบ้านโจวยังรอรับคำสั่งอยู่ ซือห้าวเฉินกลับไม่ได้ใส่ใจอะไร: “ก็ยังเหมือนกับปีที่ผ่านมาเลย”
พ่อบ้านโจวก็รายงานเรื่องจิปาถะในตำหนักอีกเล็กน้อย หมิงโร่ก็ไม่สนใจอะไร ตามความคิดของหมอหมิงแล้วนั้น การทำงานเสร็จแล้วกลับบ้าน เรื่องที่สำคัญที่สุดแน่นอนว่าคือการอาบน้ำเปลี่ยนชุด
หมิงโร่ล้างเนื้อล้างตัวเสร็จแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดเอ่าฉวินทั้งตัวแล้วกลับไปยังห้องบรรทม พ่อบ้านโจวก็กลับไปนานแล้ว
ซือห้าวเฉินก็เปลี่ยนเป็นชุดที่จะออกจากบ้าน เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคลุมไหมที่ดูหลวมๆ แขนกว้างๆ ลายเมฆไหลทั้งตัว นั่งชงชาอยู่ในศาลาน้ำชา
“จะดื่มสักถ้วยหน่อยไหม?” ซือห้าวเฉินเขย่าชาสีทองที่อยู่ในถ้วยอยู่
“น้ำเสียงท่าทางของเจ้าราวกับว่ากำลังเชิญคนดื่มเหล้า” หมิงโร่นั่งขัดสมาธิอยู่ด้านตรงข้ามซือห้าวเฉิน
“ข้ามิกล้าให้เจ้าดื่มเหล้าหรอก” นังหนูเมาแล้วที่จริงก้น่ารักดีออก แต่ว่าก็ช่างยั่วยวนคนนัก ตนเองไม่สามารถข่มใจเอาไว้ได้เป็นแน่
หมิงโร่ยกจอกชาขึ้นมา ดอมดมกลิ่นชาที่ลอยเป็นควันออกมาคุกรุ่นอยู่: “พิธีต้อนรับเหมันตฤดูที่พ่อบ้านโจวพูดนั้นคือเอามาทำอะไรหรือ?”
“พวกชาวบ้านก็เรียกกันว่าเทศกาลสารทจีน ทุกปีฮ่องเต้ก็จะเป็นผู้นำราชวงศ์ไปจัดพิธีต้อนรับเหมันตฤดูทางสำนักกัศปะด้านนั้น สำนึกในตัวของทหารที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ยังเชื้อเชิญลูกหลานผู้สืบทอดของพวกเขามาเข้าวร่มงานเลี้ยง เข้าวังเพื่อร่วมพิธีกินเจด้วย”
“โอ้ว งั้นต้องเชิญคนมากมายเท่าไรกัน?” หมิงโร่รู้สึกว่าหลายปีมานี้ ทหารที่ตายในสนามรบไม่น่าจะน้อยเลย
“เด็กโง่” ซือห้าวเฉินเขกกระบาลของหมิงโร่ไปทีหนึ่ง “แน่นอนว่าคนที่โปรดให้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้องเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมและลูกหลานผู้สืบทอดสกุลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบธรรม”
“อ่อ” ในใจของหมิงโร่ก็กลัดกลุ้มเล็กน้อย มิน่าต่างก็จะต้องพยายามขวนขวายกัน ไม่มีฐานะตำแหน่งทางการทหาร ตายไปก็เท่ากับเสีบเปล่า ดูเหมือนว่าจะไม่คู่ควรที่จะให้คนจดจำ
เพียงแค่การแสดงออกมาแค่ท่าเดียว ซือห้าวเฉินก็ทราบดีว่านังหนูกำลังคิดอะไร แต่ทว่า เขาก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจอย่างไรดี บนโลกนี้ก็ไม่เสมอภาคเช่นนี้อยู่แล้ว
ได้เพียงยื่นมือออกไปลูบผมของนางครู่หนึ่ง ก็นับว่าเป็นการปลอบใจแล้ว
“ไปเมื่อไหร่ ต้องทำอะไรบ้าง?” หมิงโร่สืบค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานพิธีต้อนรับเหมันตฤดูแม้แต่นิดเลย เดาว่าเป็นที่ตงเหิงถึงจะมีพิธีกรรมเซ่นไหว้
“วันมะรืนออกเดินทางรุ่งสาง พิธีเซ่นไหว้จัดโดยหัวหน้าพิธีของกรมพิธีการ เจ้าดูอยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว สุดท้ายก็แค่จุดธูปก็เสร็จแล้ว” ซือห้าวเฉินดูท่าทางของหมิงโร่ค่อนข้างงุนงง “ถึงตอนนั้นแม่นมต่งจะอยู่ข้างๆ เจ้า ไม่ต้องกังวลไป”
“ก็ได้” หมิงโร่พยักหน้า “สำนักกัศปะอยู่ใกล้กับหอโอบจันทราน่ะ ศิษย์พี่จะมาเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า?”
“เขาน่ะเหรอก็คงจะขี้เกียจไป......” ซือห้าวเฉินยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างพ่นลมหายใจออกมา “ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นพวกหาตัวได้ยากแต่บทอยากจะออกมาก็ออกง่ายๆ แม้แต่จำนวนครั้งที่ตานซู่เจอเขาก็ยังสามารถนับนิ้วได้เลย”
“ฮะ?” หมิงโร่ยังคิดว่าเพียงแค่เป็นเรื่องพิธีกรรมเซ่นไหว้อะไรพวกนี้ ศิษย์พี่ก็จะต้องปรากฏตัวตลอดเสียอีก
“จะต้องประหลาดใจถึงเพียงนี้เลยหรือ?” ซือห้าวเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าจวินเช่อคบหาได้ง่ายงั้นหรือ?”
“ศิษย์พี่เนื้อแท้ก็เป็นคนดี ไม่ได้คบหาได้ยากเสียหน่อยนี่นา?” หมิงโร่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ศิษย์พี่ทั้งอ่อนโยนและสง่างาม อีกทั้งยังเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีก ของขวัญที่มอบให้ในแต่ละครั้งทั้งแปลกใหม่ทั้งใช้ประโยชน์ได้ ยังปกป้องคนอันเป็นที่รัก......ยังไงก็ดีไปหมดทุกอย่างเลย เบ็ดเสร็จโดยรวมแล้วก็คือศิษย์พี่ที่ดีของมวลชนน่ะ!
“อืม” ซือห้าวเฉินคิดถึงตอนที่จวินเช่ออยู่ตรงหน้านังหนู ท่าทางที่ว่าง่ายเช่นนั้นก็น่าคบหาง่ายจริงๆ นั่นแหละ
หมิงโร่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่หลงงมงาย พอเห็นท่าทางคำพูดที่ซือห้าวเฉินพูดออกมานั้นก็เข้าใจไปเจ็ดแปดส่วนแล้วว่า: “เรื่องแบบนี้ยังไงก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ข้ารู้สึกว่าม้าไม้ไผ่ของข้าก็น่าคบหามากเช่นกันนะ”
“พิธีต้อนรับเหมันตฤดูต้องใส่ชุดสีสุภาพอ่อนๆ เจ้าใส่ให้มันหนาหน่อยละกัน ต้องอยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน” ซือห้าวเฉินกำชับ
“ทราบแล้วล่ะ” หมิงโร่ใช้มือเท้าคางเอาไว้ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าเหมือนท่านหมอมากเสียยิ่งกว่าข้าอีกนะ”