ตอนที่ 109
บทที่ 483 เจ้ามีแผนอะไร
October 28, 2026
“พรุ่งนี้เราจะไปจากกรุงฮวาเมืองไสย เจ้ายังมีเวลาไตร่ตรองอยู่” หมิงโร่่ให้อะยวนไปคิดดูให้ดี
หลิงหลงเปลี่ยนแปลงกู่กามรมย์เรียบร้อย หนอนพิษกู่ที่เหมือนไหมแก้วก่อนหน้า ตอนนี้กลายเป็นตัวเท่าหนอนไหมสีทอง มีสีแดงเลือดทั่วตัว บนหัวมีแกละสองแกละด้วย……
หนอนพิษกู่ตัวนี้เดิมเป็นลูกหนอนกู่ ได้แต่ถูกแม่หนอนกู่ควบคุม แต่พอได้รับพรเพิ่มศักยภาพจากหลิงหลง ก็กลับกลายควบคุมแม่หนอนกู่ได้อย่างสมบูรณ์
หมิงโร่่มีภูมิต้านทานต่อหนอนทุกชนิด ได้รีบนำหนอนพิษกู่ตัวนั้นบรรจุลงขวดปากกว้างแล้วปิดฝาขวดจนแน่นสนิท
อยู่ ๆ หลิงหลงก็สยายปีกลงมาที่ปลายนิ้วมือหมิงโร่่:ท่านแม่ เอาหนอนพิษกู่ให้หมูกินสิ หญิงโง่ผู้นั้นจะได้รักกับหมู
หมิงโร่่ลูบปีกของหลิงหลง: “เจ้าหมูทำผิดอะไร ทำไมต้องประสมกับนาง?”
หลิงหลงถูกถามจนสับสนเล็กน้อย มันก็ไม่เคยคำนึงถึงความจริง เจ้าหมูก็คงไม่ยินยอมแน่:อย่างนั้นลูกก็เสียแรงดัดแปลงกู่กามรมย์สิ ฮึ่ม ๆๆ……
“วางใจเถอะ ต้องหาคนที่ยินยอมได้แน่” หมิงโร่่ปลอบหลิงหลงที่ขนกำลังชูชัน
“จึก ๆๆๆ……” จิ้งจอกเงินน้อยใช้กรงเล็บเกาชายกระโปรงหมิงโร่่
หมิงโร่่จับต้นคอจิ้งจอกเงินเอาตัวมันขึ้นมาบนโต๊ะ: “เจ้าทำอะไร?อะยวนป้อนขาไก่เจ้าเหรอ?”
“จึก ๆ……จึก ๆ……” จิ้งจอกเงินน้อยกระโดดขึ้นลงบนโต๊ะ
“ตอนเว่ยโป๋อยู่กับศิษย์พี่ก็สงบเสงี่ยมดีทำไมตอนนี้ถึงคึกคักนัก?” หมิงโร่่เกาคาง
อยู่ ๆ หลิงหลงก็ปรากฏตัวตรงหน้าเว่ยโป๋ ลงมาอยู่ที่ปลายจมูกของเว่ยโป๋อย่างแน่นิ่ง เว่ยโป๋อยากตะปบผีเสื้อหลากสีตัวนี้สักที แต่ว่า ‘ชะตากรรม’ ที่รู้สึกว่าถูกบีบต้นคอไว้ก็มาอีกแล้ว……
เว่ยโป๋ก็เปลี่ยนเป็นเจ้าก้อนขนกลม--ภูตผีปีศาจโผล่จากไหนกัน ทำข้าจิ้งจอกตกใจหมด
หมิงโร่่ลูบขนไปสองที รู้สึกสบายมือดี จากนั้นก็เรียกชูซานมามอบภาระให้เขาไปจัดการนิดหน่อย
เฟิงมู่หลิงได้ข่าวว่า พรุ่งนี้หยุนชินอ๋องกับพระชายาหยุนชินอ๋องจะไปจากกรุงฮวาเมืองไสย มื้อค่ำจึงจัดงานเลี้ยงส่งที่หอเทียนซิงซึ่งเป็นหอมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงฮวา
หมิงโร่่ถือหลักที่ว่า ‘ไหน ๆ ก็มาแล้ว’ กะว่ารับประทานมื้อค่ำเสร็จค่อยไปชมทิวทัศน์ขึ้นชื่อ——โคมไฟตำหนักหมอไสยแห่งกรุงฮวาเสียหน่อย
“อันที่จริง โคมไฟตำหนักหมอไสย ต้องดูที่นี่ถึงสวยที่สุด” นี่เป็นชั้นสูงสุดของหอเทียนซิง หลังจากเฟิงมู่หลิงเปิดหน้าต่าง ตรงข้ามภูเขาก็คือตำหนักแม่หมอที่สว่างไสวด้วยโคมไฟ
เริ่มตั้งแต่เอวเขาจนถึงยอดเขา พระราชวังที่ดูซ้อนทับกัน ระเบียงทางเดินทั้งหมดแขวนไปด้วยโคมพระราชวัง ในคืนที่ท้องฟ้าเป็นสีดำน้ำเงินจึงดูเหลืองอร่ามโชนแสงเป็นพิเศษ
“โคมไฟนี่ดูไกล ๆ แล้วสวยมาก แต่ถ้าตัวอยู่ในนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับอุทยานพระราชวังทั่วไปเลย” เฟิงมู่หลิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“เขาเรียกว่าคนในดูไม่ออกคนนอกเห็นชัด” หมิงโร่่ล้อเล่น
“ถูกต้อง” เฟิงมู่หลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“จริงสิ พวกเรายังไม่ได้ยินดีที่องค์รัชทายาทได้สถาปนาเป็นว่าที่กษัตริย์เลย” หมิงโร่่รินสาโทให้ตัวเองหนึ่งจอก
ซือห้าวเฉินตรงมาแย่งจอกสุราไป: “ข้าขอดื่มแทนพระชายา”
“ข้าดื่มไม่ค่อยเก่ง เหอะ ๆ” หมิงโร่่ลืมไปชั่วขณะ ปริมาณการรับแอลกอฮอล์ของร่างนี้ อันที่จริงบอว่าเก่งไม่เก่งไม่ได้ เพราะเดิมก็ไม่เก่งอยู่แล้ว
ดื่มจอกนี้ลงไปคงได้เจอกันพรุ่งนี้เลย เช่นนั้นต้องเสียเวลาธุระแน่ คืนนี้ยังมี ‘รายการอื่น’ อีกนะ
หมิงโร่่เอาแต่สนใจชิมอาหารประจำถิ่นของซีคัง เฟิงมู่หลิงกลับหารือการเมืองกับซือห้าวเฉิน เฟิงมู่หลิงอยากให้จุดตัดชายแดนกับซีคังจัดตั้งฝ่ายภาษีการค้าเฉพาะ
ซือห้าวเฉินก็อยากเห็นความสำเร็จการจัดตั้งฝ่ายภาษีการค้าเฉพาะ มีเพียงการแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง จึงจะส่งเสริมการผสมผสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ