ตอนที่ 137
บทที่ 511 ตระกูลเป่ยกง
October 28, 2026
หมิงโร่ปรับเปลี่ยนท่านอนให้สบายขึ้น “เมื่อถึงตอนนั้น จะต้องมีคนจ้องทำร้ายเจ้ามากมาย”
“ฮ่าๆ” ซือห้าวเฉินทำเสียงเฮ้อ “ข้าไม่ใช่เป่ยกงหลางเยว่ตัวจริงสักหน่อย ไม่ยอมให้ถูกรังแกง่าย...”
“อ้อ ข้าก็ช่วยจัดการคนชั่วได้เช่นกัน” หมิงโร่ขยี้ตา “เจ้าบอกว่าตราพยัคฆ์ใช้ทำอะไร?”
“ตราพยัคฆ์สามารถสั่งการกองทัพชุดเกราะดำหนึ่งแสนนาย”
ซือห้าวเฉินลูบผมของพระชายา “เหนือสุดของจงโจวเป็นผืนภูเขาน้ำแข็ง ชางหวู่เหมินในภูเขาเชี่ยวชาญในการฝึกฝนทหาร ประเทศราชวงศ์หยุนเมิ่งมีทหารชั้นยอด ส่วนมากมากจากชางหวู่เหมิน ตอนนี้ ตระกูลที่มีทหารส่วนตัว ก็ภาคภูมิใจที่ทหารได้รับการฝึกจากชางหวู่เหมิน
อันที่จริงแล้ว ชางหวู่เหมินเป็นกองทัพลับของฮ่องเต้ประเทศราชวงศ์หยุนเมิ่ง ที่เตรียมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ปกติการส่งทหารออกไป ก็ไม่ให้คนรู้
“หากกองทัพชุดเกาะดำเป็นหมากของฮ่องเต้ประเทศราชวงศ์หยุนเมิ่งจริง งั้น ‘ราชวงศ์เชียน’จะยังคงเป็นราชวงศ์เชียนได้อย่างไรกัน? อีกทั้ง ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เจ้าจะมั่นใจได้อย่างไร ว่ากองทัพชุดเกาะดำจะเชื่อฟังตราพยัคฆ์เหมือนก่อน?”
หมิงโร่รู้สึกว่าคำถามของนางค่อนข้างรุนแรง แต่สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของซือห้าวเฉิน นางจำเป็นต้องถาม
“สาเหตุที่ทำให้ราชวงศ์หนึ่งล่มสลาย ไม่ใช่เพียงคนใดคนหนึ่ง เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือการเกิดสงครามจะทำให้เกิดขึ้นได้ ที่เรียกว่าความเจริญถดถอยลง ได้สั่งสมมาเนิ่นนาน พอถึงจุดสิ้นสุดทุกอย่างก็อวสาน
เมื่อตึกกำลังจะถล่ม ถึงแม้จะช่วยกันคนละไม้คนมือ มากสุดก็ทำได้เพียงชะลอการถล่ม ไม่สามารถพลิกกระแสน้ำได้ ฮ่องเต้มู่จงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหยดยั้งก็ไม่เห็นผล ก่อนสวรรคตไม่ได้เก็บตราพยัคฆ์ไว้กับตราหยก แต่ซ่อนมันไว้ จากนั้นให้คนพาตัวองค์ชายที่เขาได้เลือกไว้ออกจากประเทศไป....”
ซือห้าวเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “ส่วนกองทัพชุดเกาะดำจะเชื่อฟังตราพยัคฆ์หรือไม่นั้น คำตอบคือต้องฟังแน่นอน เพราะว่า เจ้าเมืองชางหวู่เหมิน ได้ทำสัญญาโลหิตกับฮ่องเต้ประเทศราชวงศ์หยุนเมิ่งไว้”
“อ้อ” หมิงโร่พยักหน้าราวกับว่านางเข้าใจแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น ในฐานะเจ้าสาว วันนี้ตอนเช้าหมิงโร่ต้องเสิร์ฟน้ำชาคำนับผู้อาวุโสในตระกูลเป่ยกง
ดังนั้น ตั้งแต่เช้าตรู่ แม่นมและสาวใช้ต่างยุ่งกันหมด คอยช่วยทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้า
ภายในเรือนซ่งเห้อ แม่นมเหว่นตื่นแต่เช้า แล้วเลือกชุดสีม่วงให้ฮูหยินเฒ่า ที่ปักลายลูกหลานเต็มบ้านตามแบบของชุดฮั่น แล้วพยุงฮูหยินเฒ่าไปเปลี่ยนชุด
ฮูหยินเฒ่าเป่นอารมณ์ดีที่คิดถึงกิจกรรมที่มีความสุข “ข้าแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นหน้าหลางเยว่ เมื่อวานเขาคุยกับเจ้าแล้ว วันนี้ก็คุยกับข้าสักสองสามคำก็ยังดี”
“ท่านรับท่านชายใหญ่ขนาดนั้น เขาต้องพูดกับท่านแน่นอน” แม่นมเหว้ยใส่เข็มขัดให้กับฮูหยินเฒ่า “แต่ว่า ข้าน้อยเห็นว่า ท่านชายใหญ่ชอบฮูหยินน้อยมาก เขาเริ่มคุยกับฮูหยินน้อยก่อน”
“คู่บ่าวสาวที่เป็นสามีภรรยากัน มันก็ต้องตัวติดกัน” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงโบกมืออย่างเฉยเมย “ขอแค่พวกเขาสามีภรรยาสามัคคีรักใคร่กันก็พอ”
เจ้าซื่อฮูหยินใหญ่ตระกูลเป่ยกง เพราะจากครอบครัวอยู่ห่างไกลจากตระกูลเป่ยกง นางใส่ใจเรื่องการไปเยี่ยมทักทายผู้อาวุโสมาก
“วันนี้ท่านแม่ท่านแม่แต่งตัวไวจัง ข้าเอาซุปนกพิราบมา ที่ตุ๋นข้ามคืน”
“เจ้าช่างเป็นคนใส่ใจนัก” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงบลูบชุดของนาง “วันนี้จะดื่มน้ำชาคารวะจากหลานสะใภ้ ข้าดีใจมาก นอนไม่หลับ จึงตื่นมาแต่เช้า”
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงพึงพอใจกับหลานสะใภ้คนนี้มาก
หากเป็นคุณหนูใหญ่สายตรงจากตระกูลเห้อเหียน เป็นลูกผู้ดีจริงๆ นางคงประเมินค่าไว้สูงเกินไปแค่นั้นเอง
แต่นี้เป็นเพียงลูกสาวจากบ้านสาม ที่เติบโตที่ซีเจี้ย แต่งงานกับลูกสาวจากตระกูลเล็กๆ ยังดีกว่าอีก
นางก็จะทำตัวตามแบบอย่างของฮูหยินเฒ่า ตั้งกฎเกณฑ์ให้ลูกสะใภ้ ที่ยากที่จะบรรลุได้ ทำให้นางรู้สึกเกรง
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงนั่งตรงกลางห้องโถง คนจากบ้านทั้งสามก็มากันแล้ว แต่ละคนก็ทักทายฮูหยินเฒ่า แล้วนั่งประจำที่