ตอนที่ 128
บทที่ 502 มาถึงจงโจว
October 28, 2026
ท่านเหว่ยได้ยินหยุนชินอ๋องพูดดังนั้น จึงพาหลานชายกลับไปยังห้องนอน จะได้ไม่รบกวนการปรับลมปราณของเขา
มีเงินจะทำอะไรก็ได้ ห้องของพวกหมิงโร่ถึงแม้จะเสียหายรุนแรง แต่กลับได้รับการซ่อมแซมเสร็จก่อน
ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน หมิงโร่และซือห้าวเฉินจึงกลับไปยังห้องโดยสารของตนเอง
ถึงแม้ว่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตามความต้องการของซือห้าวเฉิน แต่ห้องก็ยังอับชื้นมาก
หมิงโร่เปิดหน้าต่างที่ซ่อมแล้ว ถึงแม้เวลากระชั้นชิด แต่คุณภาพของงานก็ใช้ได้ “คืนนี้ไปพักในห้วงกาลเวลาแล้วกัน”
“ได้” ซือห้าวเฉินพยักหน้า
เรือยังคงเดินทางอยู่ในทะเลยี่สิบวัน บางครั้งก็ผ่านหมู่เกาะ แต่บนเกาะเหมือนกับไม่มีร่องรอยของคนเลย
คนดูแลเรือส่งช่างซ่อมบำรุงที่มีประสบการณ์ ขึ้นไปหาน้ำจืดบนเกาะ หรือว่าหาผลไม้ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปลึก
วันนี้ ยืนอยู่บนดาดฟ้า ในที่สุดก็เห็นแผ่นดินปรากฏแต่ไกลอย่างลางๆ คนบนเรือดีใจมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ห้องโดยสายใต้ท้องเรือ กินพวกผักแห้ง ปลาแห้ง เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน แถมยังไม่อยากเสียเงินซื้อน้ำมาอาบ รู้สึกเหมือนกับตัวเค็มไปทั้งตัว รสชาติเหมือนกับปลาเค็ม
ผู้ดูแลเรือวิ่งขึ้นมาห้องโดยสารชั้นบน ไปแจ้งผู้โดยสารแต่ละห้องว่า “อีกสองชั่วโมงเรือจะเทียบฝั่ง ให้เก็บสัมภาระของตัวเอง ผู้โดยสารชั้นบน ก็สามารถลงเรือก่อน”
หมิงโร่เก็บสัมภาระของตนเองกับซือห้าวเฉินไว้ในห่อเดียวกัน ด้านมีเสื้อผ้าสองชุด และเศษเงินเล็กน้อย แล้วยังมีป้ายแสดงตัวต้นและหนังสือแนะนำตัวตน
คิดว่าศิษย์พี่คงมาทำธุระที่จงโจว จึงใส่เหรียญทองลงในกระเป๋าเงินเต็มกระเป๋า คิดไว้ว่าอีกประเดี๋ยวจะเอาให้ศิษย์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อย หมิงโร่และซือห้าวเฉินหยิบสัมภาระ และไปรวมตัวกับท่านเหว่ย คิดว่าพวกเขาอยู่ในห้องพักโดยสาร VIP คงได้ลงเรือก่อน
ชีเตียวจิ่นลอยอยู่กลางทะเลยี่สิบกว่าวัน เมื่อเห็นแผ่นดินก็อยากร้องไห้ เขาคิดว่าการไปกลับครั้งนี้ ในชีวิตนี้คงนั่งเรือพอแล้ว ต่อไปคงไม่อยากนั่งเรืออีก
“ท่านลุงสี่ คนในจวนส่งคนมารับพวกเราแล้วมั้ง?” ฉีเตียวมองไปอย่างมีความหวัง
“เขาไม่ได้ส่งจดหมายแจ้งคนที่จวน น่าจะไม่มีคนมารับหรอก” ท่านเหว่ยคิด หากคนในตระกูลฉีเตียวเห็น ว่าเขาได้พาคนมาจากข้างนอก เกรงว่าจะสร้างปัญหาให้กับหยุนชินอ๋อง ดังนั้น จึงไม่ได้ส่งจดหมายแจ้งคนในตระกูล
“อ้อ” แม้ชีเตียวจิ่นจะผิดหวัง
“เรือเทียบท่าที่เมืองหยุนหลิงก่อนซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า หลังจากที่พักผ่อนแล้ว จึงมุ่งหน้าไปยังอีกสองป้ายถัดไป
เด็กเรือทิ้งสมอเรือ แล้ววางกระดานไม้ลง แม่นมสองคน ‘พยุง’ หลียิน ลงจากเรือก่อน
หมิงโร่ถามศิษย์พี่ด้วยเสียงต่ำ “หลียินเป็นกังฟูใช่ไหม? ทำไมยังต้องให้คนอื่นช่วย?”
“นางฝึกแค่งูๆปลา ทักษะของแม่นมทั้งสอง ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่านาง” จวินเช่อกล่าว
ที่ท่าเรือมีคนคอยตรวจตัวตน แต่พอเห็นแม่นมหยิบป้ายยืนยันตัวตนออกมา จึงไม่ได้ตรวจสอบต่อ
หลีอินที่ส่งตัวไปขึ้นรถม้าที่งดงามทันที แต่รถม้าคันนั้นยังไม่ออกไป ดูเหมือนจะรออะไรอยู่
ท่านเหว่ยพาขบวนของหมิงโร่ขึ้นฝั่ง เมื่ออีกฝ่ายเห็นท่านเหว่ยหยิบป้ายตระกูลฉีเตียวออกมา ก็แสดงทีท่าเคารพทันที แต่ก็ยังคงตั้งใจ—ตรวจสอบ
ท่านเหว่ยทำทีท่าเหมือนกับรำคาญ จึงโยนเหรียญทองหนึ่งเหรียญออกไป
เมื่อตรวจถึงพวกเขาสี่คน ก็ดูเพียงแค่ป้ายและหนังสือยืนยันตัวตน หมิงโร่รู้โล่งใจไม่เบา
ฉีเตียวจิ่นตั้งใจบ่นพึมพำ “ถึงแม้ว่าพวกข้าไม่แจ้งข่าวให้ที่บ้าน ว่าวันนี้เรือจะเทียบท่า ก็น่าจะมารับหน่อย....”
“เจ้าเป็นเด็กเหรอไง ถึงไม่รู้จักทางไป ต้องให้คนมารับ?” ท่านเหว่ยพูดเหยียดหยาม
เมื่อทุกคนผ่านด่านตรวจอย่างกันครบ ก็ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว