ตอนที่ 134
บทที่ 508 วันแต่งงาน
October 28, 2026
“งั้นก็ไม่ต้องเอะอะไป แล้วแต่งงานแทนคุณหนูไป!” แม่นมทั้งสองประสานตากัน อย่างไรก็ตามพวกนางต้องกับซีเจี้ยอยู่แล้ว แค่ยื้อเวลาไว้สักสองสามเดือน เรือขากลับก็จะออกเดินทาง
ถึงเวลานั้น ถึงแม้เจี่ยนโถงจะถูกจับได้ ก็ไม่สามารถเอาเรื่องพวกนางได้แล้ว
แม่นมทั้งสองมวยผมเสร็จ ก็แต่เครื่องประดับ
หลังจากแต่งตัวเสร็จ แม่นมทั้งสองต้องตกตะลึงในความสวย—ก่อนหน้าที่เจี่ยนโถงมองดูแล้วสวยสะอาดหมดจด ตอนนี้แต่งหน้า เขียนคิ้วและทาลิปสติก แล้วปัดแก้มแดงอีกหน่อย ก็กลายเป็นสาวงามที่ดึงดูดใจคน
ซึ่งดูแล้วเหมือนคุณหนูมากกว่า แม่นมทั้งสองพึงพอใจมาก รีบคลุมผ้าคลุมหัวให้หมิงโร่
มีแม่นมค่อยจับตาดูหมิงโร่อยู่ไม่ห่าง ส่วนแม่นมอีกคนก็ไปกำชับสาวใช้ที่ต้องติดตามตอนออกเรือน บอกว่าหากการแต่งงานระหว่างตระกูลเห้อเหลียนและตระกูลเป่ยกงมีอะไรผิดพลาดไป คนในเรือนทั้งหมดต้องตาย เพราะฉะนั้นทุกคนต้องปิดปากให้เงียบ
อีกทั้ง ยังกำชับชิงซิงและปี้เถา บอกว่าเรื่องที่พวกนางไม่ใช้คนในจงโจว ถูกเปิดเผยออกไป แล้วถูกส่งตัวไปที่โรงทาสก็จะตายทั้งเป็น
ชิงซิงและปี้เถาได้ยินว่าเจี่ยนโถงจะแต่งงานแทนคุณหนู อดไม่ได้ที่จะอิจฉา
เป็นสาวรับใช้แท้ๆ ต่อไปพวกนางต้องดูแลปรนนิบัติเจี่ยนโถง แต่ว่า เมื่อคิดได้ว่าเจี่ยนโถงจะต้องแต่งงานกับคนโง่ จึงรู้สึกดีขึ้น
คนรับใช้ในเรือนต่างอยู่อย่างเงียบๆ—ถึงแม้ว่าเรื่องคุณหนูหนีไปแล้วให้เจี่ยนโถงแต่งงานแทนเป็นเรื่องใหญ่ก็ตาม
ในเรือนเงียบกริบเกินไป จึงได้ยินเสียงมาแต่ไกล มีคนตะโกนว่า “ขบวบรับตัวเจ้าสาวมาแล้ว.....”
“ขบวนรับตัวเจ้าสามมาแล้ว รีบดึงสติกลับมา!” แม่นมบอกสาวใช้ทุกคน “พวกเจ้ารีบไปคอยรับใช้ที่เรือน”
“ขาดเจี่ยนโถงไป พวกเราสามคนไม่ไหวมั้ง?” เชียนสุ่นพูด
“ไอ๊หยา อันนั้น...” สินสอดแต่ละอย่างต้องเป็นคู่ ๆ นี้ขาดไปหนึ่งคน “ซิ่วจวี ต่อไปเจ้าคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายคุณหนู”
ตอนนี้ ต้องหาคนแทนแล้วให้สาวใช้คนสนิททั้งสี่อยู่ครบ อย่างอื่นไม่ต้องสนใจอะไรมาก
“ค่ะ” ซิ่วจวีเดินเข้าไปในห้อง
เห้อเหลียนเจว๋เป็นตัวแทนตระกูลเห้อเหลียนส่งตัวเจ้าสาว นำขบวนแม่นมสีและขบวนที่มารับตัวเจ้าสาว เข้าไปฟู่หยุนซวิน
พอแม่นมสีเข้าไปในห้องก็กล่าวคำมงคล “เจ้าสาวงดงามดังนางฟ้า ฟ้าลิขิตให้เป็นเนื้อคู่กัน”
แม่นมที่ฝ่ายเจ้าวสาวจึงยัดกระเป๋าหนักให้กลับแม่นมซี แม่ให้แม่นมซีแบกตัวเจ้าสาวออกไป
ตามหลักแล้ว หากฝ่ายหญิงมีพี่ชายน้องชาย ก็ต้องให้พวกเขาเป็นคนแบก
ควรจะเป็นเห้อเหลียนเจว๋ที่ต้องให้เจ้าสาวขี่หลัง แต่เขาก็ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของฮูหยิน กลัวหากหากทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้นมานายท่านต้องตีเขาจนขาหักแน่ ให้ขี่หลังแม่นมสีดีที่สุด
บรรดาสาวรับใช้แม่นมที่ต้องเป็นสินสอดฝ่ายเจ้าสาวได้ติดตามขบวนออกไป ฝ่ายรับและส่งตัวเจ้าสาวรวมตัวกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ชิงซิงและปี้เถาคอยๆ ถูก ‘พา’ ตัวออกจากขบวน สุดท้ายคนที่ตามไปยังตระกูลเป่ยกง เป็นสาวใช้คนใหม่สองคนที่เห้อเหลียนเจว๋เตรียมไว้
หมิงขี่หลังแม่นมซีแล้วไปขึ้นเกี้ยว เสียงจุดประทัดดังขึ้น เกี้ยวเริ่มเคลื่อนที่
หมิงโร่ยกผ้าคลุมหัวขึ้น แล้วมองผ่านช่องหน้าต่างของเกี้ยว เห็นหลังที่คุ้นเคยของคนที่นั่งอยู่บนหลังม้า จากที่จิตใจกระสับส่ายอยู่ ก็ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น
ถึงแม้จะปลอมตัวเป็นเป่ยกงหลางเยว่ แต่พอนึกถึงว่าผู้หญิงที่ตนรับนั่งอยู่บนเกี้ยว ซือห้าวเฉินอดไม้ได้ที่จะยิ้ม
แต่เพื่อให้เป็นการรักษาบุคลิกของเป่ยกงหลางเยว่ จึงพยายามทำหน้าบูด ทำตัวเหมือนไม่แยแสต่อสิ่งใดๆ
เกี้ยวหยุดที่ประตูหน้าบ้านของตระกูลเป่ยกง เสียงประทัดก็ดังขึ้นอีกครั้ง แม่นมสีบอกว่า “เจ้าสาวลงเกี้ยว ความโชคดีมาถึงแล้ว”
‘เป่ยกงหลางเยว่’ ให้เจ้าสาวขี่หลังลงเกี้ยว สามที่ท่านสุ่ยได้อบรมไว้
เพราะที่แขนใส่กำไลเหลียนหลี่กัว จึงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของข้อมือ ทั้งสองรู้สึกสงบและสบายใจ
ซือห้าวเฉินเรียบเสียงเบาๆ “โร่เอ๋อ”