ตอนที่ 108
บทที่ 482 ดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง
October 28, 2026
หนอนพิษกู่ที่เดิมมีสีสนิม พอแช่สุราก็กลายเป็นโปร่งใสไร้สี ดูให้ละเอียดก็ไม่พบเส้นสนกลใน
เสียดายก็แค่ ภายใต้นัยน์ตาม่านตาสีม่วงของซือห้าวเฉิน หนอนพิษกู่ที่เหมือนไหมขาวจนเห็นได้ชัด ท่าทางยุบยับของมันในสุราทำให้คนสยดสยอง
ตัวน่าขยะแขยงแบบนี้ ซือห้าวเฉินไม่คิดจะเหลือบมองแม้แต่หางตาแล้วจะดื่มลงได้ยังไง?
อยู่ ๆ หลิงหลงก็กระพือปีกน้อย ๆ ‘น้ำไม่ดี’ แต่ละอย่างก็ปุด ๆ ขึ้นเป็นฟอง:คิดจะใช้กู่กามรมย์ห่วย ๆ แย่งท่านพ่อ เจ้าเห็นข้ากับท่านแม่โง่เหรอไง?
หลังจากสื่อสารกันพักหนึ่ง สายตาของหมิงโร่่ก็ฉายแววความเจ้าเล่ห์แผลง ๆ
นางดึงแขนเสื้อแฟนหนุ่มเบา ๆ ขณะที่ซือห้าวเฉินหลับตาลง นางก็ทำไม้ทำมือ
องค์หญิงลั่วหลิงกำลังคิดว่าถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จจะเก็บกู่กามรมย์กลับมายังไง ก็เห็นนิ้วมือเรียวเป็นระเบียบของหยุนชินอ๋องหยิบจอกสุราขึ้นมาเขย่าเบา ๆ ใช้แขนเสื้อกำบังยกจอกสุราขึ้น ‘ดื่ม’
หมิงโร่่เข้าขากับซือห้าวเฉินอย่างกับรู้ใจกัน จอกสุราทั้งจอกถูกเก็บไว้ในห้วงกาลเวลา หลิงหลงดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เรื่องใช้ กู่กามรมย์ ‘รวมหัวรวบหาง’ รับรองว่าอีกเดี๋ยว ‘แม่บังเกิดเกล้า’ ของมันจะบงการให้มันไม่ขยับ
พอเห็นหยุนชินอ๋องดื่มสุราจอกนั้นไปแล้ว องค์หญิงลั่วหลิงก็ดีใจกว่าที่คาดเอาไว้
พอกู่กามรมย์เข้าสู่ร่างกาย ต้องหลับสักสามถึงห้าชั่วยามจึงจะควบคุมได้ยิ่งดี องค์หญิงลั่วหลิงจึงอดกลั้นความคิดที่จะสะกดกู่กามรมย์ให้เคลื่อนไหวทันที ยิ้มสรวลกลับเข้าที่นั่งของตัวเอง
รอยยิ้มขององค์หญิงลั่วหลิงช่างวาบหวาม ดึงให้ผู้คนเดาความคิดของนางออกได้อย่างรวดเร็ว
เฟิงมู่หลิงเห็นท่าทางได้ใจขององค์หญิงลั่วหลิง ก็รู้สึกได้ทันทีว่าสุราที่นางคารวะหยุนชินอ๋องมีปัญหา
แต่ว่า เมื่อนึกถึงพระชายาหยุนชินอ๋องที่แบกภารกิจรับผิดชอบกู่ทิพย์พวกเขาจึงไม่น่าจะหลงกล
ทั้งที่ หนอนพิษกู่ทั้งหมดเมื่ออยู่ต่อหน้ากู่ทิพย์ ก็จะทำตัวหดเล็กเปราะบาง
ในงานเฉลิมฉลองพระบรมราชสมภพ หมิงโร่่เห็นของขวัญที่กรมพิธีการเตรียมให้ฮ่องเต้เซิ่ง——เป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมหยกฝังทองคำ
เจ้าแม่กวนอิมผู้ทรงพระเมตตานั่งบนดอกบัวทองคำบริสุทธิ์ ในมือถือแจกันหยกบริสุทธิ์ที่ปักกิ่งหลิวทองคำเอาไว้
รูปปั้นกวนอิมองค์นี้ลำพังแค่ดูก็ไม่เลว แต่เมื่อเทียบกับเตียงหยกที่เฟิงมู่หยวนถวายแด่ฮ่องเต้ตานซู่ช่างต่างกันลิบลับนัก หมิงโร่่ถอนหายใจอีกครั้ง——ฮ่องเต้ตานซู่นี่ช่างตระหนี่จริง ๆ! ทำให้พวกเขาที่คอยวิ่งเต้นเป็นธุระต้องอายแทน
หลังงานเฉลิมฉลองพระบรมราชสมภพ ฮ่องเต้เซิ่งรับสั่งให้หยุนชินอ๋องแห่งตงเหิงเข้าเฝ้าเพียงลำพัง
ระหว่างที่ขุนนางตงเหิงกับฝ่ายบุ๋นและบู๊ของซีคังเดาว่าฮ่องเต้เซิ่งมีราชกิจลับอะไรกับหยุนชินอ๋อง หมิงโร่่ก็ได้ตรวจอาการหลังผ่าตัดให้ฮ่องเต้เซิ่ง
“บาดแผลผ่าตัดฟื้นตัวดีมาก อาหารเครื่องดื่มสามเดือนหลังจากนี้ต้องเสวยรสจืดเป็นหลัก”
“ได้” ฮ่องเต้เซิ่งพยักหน้า “ข้ามีอาการวิงเวียนศีรษะ ไม่ทราบว่าพระชายาหยุนชินอ๋องมีทางรักษาหรือไม่”
“อาการวิงเวียนนี้ไม่สามารถรักษาได้ ได้แต่ปรับให้ทุเลาลง” หมิงโร่่หยิบขวดลายคราม 2 ขวดจาก ‘แขนเสื้อ’
“ยาเม็ดขวดลายครามสีขาวเสวยวันละ 1 เม็ด ช่วยควบคุมไม่ให้อาการกำเริบ ขวดลายครามสีเขียว เสวย1เม็ดเมื่อมีอาการกำเริบ
ยาที่ใช้ควบคุมอาการประจำวันหม่อมฉันเขียนตำรับยาไว้แล้ว พระองค์ให้หมอหลวงทำยาตามตำรับได้เลย นี่เป็นยาฉุกเฉิน พวกเขากลั่นไม่ได้หม่อมฉันเขียนไปก็เปล่าประโยชน์”
“พระชายาหยุนชินอ๋องเขียนมาไว้เถิด ส่วนกลั่นได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขา” ฮ่องเต้เซิ่งไม่ได้ทรงคิดหยุมหยิมแต่อย่างใด เพียงแต่สงสัยยาเม็ดแบนสีเหลืองเม็ดเล็กนี้ ไม่มีกลิ่นยาแม้แต่น้อย แล้วใช้ตัวยาใดกลั่นออกมา
“ก็ได้” หมิงโร่่หยิบกระดาษมาอีก 1 แผ่น เขียนสูตรเคมีของยานิฟิดิปีนลงไป……
ฮ่องเต้เซิ่งดูแล้วเหมือนใยแมงมุมจึงถามด้วยความไม่แน่ใจว่า: “นี่คือตำรับยาหรือ?”
“อืม” หมิงโร่่พยักหน้าจริงจัง