ตอนที่ 123
บทที่ 497 นายท่านเชิญ
October 28, 2026
“ขบวนเรือมีเรือลำใหญ่สามลำ มีเพียงหนึ่งลำที่รับผู้โดยสาร ลำที่เหลืออีกลำเป็นเรือสินค้า อีกลำเป็นเรือที่ตระกูลเป่ยกงใช้เอง” ท่านเหว่ยกล่าว “พรุ่งนี้ข้าจะไปสืบข่าวตั๋วเรือ ไม่รู้ว่ายังมีอยู่ไหม”
“อ๊ะ ? ตั๋วเรือขายดีจนเทน้ำเทท่า มิใช่ว่าควรจะเป็นขบวนเรือที่ยิ่งใหญ่หรือ ? เหตุใดถึงมีเรือเพียงสามลำ ?” หมิงโร่ไม่เข้าใจ
“ก่อนอื่น บนทะเลขั้วโลกตะวันออกมีหมอกหนาทึบโขดหินมากมาย ถึงแม้จะเดินทางเส้นทางเดินเรือนี้มาหลายรอบแล้ว การเดินเรือก็ยังอันตรายมาก คนที่ยินยอมเสี่ยงภัยออกทะเลจึงไม่มาก
รองลงมา และสำคัญที่สุดคือ--ทะเลขั้วโลกตะวันออกคลื่นลมแรง เรือทั่วไปไม่สามารถทนได้ มีเพียงเรือที่ต่อจากไม้เถี่ยหนาน ที่จะเดินเรือในทะเลขั้วโลกตะวันออกได้” ท่านเหว่ยอธิบาย “ไม้เถี่ยหนานถึงแม้พันปีไม่ตาย หลังจากตายพันปีไม่ล้ม หลังจากล้มพันปีไม่สลาย ทว่าอยู่ในจงโจวแม้แต่แคว้นสี่ ก็เกือบจะสาบสูญไปหมดสิ้นแล้ว ตระกูลเป่ยกงสามารถต่อเรือลำใหญ่ออกมาได้สามลำ ก็ทำได้ยากมากแล้ว”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” มิน่าล่ะซือห้าวเฉินจึงรีบร้อนให้ไป๋เชินเปิดโรงต่อเรือ แท้ที่จริงแล้วเวลานั้นก็วางแผนไปยังจงโจวแล้ว
“พวกเขาจะไปกับข้าไหม ? ถ้าไปด้วยกัน ข้าจะได้จองตั๋วเรือด้วยกันเลย” ท่านเหว่ยถาม
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว” ซือห้าวเฉินพยักหน้า
“หยุนชินอ๋องอย่าได้เกรงใจ บุญคุณของสามีภรรยาผู้มีคุณธรรมแจกจ่ายยาให้คนจน ข้ายากจะลืมเลือน” ท่านเหว่ยรีบคำนับ
ท่านเหว่ยยังเล่าความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างตระกูลใหญ่ทั้งสี่ของจงโจว และยังพูดถึงดินฟ้าอากาศและประเพณีนิยม ไม่นานนักก็ถึงยามจื่อแล้ว
อานซินและอานเซินจุดดอกไม้ไฟอยู่ที่พื้นที่โล่งหน้าตำหนักหลัก ดอกไม้ไฟหลากสีสันแตกออกในอากาศ เป็นฉากที่สวยงามวิจิตรของดอกไม้ไฟ
หมิงโร่อยู่ข้างนอกมองดูดอกไม้ไฟอยู่นาน พ่อครัวก็ยกเกี๊ยวน้ำและลูกอี๋มา
นายท่านไม่มีความสนใจกับพลุและดอกไม้ไฟ เพียงแค่อยู่เป็นเพื่อนศิษย์ก็เท่านั้น เห็นพ่อครัวส่งอาหารมา ก็รีบเรียกทุกคนกลับตำหนักกินลูกอี๋
“นี่คือเกี๊ยวน้ำสินะ ?” นายท่านได้ยินอานเซินพูดว่ายามจื่อกินลูกอี๋ มองดูเกี๊ยวน้ำขาว ๆ อ้วน ๆ จึงแปลกใจค่อนข้างมาก
“อืม คุณพี่ชอบกินเกี๊ยวน้ำวันส่งท้ายปีเก่า” หมิงโร่โยนความรับผิดชอบไปในอากาศ
“ข้าไม่ค่อยชอบกินขนมที่หวานเกินไป” ซือห้าวเฉินรับความรับผิดชอบที่ภรรยาโยนมาได้อย่างแม่นยำ
เกี๊ยวน้ำไส้ผักกาดและกุ้งพอดีกับกระเพาะคนสองสามคน พ่อครัวต้มมาสี่จาน กินจนหมดเกลี้ยง และดื่มชาไปอีกถ้วย จึงต่างคนต่างแยกย้าย
ซือห้าวเฉินจูงมือของหมิงโร่ เดินไปที่เรือนซีถงอย่างช้า ๆ
“ไม่คุ้นเคยกับชีวิตคนจงโจว พวกเราไปกับท่านเหว่ย คงจะดีว่าไปด้วยตัวเองใช่ไหม ?”
“อืม เช่นนี้ง่ายแก่การปกปิดตัวตนได้กว่า” เสียงของซือห้าวเฉินหนักหน่วง “ทว่า นั่งเรือโดยสาร เป็นได้เพียงตัวพวกเราเองเท่านั้น พากำลังคนไปไม่ไหว”
“งั้นพวกเรา...เดินทางกันเอง ?” หมิงโร่รู้ว่าซือห้าวเฉินไปจงโจวมีเรื่องต้องทำ คงจะต้องการกำลังคน
“หรือว่าไปกับท่านเหว่ย ครั้งหน้าไปจงโจว เรื่องที่ต้องทำไม่ต้องการคนจำนวนมาก ถ้าหากแวกหญ้าให้งูตื่น เกรงว่าจะยุ่งยากว่าเดิม” จู่ ๆ ซือห้าวเฉินก็หยุดชะงัก ก้มหัวลงจูบเบา ๆ บนหน้าผากหมิงโร่ “โร่เอ๋อร์เป็นบุคคลนำโชคของข้า มีตระกูลฉีเตียวปกป้องคนเลว การกระทำครั้งนี้คงจะราบรื่นไม่น้อย”
“ตระกูลฉีเตียว...ทำไม...” เอ๊ะ ? ในที่สุดหมิงโร่ก็มีปฏิกิริยากลับมา “ท่านเหว่ยเป็นคนของตระกูลฉีเตียว ?”
“มิเช่นนั้นเล่า ? ตอนกลางวันมิใช่ว่าเจ้าเห็นป้ายบัญชาการของตระกูลฉีเตียวแล้วหรือ ?” ซือห้าวเฉินดึงดั้งจมูกของหมิงโร่
“...” ป้ายบัญชาการสีดำ ๆ นั่นนางเห็นแล้ว แต่ไม่รู้เลยสักนิดว่าภูมิหลังยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของจงโจงตระกูลฉีเตียว
“เจ้านี่มันซื่อบื้อ...” ซือห้าวเฉินจิ้ม ๆ หน้าผากของหมิงโร่
“เจ้าสิซื่อบื้อ ทั้งตระกูลเจ้ามันซื่อบื้อ !” หมิงโร่ร้องเสียงต่ำ ปิดประตูให้ซือห้าวเฉินอยู่ข้างนอก
หน้าตาของซือห้าวเฉินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เคาะประตู : “คำของยอดรักนั้นจริงแท้ ทั้งตระกูลข้ามันซื่อบื้อ เปิดประตูให้ข้าดีไหม ?”
“ นี่ยัง...” คำที่สาม ‘เกือบ’ โดนหมิงโร่กลืนกลับลงไป ซือห้าวเฉินเป็น ‘ยอดรัก’ และยังเป็น ‘ข้า’ คิดไปคิดมา ตนเองก็เป็นคนตระกูลเดียวกับเขา...เจ้าคนนี้ ใจดำยิ่งนัก “ไม่เปิด !”